ข้อความต้นฉบับในหน้า
ดังนั้น คนประเภทที่ป่วยแล้วใจตก ท้อแท้ นอนชม ไม่พยายามกระดุกกระดิก ทําตัว
เหมือนคนใกล้ตาย คนประเภทนี้ อย่าว่าแต่เวลาป่วย แม้เวลาทำงานตามปกติก็ยากที่จะประสบ
ความสำเร็จ แต่ใครถ้าถึงเวลากิน แม้ไม่หิวก็ต้องกิน เพียงแค่นึกๆ ให้อยากกินเดี๋ยวก็กินได้
ถึงเวลานอนแม้ไม่ง่วงก็ข่มตานอนได้ คนประเภทนี้กำลังใจ กำลังสติปัญญามหาศาลเพียงไหน
ลองคิดดู แล้วจะมีอะไรอีกที่เขาทําไมสําเร็จ
1.3 อาหารสมุนไพร
วัตถุประสงค์สำคัญในการใช้สมุนไพรปรุงอาหาร นอกจากเพื่อให้เกิดความอร่อยแล้ว
ยังมีอีก 3 ประการ ดังนี้
1.3.1 เพื่อป้องกันอาหารบูด
ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อนชื้น ความร้อนขึ้นช่วยให้จุลินทรีย์ ทั้งแบคทีเรียและเชื้อราที่ปน
อยู่ในอาหารตามธรรมชาติเจริญเติบโตได้เร็วมาก ทำให้อาหารบูดเร็ว บูดง่าย แม้อาหารที่เรา
รับประทานเข้าไปแล้วไม่นานก็บูดอยู่ในกระเพาะ ดังนั้นการปรุงอาหารของชาวไทย จึงต้องใส่
สมุนไพรที่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ไว้บ้างในระดับหนึ่ง รวมทั้งการปรุง
อาหารให้มีรสเข้มข้น ก็จะช่วยชะลอการบูดให้ช้าลงได้
เพื่อให้เข้าใจเรื่องนี้ได้ง่าย ต้องมาทำความเข้าใจกับกระบวนการทางฟิสิกส์และชีววิทยา
2 ประการนี้เสียก่อน คือ กระบวนการออสโมซิส (Osmosis) กับ พลาสโมไลซิส (Plasmolysis)
กล่าวคือ เวลาเรารดน้ำต้นไม้ ความเข้มข้นของน้ำที่รดลงไปน้อยกว่าความเข้มข้นของน้ำในราก
น้ำและสารอาหารที่รดจึงถูกดูดซึมผ่านเข้าผนังเซลล์ของรากได้ ขบวนการที่น้ำไหลเข้าเซลล์ คือ
กระบวนการออสโมซิส ตรงกันข้ามถ้าเอาน้ำเกลือที่มีความเข้มข้นมากกว่าน้ำที่อยู่ในราดรดลงไป
น้ำในลำต้นก็จะถูกดูดออก ไม่ช้าต้นไม้ก็เหี่ยวตาย การที่น้ำไหลออกจากเซลล์ คือ กระบวนการ
พลาสโมไลซิส โดยทำนองเดียวกัน ถ้าเซลล์ของแบคทีเรียและเซลล์ของเชื้อราถูกล้อมรอบด้วย
น้ำตาลหรือเกลือ หรืออะไรก็ตามที่มีความเข้มข้นกว่าน้ำในเซลล์ของแบคทีเรียและของเชื้อรา
ก็ไหลออกมันก็ตาย
อาหารที่นิยมกินในขณะยังร้อนๆ เช่น ต้มจืด แกงจืด ฯลฯ แม้ไม่ใส่สมุนไพรก็ไม่เป็นไร
เพราะจุลินทรีย์ไม่สามารถเข้าไปรบกวนขณะอาหารยังร้อนอยู่ แต่ถ้าอาหารที่กินเมื่อเย็นลงแล้ว
จำเป็นต้องปรุงให้รสเข้มด้วยเครื่องปรุงและสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อถนอมอาหารไม่ให้บูดเร็ว
การดูแลเรื่องอาหาร DOU 25