ข้อความต้นฉบับในหน้า
ที่แต่เฉพาะวันเพ็ญของ ๑๒ เท่านั้น ชาวอินเดีย
ถือเป็นวันสำคัญ หรือวันนักษัตรฤกษ์ใหญ่เป็น
วันประเพณีที่มีการจับระบำรำฟ้อน เรียกว่า พิธี
เกี่ยวกับโกมุท หรือ เกามุทีมโหดสว ซึ่งเป็น
เวลาเดียวกันกับประเพณีโยนบัวของชาวบางพลี
จังหวัดสมุทรปราการในบ้านเรา
ดังได้กล่าวแล้วว่า บัวสวยมีมากมาย
หลายสี หลายพันธุ์ แต่ที่เป็นพันธุ์โบราณบ้าน
เราได้แก่
บัวผัน ดอกสีขาวปลายกลีบชมพูเรื่อ
แล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีคราม หรือความอมชมพู
บัวเผื่อน ดอกสีขาวปลายกลีบสีคราม
แต่เวลาบานไม่เปลี่ยนสี ชอบบาน หรือเกิดอยู่
คู่กันกับบัวผัน
นอกนั้นก็มีสีม่วง หรือสีออกเป็นสีขาบ
คือคราม เรียกกันอย่างไพเราะว่า นิโลบล ดอกสี
ขาวนวลกลีบซ้อนเรียกว่า กุมุท เป็นพันธุ์เดียว
ที่มีฝักอยู่ข้างในคล้ายบัวหลวงแต่เล็กกว่า ดอกสีแดง
หรือออกแดง เรียกว่าโกกนุท และจงกลนี ส่วนที่
มาผสมพันธุ์ได้กันใหม่ เป็นสีต่าง ๆ กันออกไป
ก็มีมาก เช่นสีเหลือง เรียกว่า สุทธาสินี หรือ
สีแดงเหลือบเรียกว่าทับทิมสยาม ดังนี้เป็นต้น
บัวสายเป็นบัวที่นิยมปลูกในบ้านกันมาก
บางบ้านที่มีเนื้อที่มาก ๆ อาจปลูกเป็นสวนน้ำ
เลยก็ได้ โดยลงบัวสายไว้มากมายหลายสี แต่
ต้องมีความรู้ในเรื่องบัวเป็นอย่างดี เพราะนิสัย
ของบัวแต่ละสีแต่ละสายพันธุ์นั้นไม่เหมือนกัน
บางชนิดอยู่ได้เฉพาะแดดจัด บางชนิดไม่จำเป็น
บางชนิดบานทั้งปี บางชนิดหลบดอกหนีหน้าใน
ฤดูหนาว และบางพันธุ์ไม่สามารถเอาไว้ใกล้
กันได้เพราะความสามารถในการหาอาหาร ต
ซึมอาหารไม่เท่ากัน
ๆ
ประโยชน์ของบัวสาย อย่างที่เห็นกันอยู่
ชัด ๆ คือการนำไปทำอาหารได้รสโอชะดีนัก เช่น
ต้มกะทิปลาทูนึ่ง กับสายบัว แกงส้ม แกงเหลือง
สายบัว ให้รสดีนักเพราะสายบัวซึมน้ำแกงได้อิ่ม
ชุ่มเต็มที่ ผัดกับกุ้ง หมู กินดิบกับน้ำพริกกะปิ
น้ำพริกปลาร้า น้ำพริกปลาทู กรอบเย็นอร่อย
ชื่นใจ สำคัญคือถูก กินแล้วอิ่มดี หลายคนนิยม
นำเอาสายบัวไปผัดกับกระเทียมเฉย ๆ เป็น
อาหารรสน้ำหนัก
คนโบราณว่า หากน่าสายบัวมาลอก
ล้างให้สะอาดดี แล้วหักเป็นท่อน ๆ สั้น ๆ พอคำ
นำไปฉาบให้น้ำตาลเกาะเคลือบแข็ง เป็นสาย
บัวฉาบหวาน เก็บไว้กินเป็นของหวาน ของ
ขบเคี้ยวได้อร่อยนาน ไม่ตื่นง่ายเหมือนกล้วย
หรือเผือกฉาบ เพราะไม่ต้องทอดก่อน
ตรงนี้ ถ้าใครอ่านพบ แล้วนึกอยาก
ทดลองดูละก็เชิญได้เลย ได้ผลอย่างไรส่งมาให้
ชิมกันบ้าง เผื่อบางทีจะได้เป็นการฟื้นฟูขนมโบราณ
ชื่อฉาบอุบลชาติ (ตั้งเอง) เอาไว้ทำขายหรือ
แจกเป็นของขวัญปีใหม่ หรือใช้ในงานสำคัญ ๆ
น่าจะดีไม่น้อย
ความจริงหากจะคุยกันเรื่องบัวให้เต็มที่
จริง ๆ แล้ว คงจะต้องเขียนกันอีกหลายหน
หลายครั้ง ดังนั้น เห็นทีว่าจะหยุดเรื่องบัวเสีย
ก่อน เอาไว้โอกาสดี มีอารมณ์เป็นบัวอีกเมื่อใด
คงจะได้เขียนให้อ่านกันอีกที เนื่องจากยังมีเรื่อง
17 ให้เขียนอีกมากมาย ฉบับต่อไปถ้าเป็น
ไปได้คงจะคุยเฟื่องเรื่องชา ให้อ่านกันเล่น ๆ
เป็นที่สบายใจ แถมได้ความรู้
อื่น
๕๔ ก ล ย ๆ ณ ม ต ร