ข้อความต้นฉบับในหน้า
คนที่สายตาผิดปกติ ก็เพราะการทำงานของกล้ามเนื้อรอบเลนส์ตานั้นผิดปกติ ผลจาก
การศึกษาค้นคว้าวิจัยพบว่า ผู้ที่มีสายตาผิดปกติส่วนใหญ่ กล้ามเนื้อบริเวณท้ายทอยและพังผืด
ลึกๆ ใต้กล้ามเนื้อเกร็งตึงจนไปปิดกั้นการไหลเวียน และทำให้เส้นประสาทในบริเวณนั้นส่ง
สัญญาณประสาทบกพร่อง การทำงานของกล้ามเนื้อรอบเลนส์ตาในการปรับโฟกัสของเลนส์
จึงบกพร่องไป ไม่ใช่เพราะเลนส์ตาผิดปกติ
3) อาการปวดหู อาการหูอื้อ
บางคนปวดหู บางคนหูอื้อได้ยินไม่ชัด จึงไปหาแพทย์ ครั้นแพทย์ใช้เครื่องมือส่องตรวจดู
ในช่องหู หากตรวจไม่พบความผิดปกติใด ๆ ในช่องหู เช่น การติดเชื้อ สิ่งแปลกปลอม เป็นต้น
เมื่อคนนั้นลองใช้นิ้วมือกดลงที่แอ่งใต้หูจะพบว่า รู้สึกเจ็บมาก ทั้งนี้เพราะกล้ามเนื้อคอตรง
บริเวณนั้นตึงมาก ดึงรั้งอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเสียสมดุล จนไปบีบรัดท่อที่เชื่อมระหว่างภายใน
ช่องหูส่วนกลางกับภายในลำคอ ซึ่งทำหน้าที่ในการระบายอากาศ เมื่อไม่สามารถระบาย
อากาศจากภายในช่องหูส่วนกลางได้ จึงเกิดอาการปวดหูและหูอื้อ
4) อาการเวียนศีรษะ
ในวงการแพทย์มักกล่าวกันว่า อาการเวียนศีรษะเกิดจากระดับน้ำในหูไม่เท่ากัน ซึ่งยังค้น
ไม่พบว่าได้มีการวัดกันจริง ๆ แต่สิ่งที่ได้พบในคนไข้ที่มีอาการเวียนศีรษะก็คือ กล้ามเนื้อ
บริเวณคอตึงมาก จนกระทั่งไปปิดกั้นการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงอวัยวะที่ทำหน้าที่
ควบคุมการทรงตัว ส่งผลให้อวัยวะที่ทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัวบกพร่อง
5) โรคภูมิแพ้
ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้จะมีอาการน้ำมูกไหลไม่หยุด ทั้งนี้เพราะระบบประสาทอัตโนมัติ
ซิมพาเธติคที่ทําหน้าที่ควบคุมการหยุดหลั่งน้ำมูก ซึ่งผ่านมาทางคอและทางท้ายทอยถูกปิดกั้น
ไม่สามารถส่งสัญญาณได้ตามปกติ เนื่องจากกล้ามเนื้อในบริเวณนี้ มีอาการเกร็งและดึงรั้งกัน
เกิดขึ้น
ในภาวะปกติ เมื่อมีสิ่งใดมากระตุ้นร่างกาย เช่น ขี้ฝุ่น ระบบประสาทพาราซิมพาเธติค
ก็จะส่งสัญญาณให้น้ำมูกไหลออก มาปะทะและจับผงฝุ่นนั้นไว้ ครั้นเมื่อเก็บรวบรวมผงฝุ่น
ได้หมดแล้ว ระบบประสาทซิมพาเธติคก็จะส่งสัญญาณสั่งให้น้ำมูกหยุดไหล แต่โดยเหตุที่
เส้นประสาทซิมพาเธติคไม่สามารถส่งสัญญาณได้ตามปกติ น้ำมูกจึงไหลอยู่เรื่อย ๆ ไม่ยอมหยุด
จึงเกิดเป็นโรคภูมิแพ้ขึ้น
รู้ทันโรค จากภาวะปกติ ข อ ง ร่างกาย DOU 73