ข้อความต้นฉบับในหน้า
ขาดนํ้า แต่ถ้าตื่นขึ้นมาแล้วรีบดื่มน้ำเข้าไปสัก 2-3 แก้ว เซลล์ก็จะกลับชุ่มชื่นขึ้น เราก็จะรู้สึก
กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที เพราะฉะนั้นใครก็ตามเมื่อตื่นนอนแล้วรู้สึกหงอยเหงา ขอนอน
บิดขี้เกียจต่ออีก เพราะรู้สึกว่ายังนอนไม่พอ ก็ขอเตือนว่า ให้รีบลุกขึ้นเร็ว ๆ แล้วดื่มน้ำเข้าไป
สัก 2-3 แก้ว อาการเพลียก็จะหาย ความสดชื่นก็เข้ามาแทนที่
10) อิ่มแล้วง่วง
บางคนรับประทานอาหารเสร็จแล้วก็ง่วง ถ้านั่งสมาธิ ก็จะหลับสัปหงก สาเหตุที่สำคัญคือ
ดื่มน้ำน้อยไปหรือรับประทานอาหารมากไป จนไม่มีช่องว่างสำหรับน้ำ ทำให้อาหารในกระเพาะ
ข้นมาก ยากต่อการย่อย
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่าทุกครั้งที่รับประทานอาหารให้เตือนตนว่า อีก 4-5 คำ
จะอิ่มให้หยุดเสีย แล้วก็ดื่มน้ำเข้าไปสักแก้วหนึ่ง ใครก็ตามขณะที่รู้สึกว่า อีก 4-5 คำจะอิ่ม
ความจริงคืออิ่มแล้ว เพราะอาหาร 4-5 คำที่เรารู้สึกว่ายังขาดนั้นกำลังเดินทางแต่ยังไม่ถึง
กระเพาะ ในทันทีที่ทั้งหมดถึงกระเพาะจะรู้สึกอิ่มพอดี บางคนพอพบกับข้าวอร่อยถูกปาก ทั้งที่
อิ่มแล้ว ยังขอแถมอีก 4-5 คำ นั่นแสดงว่า เมื่อดื่มน้ำแล้ว ก็เกินไปตั้ง 9 คำ 10 คำ
ทําไมพระองค์จึงทรงสอนเช่นนั้น ทั้งนี้ก็เพื่อให้มีที่ว่างในกระเพาะและลำไส้พอที่น้ำจะ
แทรกเข้าไปได้ อาหารก็จะเหลวลง ซึ่งจะช่วยให้การบีบตัวของกระเพาะและลำไส้สะดวก ไม่ต้อง
ออกแรงมาก ร่างกายจึงไม่เพลีย ไม่ล้า การย่อยอาหารดำเนินไปได้โดยง่าย อิ่มแล้วก็ไม่ง่วง
นั่งสมาธิก็ไม่สัปหงก
1.1.3 สาเหตุของการขาดน้ำ
สาเหตุที่ร่างกายของคนเราขาดนํ้าที่พบบ่อย ๆ คือ
1) ไม่ทราบกลไกและความสำคัญของน้ำที่มีต่อร่างกายแต่ละระบบ จึงดื่มน้ำน้อย
ทำให้ไม่พอเพียงกับความต้องการของร่างกาย
2) ความพลั้งเผลอ เมื่อต้องไปทำงานอยู่กลางแดด หรือถูกลมโกรก หรืออยู่หน้าพัด
ลมนานๆ หรืออยู่หน้าเตาไฟ แม้ดื่มน้ำในปริมาณเท่ากับในเวลาปกติ ก็ทำให้ร่างกายขาดนํ้าได้
3) ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ กล้ามเนื้อและพังผืดจึงหดเกร็งอยู่ตลอดเวลา ทำให้
การดูดซึมน้ำไม่ดี แม้จะดื่มน้ำเข้าไปมากก็ดูดซึมได้น้อย จึงเก็บน้ำไม่อยู่ ขับถ่ายออกเร็วและ
ปัสสาวะถี่ ทำนองเดียวกับดินที่ไม่ได้พรวน ย่อมดูดซึมน้ำที่ราดลงไปได้น้อย รดน้ำลงไป
มากเท่าไรก็ไหลไปที่อื่นหมด ร่างกายจึงขาดน้ำ
1
- ขุททกนิกาย เถรคาถา, มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, เล่ม 26 หน้า 500
การดูแลเรื่ อ ง อ า ห า ร
รื่อ
DOU 19