ข้อความต้นฉบับในหน้า
ได้ศึกษาพิจารณาพระสูตรนี้จนเข้าใจเป็นอย่างดีแล้ว ย่อมสามารถสังเกตระวังรักษาสุขภาพ
ตนเองได้อย่างดีเยี่ยม
2. จากการซักถามหมอ
ครั้งใดที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อมีอาการเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ก็จะ
ซักถามหมอชนิดเอาเป็นเอาตายกันเลย ทั้งเรื่องสาเหตุตลอดจนวิธีป้องกันรักษา เพื่อเป็น
หลักประกันว่าโรคชนิดนี้หลังจากหายแล้วจะไม่ย้อนกลับมาเป็นอีก เพราะฉะนั้นเมื่อไป
หาหมอครั้งใด พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะต้องได้ความรู้พร้อมทั้งวิธีป้องกันรักษาสุขภาพกลับมา
ทุกครั้ง
3. จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ
ร่างกายของเรานั้นเปรียบเหมือนรถยนต์ ตัวเราซึ่งเปรียบเหมือนคนขับรถยนต์ จำเป็น
ต้องศึกษาให้เข้าใจอย่างถูกต้องว่า อุปกรณ์แต่ละอย่างในรถทำหน้าที่อย่างไร เมื่อสงสัยตรงไหน
ก็ต้องถามช่างหรือถามพรรคพวกเพื่อนฝูงที่ชำนาญ ถ้าไม่แน่ใจก็ซื้อตำรามาศึกษาดู คู่มือซ่อม
รถยนต์สมัยนี้ก็หาซื้อได้ง่าย ถึงแม้เราไม่ได้เรียนเป็นช่างซ่อมโดยตรง แต่ถ้ารถมีปัญหาเล็กๆ
น้อยๆ เราก็พอจะอาศัยความรู้จากคู่มือมาซ่อมรถตัวเองในเบื้องต้นได้ ในทำนองเดียวกัน
เราขับสรีรยนต์ ก็ต้องศึกษาส่วนประกอบของสรีรยนต์นี้ว่า แต่ละอย่างทำหน้าที่ของมันอย่างไร
เมื่อสงสัยสิ่งใดก็สอบถามผู้รู้ หรือค้นคว้าจากหนังสือเกี่ยวกับเรื่องการรักษาสุขภาพ ซึ่งมีทั้ง
แผนปัจจุบัน แผนไทย และแผนจีน แม้หนังสือเกี่ยวกับกายวิภาค สรีรวิทยา เคมี ชีวะ ตลอดจน
กายบริหารก็หาซื้อได้ไม่ยาก
จากการรวบรวมความรู้จากแหล่งต่าง ๆ เพื่อนำมาใช้ในการดูแลรักษาสุขภาพโดยเน้น
การป้องกันเป็นหลัก จนในที่สุดทำให้พระเดชพระคุณหลวงพ่อได้ข้อสรุปว่า ถ้าไม่ใช่โรคที่เกิดจาก
กรรมข้ามชาติแล้ว โรคส่วนมากมักเกิดจากนิสัยมักง่ายตามใจตัวเองในการใช้สอยปัจจัย 4 เช่น
นิสัยตามใจปาก ตามใจท้อง นิสัยใช้เสื้อผ้าไม่เหมาะฤดูกาล นิสัยปล่อยปละละเลย ไม่สังเกต
การระบายอากาศภายในห้องนอน ตลอดจนความมักง่ายในอิริยาบถต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งเป็น
สิ่งบ่อนทำลายสุขภาพที่แท้จริงของเรา เพราะฉะนั้นถ้าใครต้องการรักษาสุขภาพให้ดีไปตลอด
ชีวิต รวมทั้งหากพบว่า โรคภัยไข้เจ็บของเราเกิดจากความมักง่ายตามใจตัวเองเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
จะรักษาโรคให้ชะงัด ก็ต้องพยายามหักดิบเลิกนิสัยไม่ดีของตัวเองให้หมดไปโดยเร็วที่สุดเท่าที่
จะทำได้
ภ า ค ที่ 1 ก า ร ดูแลเรื่องอ
ล เ รื่ อ ง อ า ห า ร แ ล ะ ก า ร จั บ ถ่ า ย
DOU 9