ข้อความต้นฉบับในหน้า
"ก็หรือไม่จริง?” อโศกถามพร้อมด้วย
เปล่งเสียงหัวร่อออกมาเต็มที่
“จริงอย่างไร? ข้าพเจ้าไม่เคยสอนท่าน
ข้าพเจ้าไม่เคยรู้เรื่องวิชานี้
"แต่ความรักของข้าพเจ้าอยู่ที่ท่าน
ถอนหายใจลึกและแรงติด ๆ กันสองสามครั้ง
ชโลธราเอี้ยวคอมาถามว่า
“ท่านถอนใจทําไม ท่านไม่สบายหรือ?”
แทนค่าตอบ อโศกวางมือลงบนไหล่
ข้างขวาของชโลธราเพียงแผ่วเบา ชโลธราสะดุ้ง
ความรักสอนให้คนเอาใจ สอนให้คนเอาใจใส่
เล็กน้อย
แต่ก็คงยืนเฉย เขาเลื่อนมือลงมา
ตามลำแขนของหญิงสาวอันสร้างเสลาอ่อนนุ่ม
แล้วโอบไหล่ของเธอไว้ด้วยลำแขนอันกำยำ ก้มลง
เป็นห่วงเป็นใยคนที่ตนรัก ความน่ารักของท่าน
เองสอนให้ข้าพเจ้ารัก เมื่อเป็นดังนี้ท่านยังจะ
ปฏิเสธหรือว่า ท่านมิได้สอน” อโศกพูดพร้อม
จับแขนเบื้องซ้ายของชโลธราไว้อย่างมั่นคง
"ปล่อยซิ อโศก! ปล่อย” ชโลธราขอร้อง
บิดแมนอยู่ไปมา
"ไม่ปล่อย” อโศกทำท่าทางขึงขัง
"เดี๋ยวติดตะรางนะ” ชโลธรา
"ในข้อหาอะไร?”
“ข่มเหงน้ำใจหญิง” ชโลธราพูดยิ้ม
ออกมานิดหนึ่งกึ่งขบขันกึ่งละอาย
"ชโลธรา!” อโศกพูด คงกุมแขนหญิง
สาวนิ่งอยู่ "ถ้าผู้พิพากษาคือท่าน คุกคืออ้อม
แขนอันอ่อนละมุนของท่าน โทษทีตัดสินคือ
การจองจำตลอดชีวิต นักโทษแห่งความรักคนนี้
ยินดีรับคําพิพากษาโดยไม่เกรงกลัวอะไรเลย”
ยามราตรีก็โผล่ขึ้น
จนสายัณห์การเยือนโลก คณะของ
อโศกจึงเดินทางกลับมายังบ้านของชโลธรา เขา
ถึงบ้านเพลาพลบค่ำพอดี คืนนั้นข้างขึ้นแก่ เมื่อ
พระอาทิตย์ตกดินไม่นาน รัชนีกร เจ้าแห่งฟ้า
ก็โผล่ขึ้นทางขอบฟ้าทางด้านตะวันออก
ศีขรินและศาสวัตไปส่งซาลินี ส่วน
อโศกอยู่เป็นเพื่อนชโลธรา เขานั่งสนทนากันใน
บ้านซึ่งเงียบสงัดอยู่ครู่หนึ่ง สาวน้อยลุกขึ้นเดิน
ไปยืนตรงหน้าต่างด้านตะวันออก ชมแสงจันทร์
ซึ่งลอดผ่านกิ่งไม้เข้ามา กลิ่นบุปผาชาติรวย
ระรื่นมาตามสายลม อโศกลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่
ตรงเบื้องหลังนาง
ชโลธราคงยืนเฉยเหมือนมิได้มีอโศกอยู่
ที่นั่น ครู่หนึ่งผ่านไป กลิ่นดอกไม้ยังขจายขจร
มาตามกระแสลม ผสมกลิ่นเนื้อนวลนางเมื่ออยู่
ใกล้ อโศกรู้สึกปั่นป่วนใจอย่างบอกไม่ถูก เขา
๑๐๔ ก ล ย า ณ ม ต ร
จุมพิตที่เรือนเกศาและต้นคอ สาวน้อยหันกลับ
มาเผชิญหน้ากับอโศก ผลักเขาห่างออกไปจาก
ตัวพลางพูดว่า
“ทำไมท่านทำอย่างนี้ล่ะ?”
“ข้าพเจ้าทำเพราะรักท่าน” อโศกตอบ
"คนรักกันเขาทำกันอย่างนี้หรือ?”
ชโลธราถาม ก้มหน้าด้วยความละอาย
“ความจริงควรจะมากกว่านี้” อโศกตอบ
“นั่นมันอีกเวลาหนึ่ง เวลานี้ยังไม่ถึง
เวลาที่จะทำอย่างนี้ได้”
“ถึงเวลาแล้ว” อโศกยืนยัน พร้อม
กับรวบร่างอรชรของหญิงสาวมาแนบชิดไว้กับอก
จูบเอาที่กระพุ้งแก้มโดยแรง เลื่อนจมูกมาซบอยู่
ที่ชอกไหล่ของหญิงสาว โครราสาวน้อยผู้ไม่
เคยแก่การทำนองนี้รู้สึกเสียวสยองเหมือนถูกสายฟ้า
เนื้อตัวอ่อนลง เสมือนขี้ผึ้งถูกไฟ สุดที่จะดิ้นได้
เธอซบหน้าลงกับไหล่ฉันพึ่งผายของเขา
เมื่อสติสัมปชัญญะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง จึงรีบ
ถอยห่างออกไปพูดเสียงเครือว่า
"เสียดายที่ข้าพเจ้าหลงไว้ใจท่านว่าจะคบ
ข้าพเจ้าโดยใจซื่อ ไม่นึกเลยว่าจะทำการวู่วาม
เอาแต่ใจตัว การทำสิ่งที่น่าละอายถึงปานนี้
โดยมิได้รับความยินยอมจากหญิง ท่านกลับไป
เสียเถิดแล้วอย่ากลับมาให้ข้าพเจ้าเห็นหน้าอีก”
อโศกมิได้พูดอะไร ก้าวชิดเข้าไปรวบ
ร่างสาวน้อยไว้ในวงแขนอีกครั้งหนึ่ง ชโลธราจะ
ดิ้นสักเท่าไรก็ไม่หลุดปากก็พูดว่า
“ท่านจะด่าว่าข้าพเจ้าอย่างไรก็เชิญเถิด
ข้าพเจ้ารักท่าน ข้าพเจ้ามิได้ทำด้วยความวู่วาม
และมิได้ทำสิ่งที่น่าละอาย เพียงแต่กระทำสิ่งซึ่ง