ข้อความต้นฉบับในหน้า
ระงับเวทนาเก่า คือ ความหิว และไม่ทำให้ทุกขเวทนาใหม่เกิดขึ้น ย่อมทำให้ดำรงชีวิตด้วย
ความไม่มีโทษ และอยู่โดยผาสุก
ภิกษุพิจารณาโดยแยบคายแล้วจึงใช้สอยเสนาสนะ เพียงเพื่อป้องกันความหนาว ป้องกัน
ความร้อน ป้องกันสัมผัสอันเกิดจากเหลือบยุง ลม แดด และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลาย รวมทั้ง
เพื่อบรรเทาอันตรายจากดินฟ้าอากาศ ตลอดจนเพื่อความเป็นผู้ยินดีอยู่ในที่หลีกเร้นสำหรับ
ภาวนา
ภิกษุพิจารณาโดยแยบคายแล้ว จึงบริโภคเภสัชบริขารอันเกื้อกูลแก่คนไข้เพียงเพื่อบำบัด
ทุกขเวทนาอันเกิดจากการเจ็บป่วยและเพื่อความเป็นผู้ไม่มีโรคเบียดเบียน
จากบทพิจารณาปัจจัย 4 นี้จะเห็นว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงนำเอาเรื่องที่ทุกชีวิตต้อง
คิด พูด และทำ ในชีวิตประจำวันมาเป็นบทฝึกนิสัย ด้วยการสั่งสอนให้เป็นผู้รู้จักมีสติเตือนตน
อยู่เสมอว่า ตนกำลังทำอะไร เหมาะสมหรือไม่อย่างไร รู้จักพิจารณาหาเหตุผล จนมองทะลุว่า
วัตถุประสงค์หลักในการใช้สิ่งของต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่ออะไร ทำไมจึงต้องใช้ แล้วจึงค่อยใช้สิ่งของ
เหล่านั้น
เมื่อได้พิจารณาเตือนตนอยู่ทุกๆ วัน นิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจตัว ตลอดจนความมักง่ายต่าง ๆ
ก็จะค่อยๆ ลดลง ทำให้รู้สึกยินยอม ใช้สอยปัจจัย 4 ตามมีตามได้ ทั้งไม่คิดแสวงหาในทางที่ผิด
ในทางที่ไม่สมควร คราใดที่เกิดความปรารถนาสิ่งใด เมื่อไม่ได้ก็ไม่กระวนกระวายใจ หรือได้แล้ว
ก็ไม่ติดใจไม่หลงไม่พัวพันและมองเห็นโทษของความรู้สึกนึกคิดเช่นนั้น พร้อมกันนั้นก็เกิดปัญญา
คิดสลัดตนออกจากกองทุกข์ กิเลสในตัวจึงค่อย ๆ ลดลง นิสัยดี ๆ ก็บังเกิดขึ้นแทน และเป็นอุปการะ
ต่อการประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อการบรรลุธรรม หมดกิเลสเข้าสู่พระนิพพาน
7.4 บทฝึกสําหรับการสร้างนิสัยดี
ได้กล่าวแล้วว่า นิสัยเกิดจากการคิด พูด และทำ เรื่องใดเรื่องหนึ่งซ้ำๆ บ่อยๆ อยู่เป็นประจำ
จนติดเป็นความเคยชิน เรื่องที่แต่ละคนต้องทำซ้ำๆ บ่อยๆ ตลอดชีวิตนั้น มีอยู่ 2 เรื่องใหญ่ คือ
1. กิจวัตรประจำวันของตนเอง ได้แก่ การใช้สอยดูแลเรื่องปัจจัย 4 เป็นหลัก นับตั้งแต่
ดูแลใช้สอยบริโภคเสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค (รวมไปถึง การอาบนํ้า ล้างหน้า
แปรงฟัน ออกกำาลังกาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสุขอนามัย)
2. หน้าที่การงานที่ตนเองต้องรับผิดชอบ เช่น งานอาชีพ งานเลี้ยงลูก งานดูแลพ่อแม่
งานสังคมสงเคราะห์ งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา ฯลฯ
136 DOU การรักษาสุขภาพ ต า ม พุท ธ วิธี