คุณสมบัติของน้ำและการใช้เป็นยาระบาย DOU GB 410 การรักษาสุขภาพตามพุทธวิธี หน้า 26
หน้าที่ 26 / 154

สรุปเนื้อหา

1.1.7 ประสบการณ์ที่ได้จากการดื่มน้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้จากการดื่มน้ำว่า วันหนึ่งเมื่อรู้ตัวว่า เป็นไข้หวัด ปวดหัวตุ๊บๆ หลวงพ่อได้ฉันน้ำเป็นระยะ ๆ ค่อนข้างถี่ ภายใน 2 ชั่วโมง หมดไป 2-4 ลิตร ครั้งแรกฉันไป 3 แก้ว (แก้วหนึ่งประมาณ 400-500 ซี.ซี.) ก็เกือบลิตรครึ่ง อีก 10 นาที ต่อมา ฉันตามไปอีก 1-2 แก้ว โดยฉันแบบจิบไปเรื่อยๆ ชั่วโมงแรกผ่านไป หลวงพ่อก็ฉันน้ำ ได้ประมาณ 3 ลิตร เมื่อรู้สึกง่วงก็ไปเอนหลัง แต่เอนหลังได้ไม่นาน มันปวดปัสสาวะต้องตื่น เข้าห้องนํ้า เข้าห้องน้าเสร็จก็ฉัน าต่ออีก ประมาณสองชั่วโมงเศษๆ อาการไข้หวัดอันตรธาน หายไปเหมือน ปลิดทิ้ง ถ้าเปรียบร่างกายคนเรากับต้นไม้ เวลาต้นไม้เหี่ยว ทำท่าเหงาๆ เพราะ ขาดน้า ถ้าเรารด าสักหน่อยเดี๋ยวมันก็จะสดชื่นขึ้นมาโ

หัวข้อประเด็น

- คุณสมบัติของน้ำและการใช้เป็นยาระบาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

1.1.7 ประสบการณ์ที่ได้จากการดื่มน้ำ พระเดชพระคุณหลวงพ่อเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้จากการดื่มน้ำว่า วันหนึ่งเมื่อรู้ตัวว่า เป็นไข้หวัด ปวดหัวตุ๊บๆ หลวงพ่อได้ฉันน้ำเป็นระยะ ๆ ค่อนข้างถี่ ภายใน 2 ชั่วโมง หมดไป 2-4 ลิตร ครั้งแรกฉันไป 3 แก้ว (แก้วหนึ่งประมาณ 400-500 ซี.ซี.) ก็เกือบลิตรครึ่ง อีก 10 นาที ต่อมา ฉันตามไปอีก 1-2 แก้ว โดยฉันแบบจิบไปเรื่อยๆ ชั่วโมงแรกผ่านไป หลวงพ่อก็ฉันน้ำ ได้ประมาณ 3 ลิตร เมื่อรู้สึกง่วงก็ไปเอนหลัง แต่เอนหลังได้ไม่นาน มันปวดปัสสาวะต้องตื่น เข้าห้องนํ้า เข้าห้องน้าเสร็จก็ฉัน าต่ออีก ประมาณสองชั่วโมงเศษๆ อาการไข้หวัดอันตรธาน หายไปเหมือน ปลิดทิ้ง ถ้าเปรียบร่างกายคนเรากับต้นไม้ เวลาต้นไม้เหี่ยว ทำท่าเหงาๆ เพราะ ขาดน้า ถ้าเรารด าสักหน่อยเดี๋ยวมันก็จะสดชื่นขึ้นมาโดยง่ายฉันใด ถ้าวันใดเรามีความรู้สึกว่า เป็นไข้หวัด ก็ให้รีบดื่มน้ำถี่ๆ ให้มากพอ น้ำนั้นก็จะส่งผลให้เซลล์ทั่วร่างกายและไตทำงานได้เต็มที่ อาการไข้หวัดก็จะทุเลาลงอย่างรวดเร็ว จนหายไปในที่สุด คุณสมบัติสำคัญของน้ำอีกประการหนึ่ง ก็คือ เป็นยาระบาย ถ้าต้องการให้น้ำช่วยเป็น ยาระบาย เมื่อตื่นนอนขึ้นมา รีบดื่มน้ำอุ่นให้ได้มากที่สุด จนรู้สึกว่า ถ้าเกินกว่านี้ก็จุก หรืออาจ ดื่มน้ำในปริมาณที่ตัวเองดื่มได้มากที่สุดในขณะนั้น ครั้นแปรงฟันล้างหน้าเสร็จแล้ว ให้ดื่มน้ำ ซ้ำอีกหลาย ๆ แก้ว การใช้น้ำเป็นยาระบาย ต้องดื่มน้ำในช่วงเช้าหลังตื่นนอนให้มาก เพราะ ท้องของเราอยู่ในสภาวะที่ว่างมากที่สุดและน้ำย่อยก็ยังไม่หลั่งออกมา เมื่อร่างกายของเรา ไม่สามารถดูดซึมน้ำเข้าสู่เส้นเลือดได้ทั้งหมด น้ำที่เหลือในปริมาณมากจึงไหลไปตามเส้นทาง ของทางเดินอาหารผ่านกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ไปจนถึงลำไส้ตรง (ลำไส้ส่วน สุดท้ายก่อนถึงทวารหนัก) แล้วก็เดินไปเดินมาสักพัก การเคลื่อนไหวร่างกายของเราก็จะทำให้ ลำไส้บีบตัวขึ้นบวกกับน้ำที่ซึมเซาะเข้าไปในอุจจาระทำให้อุจจาระฟูขึ้นจนกระทั่งกึ่งแข็งกึ่งเหลว (นึกถึงก้อนดินที่นำไปจุ่มในอ่างน้ำแล้วใช้มือบีบๆ จากที่เป็นก้อนแข็ง ๆ ก็จะกึ่งแข็งกึ่งเหลวจน กลายเป็นโคลน) ถ้าดื่มนํ้าได้ในปริมาณที่มากพอจนเกิดขบวนการดังกล่าว ไม่นานนักก็จะมี อาการปวดอุจจาระ แล้วอย่าไปงั้นอุจจาระอีก รีบขับถ่ายออกไป จะรู้สึกสบายตัวทันที 1.2 อาหารคือยาหลัก มีบางคนป่วยพร้อม ๆ กับเพื่อนด้วยโรคเดียวกัน แต่หายป่วยเร็วกว่า เช่น นอนหลับ สักตื่นเดียวก็หายแล้วขณะที่เพื่อนบางคนยังต้องนอนอีกสามวันห้าวันจึงหายป่วยหรือเป็นๆ หายๆ จากการสังเกตของพระเดชพระคุณหลวงพ่อพบว่า คนไหนก็ตามที่เมื่อป่วยแล้วมักก็จะ นอนซมอย่างเดียว ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมดื่มน้ำ ไม่ยอมลุกขึ้นเดิน ไม่ยอมลุกขึ้นนั่ง อั้นปัสสาวะ อั้นอุจจาระอีกต่างหาก คนไข้ประเภทนี้จะป่วยเรื้อรังหายยาก เพราะป่วยทั้งกายและใจ การดูแลเรื่องอาหาร DOU 23
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More