ข้อความต้นฉบับในหน้า
ค
"ไม่ว่า
นล่ารังนกพูดว่า
นกจะบินไปถึงไหน เราจะตามไป”
บนลำไม้ไผ่ที่ต่อกันอย่างง่อน
300
แง่นสูงถึง ฟุต เหนือพื้นถ้ำเสือที่กว้างถึง
๑๐๐ ฟุต เบื้องล่างมีแต่ความมืดมิดกับเสียงนก
นับร้อยนับพันร้องกันเซ็งแซ่ สะท้อนก้องไปมา
ภายในถ้ำใหญ่นั้น เปลวไฟวับแวมจากการ
แกว่งคบไฟไปมาในโลกแห่งความมืดมิดเบื้องล่าง
เป็นไฟนำทางให้คนล่ารังนกไต่ไผ่ขึ้นมา เพื่อ
เก็บรังนกไปเป็นของบริโภคของคนนับล้าน นักล่า
รังนกเสี่ยงชีวิตออกหารังนกท่ามกลางความมืดของ
ถ้ำ ซึ่งอยู่ในทะเลอันดามัน ไกลออกไปทางฝั่ง
ตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศไทย ตามชายฝั่งพม่า
มาเลเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ สืบเนื่อง
กันมาหลายชั่วอายุคน
รังนกเหล่านี้สร้างขึ้นมาจากสารเหนียว ๆ
อย่างหนึ่งจากต่อมน้ำลายใต้ลิ้นของนก ที่ชาวจีน
โบราณค้นพบวิธีปรุงเป็นอาหารจีนตำรับลือชื่อ
คนล่ารังนกตรากตำเสี่ยงภัยตั้งแต่วัยเด็ก
จนแก่ หน้าเก็บรังนก เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์
ถึงพฤษภาคม ในสี่เดือนของการทำงานตั้งแต่
เช้าจนเย็น จะไม่มีอาหารอื่นและน้ำเลย นอก
จากรังนกเป็นอาหารเพียงอย่างเดียว เพราะเชื่อ
กันว่าสามารถให้พลังงานทดแทนเพียงพอ
การเก็บรังนกทำกันสามครั้งต่อฤดูกาล
หลังจากนั้น ผู้ล่าทั้งหลายก็จะไปทำงานอื่น เช่น
ออกจับปลา หรือต่อเรือ
การเก็บรังนกเป็นธุรกิจใหญ่ ในฮ่องกง
รังนกมีราคาถึง ๑,๐๐๐ เหรียญกับอีกหนึ่งปอนด์
Yun-Cheung Kong ศาสตราจารย์
ภาควิชาชีวเคมีแห่ง Chinese University of
Hong Kong เชื่อว่า ได้มีการบริโภครังนกใน
ประเทศจีนเป็นเวลา ๑,๕๐๐ ปีมาแล้ว จาก
การค้นพบเครื่องเคลือบดินเผาสมัยราชวงศ์ถัง
ใกล้ถ้ำ Niah ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ
บอร์เนียวเป็นหลักฐานว่า ความสำคัญของรังนก
นี้มีมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ ๗๐๐ แล้ว และ
ในช่วงต้นราชวงศ์หมิง (๑๓๖๘-๑๖๔๔) วันที่
๙๐ ก ล ย า ณ ม ต ร