ความเสื่อมของพระพุทธศาสนาในเนปาล วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 2 หน้า 37
หน้าที่ 37 / 122

สรุปเนื้อหา

เข้าไปสู่เนปาล และต่อมาเมื่อมีอำนาจทางการเมือง ได้ทำลายศาสนสถานและคัมภีร์ทางพระพุทธ ศาสนามากมาย และมีการบังคับให้ชาวพุทธ มิให้ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาตามวัดต่าง ๆ อีก ด้วย ทั้งได้มีการยึดพุทธสถานให้เป็นศาสนา สถานทางฮินดู ช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงที่พระพุทธ ศาสนาตกต่ำมากที่สุดในเนปาล แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพุทธศาสนิกชนได้รับการเบียดเบียนเช่นนั้น นั้น มีเผ่าหนึ่งที่มีอำนาจและปกครองตนเองอยู่ ทางภาคตะวันตก ซึ่งเรียกกันนี้ว่า ขัส ต่อมา ปรากฏว่าพวกนี้ได้เรียกตระกูลของตนเองว่า มัลละ ตามหลักฐานเท่าที่ค้นพบได้ชี้ให้เห็นว่าพวกมัลละ นี้ล้วนเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ เผ่ามัลละนี้ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองปาวาใน สมัยพุทธกาลนั้นเอง จึงมีศรัทธาปสาทะในพระ พุทธศาสนาอย่างมาก และยังพบว่ามีกษัตริย์ และพ่อ

หัวข้อประเด็น

- ความเสื่อมของพระพุทธศาสนาในเนปาล

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เข้าไปสู่เนปาล และต่อมาเมื่อมีอำนาจทางการเมือง ได้ทำลายศาสนสถานและคัมภีร์ทางพระพุทธ ศาสนามากมาย และมีการบังคับให้ชาวพุทธ มิให้ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาตามวัดต่าง ๆ อีก ด้วย ทั้งได้มีการยึดพุทธสถานให้เป็นศาสนา สถานทางฮินดู ช่วงนี้นับว่าเป็นช่วงที่พระพุทธ ศาสนาตกต่ำมากที่สุดในเนปาล แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพุทธศาสนิกชนได้รับการเบียดเบียนเช่นนั้น นั้น มีเผ่าหนึ่งที่มีอำนาจและปกครองตนเองอยู่ ทางภาคตะวันตก ซึ่งเรียกกันนี้ว่า ขัส ต่อมา ปรากฏว่าพวกนี้ได้เรียกตระกูลของตนเองว่า มัลละ ตามหลักฐานเท่าที่ค้นพบได้ชี้ให้เห็นว่าพวกมัลละ นี้ล้วนเป็นชาวพุทธทั้งสิ้น ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ เผ่ามัลละนี้ได้ย้ายถิ่นฐานมาจากเมืองปาวาใน สมัยพุทธกาลนั้นเอง จึงมีศรัทธาปสาทะในพระ พุทธศาสนาอย่างมาก และยังพบว่ามีกษัตริย์ และพ่อค้าประชาชนในยุคนั้นนิยมไปจาริกแสวง เสาศิลาจารึกของพระเจ้าอโศกที่ลุมพินีได้ ก็ได้หาทางที่จะรักษาศาสนาของตนด้วยการดัด แปลงบางสิ่งบางอย่าง จนทำให้เกิดลัทธิใหม่ ๆ ที่มีแบบเฉพาะของตนและมีอยู่เฉพาะในเนปาล ณ พระพุทธศาสนาในยุคราชวงศ์มัลละ (คริสต์ศักราช ๑๓๐๐-๑๗๖๘) พระพุทธศาสนาในเนปาลมิได้เจริญอยู่ เฉพาะในหุบเขากาฐมาณฑุ หากแต่ได้เจริญไป ถึงภาคตะวันตกของเนปาลด้วย การที่พระสงฆ์ ในพระพุทธศาสนาเดินธุดงค์จาริกไปสู่ที่ต่าง ๆ ทำให้ได้คุ้นเคยกับชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ซึ่งศาสนา พราหมณ์ถือว่าเป็นพวกอนารยะ หรือพวกป่าเถื่อน เพราะมิได้นับเข้าในวรรณะ ๔ ชาวเขาเหล่านี้ จึงมีพุทธศาสนาเป็นศาสนาดั้งเดิมของตน ใน บรรดาชาวเขาเหล่านี้ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเนปาล บุญยังพุทธสถานต่าง ๆ ทางใต้ลงไป เป็นต้นว่า จารึกไว้ว่า ในปี ค.ศ.๑๓๑๒ กษัตริย์ริป มัลละ ได้เสด็จมาจาริกแสวงบุญยังลุมพินี สถานที่ ประสูติของพระพุทธเจ้า ในลำดับต่อมาพวกขัสหรือมัลละ ได้แผ่ ขยายอำนาจของตนเข้าไปยังหุบเขากาฐมาณฑุ และในที่สุดได้ตั้งราชวงศ์มัลละปกครองประเทศ เนปาล โดยมีศูนย์กลางการปกครองอยู่ในหุบเขา กาฐมาณฑุ ในยุคนี้ถึงแม้ว่าอิทธิพลของศาสนา พราหมณ์ได้แผ่กระจายเข้าไปอย่างมากก็ตาม แต่พระราชาผู้ปกครองประเทศก็ยังเป็นพุทธมามกะ โดยส่วนใหญ่ อ่านต่อฉบับหน้า กั ล ย า ณ ม ต ร ๓๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More