ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านก็เป็นคนไม่ดีสำหรับคนนั้น”
"คำตอบนี้ให้ชโลธราถามดีกว่า จะได้
ไม่ต้องใช้คำว่า "เซน" หรือ "สมมุติ" ศีขรินเยา
ทุกคนหันมามองชโลธราแล้วหัวเราะชอบใจ ทำ
ให้หญิงสาวหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถามว่า
"สิ่งที่เราชอบ จึงดี หรือเพราะดีเราจึง
รอบ?”
"? ?” ทุกคนอ้าปาก เผยอคิ้วด้วย
ความฉงนในคำถามชโลธรา เมื่อทุกคนนิ่งอยู่
ชาลินีจึงกล่าวว่า
“ข้าพเจ้าเห็นว่า เพราะดีเราจึงชอบ
“ถ้าอย่างนั้น” ชโลธราพูด "เราจะเอา
อะไรเป็นเครื่องวัดว่าอะไรดี?”
ๆ
ให้เดินชมพันธุ์ไม้ในป่า เขามีแนวโน้มในทาง
ปรัชญาและไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับใคร จึงขอ
ตัวเที่ยวเดินเล่นคนเดียวเพื่อคิดอะไรต่าง
ตามที่อยากคิด ส่วนศีขรินกับชาลินี และอโศก
กับชโลธรา สองคู่ก็แยกย้ายกันไป สัญญากัน
ว่าจะไม่ให้ไกลสถานที่นั้น
“ข้าพเจ้ายินดีจะมอบทุกอย่างที่ข้าพเจ้า
มีให้ท่าน เวลานี้ข้าพเจ้าไม่มีอะไร นอกจาก
ดอกตะแบก จึงขอมอบให้ท่านเป็นของขวัญชิ้น
น้อย แต่สำหรับข้าพเจ้าแล้ว ความหมายมันยิ่ง
ใหญ่นัก”
ไหน?"
การยั่วเย้า
“ท่านไปเรียนวิชาเอาใจหญิงมาจาก
ชโลธราพูดมองอโศกด้วยสายตาแห่ง
"หรือที่สำนักตักศิลามีวิชานี้สอน
เหมือนกัน”
เพราะดี
“เราก็เอาความชอบความพอใจของเรา
เป็นเครื่องวัด” ศีขรินตอบ
"ตกลงตามมติของชาลินีวา
เราจึงชอบ แต่ศีขรินว่า เพราะเราชอบจึงดีไซ
ไหม” อโศกสรุปและถาม
“ไปกันใหญ่” ศาสวัดบ่น "สรุปใหม่ดี
กว่าว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรดี ไม่มีอะไรเลว
ความรู้สึกของเราต่างหากไปทำให้สิ่งนั้นดีหรือเลว”
"ความดีสากลน่าจะมี อโศกพูด
“หมายถึงความดีที่ทุกคนยอมรับว่าดี”
"แล้วใครจะเป็นผู้เข้าถึงความดีสากล
อันนั้น?” ศาสวัตถาม
"ใครได้เข้าถึง พวกนั้นก็มีความเห็นตรงกัน
ไม่ขัดแย้งกัน คนที่ยังเข้าไม่ถึงก็ขัดแย้งกับพวก
ที่เข้าถึงแล้ว พวกใดเข้าถึงแค่ไหนก็มีความเห็น
ตรงกันในพวกนั้น”
"แล้วหน้าที่ของเราควรจะทำอย่างไร?”
ชโลธราถาม
ที่ว่า
"เฉย ๆ” ศาสวัตตอบ "เราไม่ต้องไป
เดือดร้อนกับความเห็นของใคร ใครจะชอบอะไร
หรือไม่ชอบอะไรก็ช่างเขา ปัญหาใกล้ ๆ
เราชอบ เราพอใจตัวเราเองแล้วหรือยัง เราก็ยัง
ตอบไม่ได้”
เมื่อตะวันบ่ายแล้ว เงาแดดทอดยาวไป
ทางตะวันออก ศาสวัตเอ่ยปากชวนมิตรสหาย
“ข้าพเจ้าเรียนวิชานี้ จากสุภาพสตรี
ผู้หนึ่งซึ่งมีความงามและความดีเป็นเลิศ มีนิสัย
ดีเยี่ยม เธอเป็นอาจารย์สอนวิชานี้ให้ข้าพเจ้า”
อโศกตอบ
"ท่านคงเคารพนับถือและให้เกียรติเชิดชู
สุภาพสตรีผู้นั้นมาก?” ชโลธราถาม
"มากทีเดียว” อโศกตอบ “ไม่เพียง
เท่านั้นดอก ข้าพเจ้ายังรักสตรีผู้นั้นอย่างยิ่งอีกด้วย
ข้าพเจ้าคิดถึงท่านผู้นั้นทุกวันและทุกคืน”
“ท่านพอจะบอกข้าพเจ้าได้ไหมว่า สตรี
ผู้นั้นคือใคร?”
และ
"เธอชื่อชโลธรา พำนักอยู่ ณ บ้านป่า
แห่งหนึ่ง ข้าพเจ้าได้พบเธอโดยบังเอิญ
เธอก็สอนวิชาเอาใจหญิงแก่ข้าพเจ้า" อโศก
พูดนัยน์ตาเหม่อมองไปเบื้องหน้าเหมือนมิได้สนใจ
ต่อชโลธราเลย
“เวลานี้ข้าพเจ้าก็คิดถึงเธอผู้นั้นอยู่
อโศกต่อ "แต่เธอคงไม่รู้ดอกว่าข้าพเจ้าคิดถึง
เธอเพียงใด”
"นี่แน่ะ คิดถึงเธอเพียงใด” ชโลธรา
พูดพร้อมด้วยหยิกหนีบเข้าให้ที่แขนของอโศก
อย่างแรง "พูดไปพูดมาคิดว่าเป็นใครที่ไหน ที่
แท้มาลงที่ชโลธรา” เธอพูดโปรยยิ้มอย่างอ่อนหวาน
ก ล ย า ณ ม ต ร ๑๐๓
Kalyanamitra.org