ข้อความต้นฉบับในหน้า
โกสิยพราหมณ์ให้ฟังก็รู้สีกลิ่นชมยินดี
และเพิ่มความรักใคร่ในพญานกแขกเต้ายิ่งขึ้น
เป็นทวีคูณ
"ดีจริงหนอ ท่านพญานกแขกเต้า
ท่านเป็นเพียงสัตว์เดรัจฉาน ยังมีคุณธรรม
มากถึงเพียงนี้ มนุษย์อีกจำนวนมากยังไม่มี
คุณธรรมเช่นท่านเลย ต่อไปนี้ ท่านและ
บริวารของท่านจงมากินข้าวสาลีในไร่ที่เคยมา
กินตามต้องการเถิด เราอนุญาต
การที่เราได้
ฟังถ้อยคำอันเป็นหลักธรรมจากท่าน ถือว่า
เราได้รับสิ่งที่มีค่ายิ่งใหญ่จริง ๆ”
จากนั้น โกสิยพราหมณ์ได้แก้เชือกที่
มัดเท้าทั้งสองของพญานกแขกเต้าออก ทา
น้ำมันนวดเท้าแล้วให้เกาะที่ตั้งอันงดงาม นำ
ข้าวตอกคลุกน้ำผึ้งใส่จานทองมาให้กิน พร้อม
กับน้ำดื่มที่เจือน้ำตาลกรวดเพื่อแก้กระหาย
และอ่อนเพลีย พญานกแขกเต้าให้ศีลให้พร
พราหมณ์ พร้อมกับย้ำให้โกสิยพราหมณ์
ทำทานและมีกตัญญูเลี้ยงดูบิดามารดาผู้ชรา
อันจะเป็นบุญกุศลติดตัวต่อไป
๑,๐๐๐
โกสิยพราหมณ์ได้ให้ไร่ข้าวสาลีแก่ฝูงนก
กรีส เพื่อให้มีกินได้เต็มที่ตลอดไป
แต่พญานกแขกเต้าขอเพียง
กรีสเท่านั้น
พราหมณ์จึงให้จารึกหลักปักเป็นที่หมายไว้ใน
ไร่นั้น และบูชาพญานกด้วยของหอมเป็นต้นว่า
ดอกไม้เป็นการขอขมาที่จับมัดผู้มีธรรมให้ได้
ความทุกข์
พญานกแขกเต้ากลับเข้าป่างิ้วไปหา
บิดามารดาและบริวารทั้งหลาย นกทั้งหมด
พากันชื่นชมยินดีในการกลับมาของนาย
ส่วนโกสิยพราหมณ์ ตั้งแต่บัดนั้น
เป็นต้นมา ก็บำเพ็ญกุศลทานแก่สมณพราหมณ์
และเอาใจใส่ดูแลบิดามารดาเป็นอย่างดีโดย
สม่ำเสมอ
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสเรื่องนี้
จบแล้ว ทรงสรรเสริญการเลี้ยงดูบิดามารดาว่า
"การเลี้ยงดูบิดามารดาเป็นวงศ์ของบัณฑิต
ทั้งหลาย” จากนั้นทรงประชุมชาดกว่า
ฝูงนกแขกเต้า ได้มาเป็น
พุทธบริษัททั้งหลาย
มารดาบิดา ได้มาเป็น
สกุลมหาราช
คนงานเฝ้าไร่ ได้มาเป็น
นายฉันนะ
โกสิยพราหมณ์ ได้มาเป็น
พระอานนท์
พญานกแขกเต้า ได้มาเป็น
พระองค์เอง
เป็นเรื่องของ
นิทานชาดกเรื่องนี้
ความกตัญญูและการรู้จักสร้างบุญไว้ในภพหน้า
อย่าลืมนะคะหลาน ๆ เราต้องรู้จักเลี้ยงดูผู้ที่
ด้อยกว่า ต้องรู้จักตอบแทนคุณของผู้มีพระคุณ
ขอให้จำใส่ใจไว้เลยว่า เงินทองทรัพย์สินที่
สะสมไว้อาจถูกทำลายไปได้ แต่บุญที่สะสม
ไว้ไม่ถูกทําลายแน่นอน
น้าอี๊ด
(จาก "อรรถกถา สาลิเกทารชาดก)
๑๑๖
ก ล ย า ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org