ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไม่หมดกิเลสด้วยกันทั้งนั้น เป็นผู้ที่ยังต้องศึกษา
อยู่จึงมีข้อบกพร่องเยอะแยะ มีโอกาสทําผิด
ทำพลาดกันได้ทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม ขอให้เป็น
เพียงผิดพลาด อย่าให้ถึงกับชั่วเลวเลยนะ เพราะ
ความผิดความพลาดนั้นเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึง
การณ์บ้าง เผลอสติบ้าง แต่ไม่ได้ตั้งใจให้เสียหาย
ผิด เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เพราะปัญญามันหย่อน
หย่อนไป
พลาด เกิดจากความเผลอสติ สติมัน
แต่ถึงจะชั่ว เลว เพราะรู้ว่าผิด รู้ว่า
เสียหายแล้วยังขึ้นทำ ทำผิดทั้งรู้เรียกว่า ทำเลว
ทําชั่ว
ผู้ที่จะเจริญงอกงามในพระพุทธศาสนา
ได้ต้องมีลักษณะอย่างหนึ่งคือ เป็นคนประเภทที่
ไม่ยอมที่จะทำชั่ว ไม่ยอมเป็นคนเลว 1 ผิดก็
ยอมรับว่าผิด พลาดก็ยอมรับว่าพลาด แต่ว่า
ผิดแล้ว พลาดแล้วครั้งหนึ่งไม่ยอมให้ผิดซ้ำ
พลาดซ้ำอีก เพราะมันจะกลายเป็นชั่ว เป็นเลว
ถ้าพระภิกษุสามเณรรูปใดสำนึกในเรื่องนี้อยู่เสมอ
จะมีความก้าวหน้าในธรรมวินัยใจจะยกสูงขึ้น
ตามลำดับ ความบริสุทธิ์ก็จะเพิ่มขึ้นตามลำดับด้วย
เมื่อถึงวาระวันคล้ายวันเกิดของหลวงพ่อ
แต่ละปี หลวงพ่อชอบที่จะนึกทบทวนถึงความหลัง
รำพึงถึงตัวเอง ถามตัวเองว่า ทำไมเราจึงได้
สร้างบุญสร้างบารมีมาได้ยืดเยื้อถึงขนาดนี้ โดย
เฉพาะงานสร้างวัด สร้างธุดงคสถานซึ่งเป็นงาน
ใหญ่ งานช้าง ทั้งที่รู้ว่าอุปสรรคมีมากก็ไม่คิด
ท้อถอยเดินหน้าเรื่อยไป
เมื่อก่อนที่จะตัดสินใจซื้อที่ดินสร้างธุดงค
สถานก็รู้อยู่เต็มอกว่า ถ้าซื้อที่ผืนนี้ต้องทำศึกแน่
เพราะชาวนาเขาไม่ทำนาแล้วแต่เขาจะถือสิทธิ์อยู่
ต่อไปในฐานะชาวนา เขารู้ว่าเพียงแต่เอาข้าวไป
หว่าน 1 ไว้พอเป็นพิธี พระราชบัญญัติการ
เช่านาก็จะคุ้มครองเขาไปเรื่อย ๆ กว่าศาลสถิต
ยุติธรรมจะมาตัดสินก็อีกนาน หาประโยชน์ฟรี ๆ
บนที่ดินผืนนี้ได้อีกเยอะ แต่หลวงพ่อก็ไม่กลัว
คิดอย่างเดียวว่าอย่างมากก็แค่ตาย ตั้งแต่ลาพ่อ
ลาแม่ออกจากบ้านมาบวชแล้ว ใจมันคิดแต่ว่า
จะตาย จะเป็นยังไงก็ไม่ห่วงเพราะถวายชีวิต
แก่พระพุทธศาสนาแล้ว ทางใดที่จะทำให้พระ
พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ทางใดที่จะทำให้ตัว
เองพ้นนรก จะเหนื่อยยากแสนเข็ญยังไงก็จะทำ
แต่เมื่อเหลียวดูเพื่อนที่กอดคอสร้างวัด
กันมา เอ... มันชักจะหมดไปแล้วนะ รุ่นเดียวกัน
บวชพรรษาเดียวกัน จบมาจากมหาวิทยาลัย
เกษตรด้วยกันก็ไปแล้ว รุ่นน้องก็ร่อยหรอไป ที่
ยังอยู่บางรูปบางคนก็สุขภาพไม่ดี หรือท้อแท้
เหนื่อยหน่ายไป แต่เราทำไมจึงอยู่ยืดเยื้อมาได้
จนป่านนี้ ถามว่าอาการท้อแท้เหนื่อยหน่ายมีไหม
ก็มีเหมือนกันแฮะตอนก่อนบวช ก็ตัวเราไม่ได้ทำ
ด้วยเหล็กด้วยหินนี่นะ บางครั้งมันก็ไม่ไหวเหมือนกัน
บางทีตามความคิดของครูบาอาจารย์ไม่ทัน ใจมัน
ก็ปฏิเสธ แต่จำได้ว่ามีอาการแบบนี้ไม่บ่อยและ
ไม่นาน พอบวชแล้วก็ไม่เคยคิดถอยเลย
ก็นึกถามตัวเองทุกปีว่าอยู่สร้างบารมีมา
จนถึงวันนี้ได้อย่างไรโดยไม่คิดท้อถอย แต่ละปีก็
ได้คำตอบเป็นเหตเป็นผลชัดเจนขึ้นเป็นลำดับ
และก็ได้นำมาแจกแจงให้ลูกศิษย์ลูกหา พระเณร
ฟังทุกปี หวังจะให้อยู่สร้างบารมีกันยืดเยื้อไป
นาน ๆ ถ้าไม่บอกก็รู้สึกว่าจะไม่รักกันจริง
ปีนี้เมื่อหลวงพ่อมานึกตรึกตราว่า ทำไม
หนอเราจึงสร้างบารมีได้ยืดเยื้อไม่ถอยหลัง หรือ
ถ้ามันจะเกิดคิดถอยขึ้นมาก็ไม่เกิน
ก็สลัดความคิดนี้ทิ้งไปเสียได้ ไตร่ตรองรอบคอบ
แล้วก็สรุปได้ว่า หลวงพ่ออยู่ได้เพราะผ่านการ
ฝึกในเรื่องสำคัญ เรื่องมาตามลำดับ ตั้งแต่
เล็กมาจนถึงวันบวช บางเรื่องทำจนคุ้นจนติด
เป็นสันดาน เรื่องทั้ง
en
0
นาที มัน
๓ นั้นคือ
เรื่องการตัดสินและการตัดสินใจ
๑. เธอ
๒. เรื่องความอดทน
9.
เรื่องกิจวัตรที่ควรประพฤติปฏิบัติ
หลวงพ่อขออธิบายขยายความเรื่องทั้ง
an
นี้ ตามลำดับ ๆ ขอให้ทุกท่านได้นำไปพิจารณา
เทียบเคียงกับความรู้สึกนึกคิดของท่านขณะนี้ และ
สิ่งที่ได้ประพฤติปฏิบัติผ่านมาแล้วให้ดี เราจะได้
กั ล ย า ณ ม ต ร
๙.