ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะฉะนั้น การออกกำลังกายที่ดีที่สุด คือ การเดิน กับการวิ่ง จากเรื่องโครงสร้างของ
ร่างกาย เราเข้าใจแล้วว่า ร่างกายของเรามีกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และพังผืด ยึดโยงกันทั่วร่างกาย
เวลาก้าวขาออกเดินหรือวิ่ง ร่างกายก็เคลื่อนไหวพร้อมกันทั้งหมดทุกส่วน ถ้าเราเดินหรือวิ่ง
โดยการรักษาท่าพื้นฐานไว้เสมอ
การพัฒนากล้ามเนื้อทั้งร่างกายก็จะเป็นไปอย่างสมดุลตาม
ธรรมชาติ การเดินที่ดีจึงไม่ใช่เดินทอดน่อง ไหล่ห่อ คางยื่น แต่ต้องเดินโดยรักษาท่าพื้นฐานให้ได้
ตลอดเวลา ก้าวเดินให้สม่ำเสมอ ก้าวขาอย่างกระฉับกระเฉง ถ้าทำได้เช่นนี้ กล้ามเนื้อก็จะมี
การพัฒนา หัวใจได้ออกกำลัง อวัยวะต่าง ๆ ข้อต่าง ๆ ได้เคลื่อนไหวอย่างเต็มที่ การออกกำลังกาย
จะบรรลุวัตถุประสงค์ ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น และได้ความสมดุลตามมาอีกด้วย
ระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกาย คือ วันละประมาณครึ่งชั่วโมง โดย
ทำอย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งชั่วโมง ไม่ใช่ทำๆ หยุด ๆ ส่วนความถี่ในการออกกำลังกาย อย่างน้อย
สัปดาห์ละ 3 ครั้
ในชีวิตจริงของหลายๆ คน อาจแบ่งเวลาทำอย่างนั้นไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในแต่ละวัน
เราสามารถออกกำลังกายควบคู่ไปกับกิจวัตรประจำวันได้โดยการฝึกใช้การเคลื่อนไหวและ
การหายใจของเราที่มีอยู่ตลอดต่อเนื่องนั้นเป็นการออกกำลังกายไปในตัว เช่น ในที่ทำงานก็
เดินอย่างกระฉับกระเฉง ไม่แข็งเกร็ง ไม่เฉื่อยชา หายใจลึก ๆ และสม่ำเสมอโดยไม่ให้เกิด
เสียงดังจนตัวเองได้ยิน เคลื่อนไหวอย่างมีสติด้วยท่าทางที่ถูกต้อง สมดุลตลอดเวลา จะเดินทาง
ไปไหนที่พอจะก้าวเดินไปได้ก็ใช้เท้าเดินไป เป็นต้น หากทำได้เช่นนี้ถือว่าเพียงพอสำหรับผู้ที่ไม่
สามารถแบ่งเวลาสำหรับการออกกำลังกายโดยเฉพาะได้
อย่างไรก็ตาม การออกกําลังกายด้วยวิธีอื่น ๆ ก็ถือว่าดีทั้งนั้น แต่ต้องคำนึงถึงเรื่อง
การรักษาความสมดุลควบคู่ไปด้วย มิฉะนั้น แทนที่จะเป็นคุณ อาจจะกลายเป็นโทษต่อร่างกาย
6.1.3 ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย
ต้องรักษาท่าพื้นฐานในการยึดกระดูกสันหลังอยู่เสมอเพื่อให้การไหลเวียนของเลือด
น้ำเหลือง และการส่งสัญญาณประสาทอยู่ในภาวะปกติ ถ้าทำได้เช่นนี้ การออกกำลังกายก็จะ
สามารถช่วยให้การพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายดำาเนินไปได้โดยปกติ เนื่องจากไม่มี
การปิดกั้นการทํางานภายในร่างกายเกิดขึ้น ร่างกายก็จะอยู่ในภาวะปกติตลอดเวลา
ดุล ย ภ า พ บำบัด ใน สมัย ปัจจุบัน (2) DOU 125