พระตำหนักวาสุกรี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 2 หน้า 80
หน้าที่ 80 / 122

สรุปเนื้อหา

GO บุษบกมาลา ประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ในพระตำหนักวาสุกรี วัด พระเชตุพน เลยเข้าไปจะเป็นตู้เก็บพัดยศต่าง ๆ ประจำตำแหน่งของสมเด็จฯ คือ เป็นพัดยศตั้งแต่ทรงเป็นพระผู้น้อย พระผู้ใหญ่ ชั้นพระราชาคณะ จนกระทั่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ในรัชกาลที่ ๔ นั่นแหละ พัดยศเหล่านั้นแม้จะดูเก่า ด้วยมีอายุนานปี แต่ก็ยังคงความงามวิจิตรที่เขาประดิษฐ์ตกแต่งไว้ ยอดพัดบางด้ามใช้งาช้างแท้ ๆ แกะสลักทำ เป็นฉัตรห้าชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัดยศชั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้านั้นงามเป็นที่สุดเลยเบญจ์เอ้ย... ด้ามพัดเป็น งาแกะสลักลวดลายละเอียดยิบตลอดทั้งด้าม นอกจากนี้ยังมีพัดประดับพระเกียรติยศเรียกว่า "พัดวาลวิชนี” ด้ามทำด้วยงาช้างเช่นกัน ตั้งวางให้ชมอีกด้วย วันนี้ฉันโชคดีจริง ๆ เชียวที่เขากำลังจัดเตรี

หัวข้อประเด็น

- พระตำหนักวาสุกรี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

GO บุษบกมาลา ประดิษฐานพระอัฐิสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ในพระตำหนักวาสุกรี วัด พระเชตุพน เลยเข้าไปจะเป็นตู้เก็บพัดยศต่าง ๆ ประจำตำแหน่งของสมเด็จฯ คือ เป็นพัดยศตั้งแต่ทรงเป็นพระผู้น้อย พระผู้ใหญ่ ชั้นพระราชาคณะ จนกระทั่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ในรัชกาลที่ ๔ นั่นแหละ พัดยศเหล่านั้นแม้จะดูเก่า ด้วยมีอายุนานปี แต่ก็ยังคงความงามวิจิตรที่เขาประดิษฐ์ตกแต่งไว้ ยอดพัดบางด้ามใช้งาช้างแท้ ๆ แกะสลักทำ เป็นฉัตรห้าชั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพัดยศชั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้านั้นงามเป็นที่สุดเลยเบญจ์เอ้ย... ด้ามพัดเป็น งาแกะสลักลวดลายละเอียดยิบตลอดทั้งด้าม นอกจากนี้ยังมีพัดประดับพระเกียรติยศเรียกว่า "พัดวาลวิชนี” ด้ามทำด้วยงาช้างเช่นกัน ตั้งวางให้ชมอีกด้วย วันนี้ฉันโชคดีจริง ๆ เชียวที่เขากำลังจัดเตรียมงาน เขาเอาพัดยศ ชั้นสมเด็จพระสังฆราชและพัดวาลวิชนีที่ฉันเอ่ยถึง ตั้งไว้บนพระแท่นบรรทม นับเป็นบุญตาของฉันโดยแท้ บุญตา จริง ๆ นะ ก็ฉันได้ดูเสียติดตา ติดตาจริง ๆ ก็ฉันจ่อหน้าเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่ไม่แตะหรอกจ้ะ ถึงอยากก็เถอะ เพราะประการแรกเป็นของสูงควรแก่การกราบไหว้มากกว่าแตะต้อง ซึ่งฉันก็กราบจริง ๆ เสียด้วย คุณยายเรา เคยสอนว่า ของสูงของเจ้าเราต้องกราบไหว้นี่ จำได้ไหมคราวที่เราไปเที่ยวพระราชวังบางปะอินกัน คุณยายให้เรา กราบพระราชบัลลังก์เอย พระแท่นบรรทมเอย และอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง ฉันยังจำได้จนทุกวันนี้ อีกประการ หนึ่ง การดูชมของเก่าของโบราณ ตลอดจนภาพจิตรกรรมฝาผนัง เขาห้ามใช้มือแตะต้องลูบไล้ แตะคนละนิด ต้องคนละหน่อย มันก็หมองมันก็สึกได้เหมือนกัน ฉันเคยเรียนการอนุรักษ์ของโบราณนี่จ๊ะ ก็เลยไม่ยอมแตะต้อง ทั้ง ๆ ที่ใจปรารถนาเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็ต้องห้ามใจตนเองด้วยเหตุผลดังกล่าวนั่นแหละ เอ้า ! ย้อนกลับมาเล่าต่อนะจ๊ะ ทางขวามือลึกเข้าไป เขาตั้งพระแท่นบรรทมสำหรับสมเด็จพระมหา สมณเจ้า ลักษณะเป็นแท่นเบญจา มิใช่เตียงนอนธรรมดาอย่างที่เรารู้จักกันหรอกนะ (ดูรูปประกอบ) มีเสาเตียง ๔ เสา รองรับผ้าเพดานเตียงซึ่งห้อยลงมามีการคาดด้วยผ้าตาดทอง ๒ ชั้น มีพนักเตียงแกะสลักลวดลายงามวิจิตร ปิดทองประดับกระจกล้อมทั้ง ๔ ด้าน ส่วนด้านยาวของพระแท่นบรรทมทั้งสองด้านเว้นช่องทางขึ้นลงไปด้วย ด้านปลายพระแท่นบรรทมมีเตียงตั่งไม้ขนาดใหญ่ (แต่เล็กกว่าพระแท่นบรรทม) ปูด้วยไม้แผ่นเดียวตลอด ขัด เป็นมันลื่นน่านอนเล่นเชียวละ ฉันเข้าใจว่าพระองค์จะโปรดบรรทมบนเตียงตั้งนี้มากกว่าพระแท่นบรรทม (ซึ่งคง เป็นพระแท่นบรรทมที่ได้รับพระราชทานมา) กล่าวกันว่า เตียงตั้งดังกล่าวตั้งอยู่ภายในพระตำหนักมาแต่สมัย พระองค์ประทับอยู่แล้ว แต่ไม่มีใครทราบว่ามีไว้เพื่ออะไรแน่ อาจทรงใช้บรรทมหรือทรงพระอักษรขณะเข้าบรรทม แล้ว นึกขึ้นมาได้ก็เสด็จลุกขึ้นมาทรงพระอักษรกันลืมก็ได้ ไม่จำเป็นต้องย้อนไปห้องทรงพระอักษรอีก นี่ฉันก็เดา ไปเรื่อยเปื่อยนะ ก็ไม่รู้นี่นา ถามใครก็ไม่มีใครตอบได้ แต่ยังไงก็ตามคงจะมีความสำคัญอยู่บ้างแหละ ไม่งั้นทาง วัดคงไม่นำมาตั้งไว้ในห้องบรรทมหรอก ข้าง ๆ ด้านหัวพระแท่นบรรทมซึ่งอยู่ใกล้ประตูเข้าออกจัดโต๊ะหมู่บูชา มี พระพุทธรูปองค์เล็กองค์น้อยหลายองค์และหลายปาง แต่องค์ประธานใหญ่สุด เป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย ซึ่งงามมากองค์หนึ่ง ทั้งหมดที่ฉันเล่าเป็นเพียงเรื่องพระตำหนักวาสุกรี และบางส่วนของสิ่งของที่มีอยู่ที่จริงยังมีของอีกแยะ บรรยายไม่ถูก ต้องมาดูเองเป็นดีที่สุดจ้ะ เพราะสิ่งของบางอย่างไม่เกี่ยวกับพระองค์ท่าน ทางวัดเกรงว่าจะหาย ก็นำมาเก็บรักษาไว้ที่นี่ก็มากหลาย ฉันเลยไม่เอ่ยถึงให้มากความ ก ล ย า ณ ม ต ร Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More