ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระภิกษุทุกครั้งในเวลานั่งสมาธิเจริญภาวนาว่า “ให้ตั้งกายให้ตรง” ดังพระดำรัสว่า “ภิกษุใน
ธรรมวินัยนี้ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างดี นั่งคู่บัลลังก์ ตั้งกายตรง ดำรงสติไว้
เฉพาะหน้า มีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก... จากการค้นข้อมูลในพระไตรปิฏกพบคําสอน
ในลักษณะเดียวกันนี้จำนวน 89 แห่ง จึงชี้ให้เห็นว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงให้ความสําคัญกับ
“การตั้งกายให้ตรง” มาก
ในเสขิยวัตรก็ยังปรากฏสิกขาบทเกี่ยวกับการเดินและนั่งในบ้านด้วยท่าที่ไม่สมควรคือ
ไม่เดินโคลงกาย ไม่เดินกระโหย่งเท้า ไม่นั่งโคลงกาย ไม่นั่งร้ดเข่า และไม่เอามือค้ากายนั่งในบ้าน
เป็นต้น จุดประสงค์ของของสิกขาบทเหล่านี้นอกจากเพื่อยังศรัทธาให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนที่
พบเห็นแล้ว การไม่เดินและไม่นั่งอย่างนี้ยังช่วยรักษาสรีระให้ตรงสง่างามอีกด้วย
3
3.2 สาเหตุแห่งความเจ็บป่วย
นอกจากการรักษาสุขภาพด้วยการพยายามตั้งกายให้ตรงในอิริยาบถต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว
พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังตรัสถึงสาเหตุแห่งความเจ็บป่วยไว้ 8 ประการ เพื่อให้พุทธบริษัทระวัง
ป้องกันดังที่ได้กล่าวแล้วในบทนำ คือ
1. โรคเกิดแต่ดีให้โทษ
2. โรคเกิดแต่เสมหะให้โทษ
3. โรคเกิดแต่ลมให้โทษ
4. โรคเกิดแต่ทั้งดี เสมหะ และลมให้โทษ
5. โรคเกิดแต่ฤดูแปรปรวน
6. โรคเกิดแต่การผลัดเปลี่ยนอิริยาบถไม่สม่ำเสมอ
7. โรคเกิดแต่ความเพียรเกินกำลัง
8. โรคเกิดแต่วิบากกรรม
สาเหตุประการที่ 6 ที่ว่า โรคเกิดแต่การผลัดเปลี่ยนอิริยาบถไม่สม่ำเสมอ หมายถึง
โรคที่เกิดจากการบริหารร่างกายไม่สม่ำเสมอ โดยมีนั่งนาน หรือยืนนาน เป็นต้น กล่าวคือ
ในบรรดาอิริยาบถทั้ง 4 คือ ยืน เดิน นั่ง และนอนนั้น ถ้าดำรงอยู่ในอิริยาบถใดอิริยาบถหนึ่ง
1
3
มหาสติปัฏฐานสูตร, ทีฆนิกาย มหาวรรค, มจร. เล่มที่ 10 ข้อ 374 หน้า 302
* ค้นจากโปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย Version 1.0
สุชีพ ปุญญานุภาพ, พระไตรปิฎกฉบับประชาชน, กรุงเทพฯ หน้า 181-182
4
ปุตตสูตร, อรรถกถาอังคุตตรนิกาย จตุกนิบาต มก. เล่มที่ 35 หน้า 256
ดุลยภาพบำบัด ในสมัย พุ ท ธ ก า ล
DOU 51