อนัตตสัญญา และอสุภสัญญา DOU GB 410 การรักษาสุขภาพตามพุทธวิธี หน้า 146
หน้าที่ 146 / 154

สรุปเนื้อหา

อนัตตสัญญา เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี พิจารณาเห็นว่า ตาเป็นอนัตตา รูปเป็นอนัตตา หูเป็นอนัตตา เสียงเป็นอนัตตา จมูกเป็นอนัตตา กลิ่นเป็นอนัตตา ลิ้นเป็นอนัตตา รสเป็นอนัตตา กายเป็นอนัตตา โผฏฐัพพะเป็นอนัตตา ใจเป็นอนัตตา ธรรมารมณ์ เป็นอนัตตา เป็นผู้พิจารณา เห็นโดยความเป็นอนัตตา ในอายตนะทั้งหลายที่เป็นภายใน และ ภายนอก 6 ประการนี้อยู่อย่างนี้ นี้เรียกว่า อนัตตสัญญา อสุภสัญญา เป็นอย่างไร ส้ส้ คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายนี้เท่านั้น ตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไป ตั้งแต่ปลายผม ลงมามีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ เต็มไปด้วยของไม่สะอาดมีประการต่าง ๆ ว่า “ในกายนี้มี ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ไต หัวใจ ตับ พังผืด ม้าม ปอ

หัวข้อประเด็น

- อนัตตสัญญา และอสุภสัญญา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อนัตตสัญญา เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี พิจารณาเห็นว่า ตาเป็นอนัตตา รูปเป็นอนัตตา หูเป็นอนัตตา เสียงเป็นอนัตตา จมูกเป็นอนัตตา กลิ่นเป็นอนัตตา ลิ้นเป็นอนัตตา รสเป็นอนัตตา กายเป็นอนัตตา โผฏฐัพพะเป็นอนัตตา ใจเป็นอนัตตา ธรรมารมณ์ เป็นอนัตตา เป็นผู้พิจารณา เห็นโดยความเป็นอนัตตา ในอายตนะทั้งหลายที่เป็นภายใน และ ภายนอก 6 ประการนี้อยู่อย่างนี้ นี้เรียกว่า อนัตตสัญญา อสุภสัญญา เป็นอย่างไร ส้ส้ คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ พิจารณาเห็นกายนี้เท่านั้น ตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นไป ตั้งแต่ปลายผม ลงมามีหนังหุ้มอยู่โดยรอบ เต็มไปด้วยของไม่สะอาดมีประการต่าง ๆ ว่า “ในกายนี้มี ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ไต หัวใจ ตับ พังผืด ม้าม ปอด ไส้ใหญ่ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อ มันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร” เป็น ผู้พิจารณาเห็นโดยความเป็นของไม่งามในกายนี้อยู่อย่างนี้ นี้เรียกว่า อสุภสัญญา อาทีนวสัญญา เป็นอย่างไร คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี พิจารณาเห็นว่า “กายนี้มีทุกข์มาก มีโทษมาก เพราะฉะนั้นอาพาธต่าง ๆ จึงเกิดขึ้นในกายนี้ คือ โรคตา โรคหู โรคจมูก โรคลิ้น โรคกาย โรคศีรษะ โรคที่ใบหู โรคปาก โรคฟัน โรคไอ โรคหืด โรคไข้หวัด โรคไข้พิษ ไข้ที่มีพิษกล้าทำให้เซื่องซึมไปไม่มีสร่าง) โรคไข้เชื่อมซึม (มีอาการซึมเซา มึนซึม คล้าย เป็นไข้) โรคท้อง โรคลมสลบ โรคลงแดง (โรคที่ถ่ายอุจจาระท้องเดินเป็นเลือด) โรคจุกเสียด โรคลงราก (ท้องเดิน และอาเจียน) โรคเรื้อน โรค โรคกลาก โรคมองคร่อ (โรคหลอดลม- โป่งพอง มีเสมหะแห้งอยู่ในหลอดลม ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง) โรคลมบ้าหมู โรคหิตด้าน (ลักษณะ เป็นเม็ดสีขาวใสเป็นเงาในเนื้อ ขึ้นตามผิวหนัง มีอาการปวดและคัน) โรคหิดเปื่อย (เมื่อเม็ดแตก มีน้ำเหลืองไหลเยิ้ม) โรคคุดทะราด (ชื่อโรคติดต่อชนิดหนึ่งเป็นแผลเรื้อรัง บางราย แผลนั้น บานเหวอะหวะออก มีกลิ่นเหม็น เป็นแม่แผล ให้เกิดแผลอื่นจำพวกเดียวกัน ออกไปอีก) โรค หูด โรคละอองบวม โรคอาเจียนเป็นเลือด โรคดี โรคเบาหวาน โรคเริม โรคพุพอง โรคริดสีดวง อาพาธมีดีเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีเสลดเป็นสมุฏฐาน อาพาธมีลมเป็นสมุฏฐาน อาพาธ มีไข้สันนิบาต (คือ ความเจ็บเกิดแต่ดี เสมหะและลม ทั้ง 3 เจือกันให้โทษ) เป็นสมุฏฐาน อาพาธ ที่เกิดแต่ฤดูแปรปรวน อาพาธที่เกิดแต่การบริหารที่ไม่สม่ำเสมอ อาพาธที่เกิดแต่ความเพียร เกินกำลัง อาพาธที่เกิดแต่วิบากของกรรม ภาคผนวก DOU 143
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More