เรื่องราวของนกแขกเต้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 2 หน้า 114
หน้าที่ 114 / 122

สรุปเนื้อหา

ใ นอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้า มคธราชครองกรุงราชคฤห์ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของพระนคร พราหมณ์โกสิยะผู้หนึ่ง มีไร่ข้าวสาลี ๑,๐๐๐ กรีส (มาตราวัดพื้นที่สมัยโบราณ กรีสประมาณ ๑๒๕ ศอก) เขาได้ให้กั้นพื้น ที่ไร่ แล้วแบ่งให้คนงานแต่ละคนดูแลข้าวสาลี ในจำนวนพื้นที่ต่าง ๆ กัน โดยเก็บค่าเช่า เป็นข้าวสาลีตามจำนวนที่ตกลงกัน ทางทิศตะวันออก- เฉียงเหนือของไร่ มีป่างิ้ว ใหญ่ซึ่งเป็นที่อาศัย ของ นกแรกเค้าฝูงหนึ่ง เมื่อนก แขกเต้าผู้เป็นบิดามารดา ชราแล้ว ได้มอบความเป็น ใหญ่ให้แก่บุตรชายเพื่อ ปกครองบริวารสืบแทน พญานกแขกเต้าหนุ่มมี รูปร่างใหญ่ประมาณเท่า นกยูง จะงอยปากแดง นัยน์ตาสดใส มีเท้า แดง มีขนคอคาดสามชั้นรอบคอ ดูสง่างาม ยิ่งนัก ปกติแล้ว ฝูงนกแขกเต้าจะไปจิกกิน ข้าวสาลีที่งอกขึ้นเองในป่าหิมพานต์ แต่ต่อมา ทราบว่

หัวข้อประเด็น

- เรื่องราวของนกแขกเต้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ใ นอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้า มคธราชครองกรุงราชคฤห์ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ของพระนคร พราหมณ์โกสิยะผู้หนึ่ง มีไร่ข้าวสาลี ๑,๐๐๐ กรีส (มาตราวัดพื้นที่สมัยโบราณ กรีสประมาณ ๑๒๕ ศอก) เขาได้ให้กั้นพื้น ที่ไร่ แล้วแบ่งให้คนงานแต่ละคนดูแลข้าวสาลี ในจำนวนพื้นที่ต่าง ๆ กัน โดยเก็บค่าเช่า เป็นข้าวสาลีตามจำนวนที่ตกลงกัน ทางทิศตะวันออก- เฉียงเหนือของไร่ มีป่างิ้ว ใหญ่ซึ่งเป็นที่อาศัย ของ นกแรกเค้าฝูงหนึ่ง เมื่อนก แขกเต้าผู้เป็นบิดามารดา ชราแล้ว ได้มอบความเป็น ใหญ่ให้แก่บุตรชายเพื่อ ปกครองบริวารสืบแทน พญานกแขกเต้าหนุ่มมี รูปร่างใหญ่ประมาณเท่า นกยูง จะงอยปากแดง นัยน์ตาสดใส มีเท้า แดง มีขนคอคาดสามชั้นรอบคอ ดูสง่างาม ยิ่งนัก ปกติแล้ว ฝูงนกแขกเต้าจะไปจิกกิน ข้าวสาลีที่งอกขึ้นเองในป่าหิมพานต์ แต่ต่อมา ทราบว่ามีข้าวสาลีปลูกในไร่ที่แคว้นมคธ จึง ให้บริวาร ๒ ตัวไปสืบ ก็ทราบว่ามีจริง วันต่อมา ฝูงนกแขกเต้าจึงพากัน บินลงไปจิกกินข้าวสาลีในไร่ของคนงานคน หนึ่งของพราหมณ์โกสิยะ เขาพยายามโบกไม้ โบกมือวิ่งไล่อย่างไรก็ไม่อาจไล่นกแขกเต้าจำนวน มากนี้ได้ เมื่อนกแขกเต้าพากันจิกกินข้าวสาลี จนอิ่มแล้วก็พากันบินกลับไป เว้นแต่พญานก แขกเต้าเท่านั้นที่รวบรวงข้าวจำนวนหนึ่งด้วย จะงอยปากแล้วคาบบินไป ฝูงนกแขกเต้าพากันมากินข้าวสาลี เช่นนี้ได้ ๒-๓ วัน ซึ่งคนงานผู้นี้ไม่อาจจะ ห้ามปรามได้ เขาคิดว่า หากพวกนกแขกเต้า ยังพากันมากินข้าวสาลีในไร่อีกเพียง ๒-๓ วัน ข้าวก็คงหมดไร่ พราหมณ์โกสิยะจะต้องโกรธ ถึงขนาดเอาโทษให้เขาชดใช้ค่าเสียหายที่ไม่ดูแล ข้าวเป็นแน่ เขาควรจะ รีบไปบอกข่าวแก่พราหมณ์ ว่า จะทำอย่างไรดี เพราะ สุดวิสัยที่เขาจะตัดสินใจ ทําอะไรได้ คนงานผู้นี้จึงรีบไป พบพราหมณ์ที่บ้าน บอก เล่าเรื่องราวให้พราหมณ์ ทราบทุกประการ พราหมณ์ ได้ฟังแล้วรู้สึกอยากได้ พญานกแขกเต้ามาเลี้ยง จึงให้เขาทำแล้วดัก มาให้ เขารีบกลับบ้าน ชวนบ่วงแล้วดักนก จนเสร็จ วันรุ่งขึ้นก็น่าบ่วงไปทอดแต่เช้าตรู่ แล้วนั่งดักอยู่ในกระท่อมกลางทุ่ง ซึ่งอยู่ไม่ ไกลจากที่ที่บรรดานกแขกเต้ามาหากินนัก ไม่นาน พญานกแขกเต้าก็นำฝูงนก ร่อนลงมากินข้าวสาลี ด้วยความที่พญานก แขกเต้ามีอัธยาศัยมั่นคงไม่โลเล เคยหา กินตรงไหนก็มักจะหากินอยู่ตรงนั้นอยู่เป็นปกติ เมื่อร่อนลง เท้าจึงสอดเข้าบ่วงแล้วที่คนงาน วางแล้วดักไว้พอดี! ก ล ย า ณ ม ต ร
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More