ความคิดเกี่ยวกับความล่มสลายของอยุธยา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 2 หน้า 97
หน้าที่ 97 / 122

สรุปเนื้อหา

ให้กับการเล่นชู้ แล้วคนอื่น ๆ เล่าจะเป็นเช่นไร สังเกตได้จากลักษณะ วิสัยเช่นนี้ เชิงวรรณกรรมของยุคสมัยนั้น จะเห็นว่ามีแต่ เรื่องของความไร้สาระ ไม่ว่าจะหยิบยกเรื่องใด ๆ ขึ้นมากล่าว จะมีเรื่องของกามเข้ามาปะปนอยู่ ตลอดเวลา หากไม่มีเรื่องของกาม ก็มักเป็น เรื่องของความฝัน การเพ้อฝัน ความรักที่อยู่ บนความเพ้อฝันอย่างนี้เป็นต้น แม้ว่าการใช้ถ้อยคำ กระบวนคำในเชิงร้อยกรอง หรือกระบวนโวหาร จะไพเราะเพราะพร้องสักปานใด แต่สิ่ง ที่สอดแทรกอยู่ในวรรณกรรม เหล่านั้น ยุคนั้น ดูเหมือนจะ เป็น จะมีอยู่แบบเดียว เท่านั้น คือเรื่องของกาม "อือม...” ยิ่ง คิดยิ่งต้องทอดถอนใจ ถึงแม้แสงเดือนจะอาบ อยุธยาที่อยู่ต่อหน้าฉันใน ขณะนี้ได้อร่ามตาสักเพียง ไหน ก็มิอาจลบรอยเศร้า หรือเสียงสะท้อนในใจออกไปได้ ความรู้สึกเสียดาย เจ็บปวดของ

หัวข้อประเด็น

- ความคิดเกี่ยวกับความล่มสลายของอยุธยา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ให้กับการเล่นชู้ แล้วคนอื่น ๆ เล่าจะเป็นเช่นไร สังเกตได้จากลักษณะ วิสัยเช่นนี้ เชิงวรรณกรรมของยุคสมัยนั้น จะเห็นว่ามีแต่ เรื่องของความไร้สาระ ไม่ว่าจะหยิบยกเรื่องใด ๆ ขึ้นมากล่าว จะมีเรื่องของกามเข้ามาปะปนอยู่ ตลอดเวลา หากไม่มีเรื่องของกาม ก็มักเป็น เรื่องของความฝัน การเพ้อฝัน ความรักที่อยู่ บนความเพ้อฝันอย่างนี้เป็นต้น แม้ว่าการใช้ถ้อยคำ กระบวนคำในเชิงร้อยกรอง หรือกระบวนโวหาร จะไพเราะเพราะพร้องสักปานใด แต่สิ่ง ที่สอดแทรกอยู่ในวรรณกรรม เหล่านั้น ยุคนั้น ดูเหมือนจะ เป็น จะมีอยู่แบบเดียว เท่านั้น คือเรื่องของกาม "อือม...” ยิ่ง คิดยิ่งต้องทอดถอนใจ ถึงแม้แสงเดือนจะอาบ อยุธยาที่อยู่ต่อหน้าฉันใน ขณะนี้ได้อร่ามตาสักเพียง ไหน ก็มิอาจลบรอยเศร้า หรือเสียงสะท้อนในใจออกไปได้ ความรู้สึกเสียดาย เจ็บปวดของคนรัก แผ่นดินไทยคงจะไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก ดัง เช่นท่านอังคาร กวีใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รำพันถึงอยุธยาอย่างรวดร้าวไว้ว่า อยุธยาปูนป่าช้า สรวงสวรรค์ บัวเฟื่องทิพย์กนกวัลย์ ร่วงฟ้า มาเปื่อยป่นอาถรรพ์ โลกล่าง เปล่าเปลี่ยวทุกเส้นหญ้า ป่าน้ำตาสยาม "คิดอะไรอยู่หรือ... พระจันทร์สวยดีนะ เอ... คืนวันที่กรุงแตกน่ะ บุษจำได้มั้ยว่าเป็นวัน ไหน” อรรถถามขึ้นมาเฉย ๆ อย่างพอเหมาะ พอดีกับความคิดของฉัน "เมื่อคืนนี้ค่ะ ขึ้นเก้าค่ำ... แต่ไม่ใช่ เดือนเดียวกันนี่นะคะ” ฉันตอบอย่างอัตโนมัติ ตามใจที่กำลังจดจ่ออยู่กับเรื่องราวในอดีต "คืนนั้น พระจันทร์คงสวยอย่างนี้แหละ นะ แต่คงไม่มีใครทันเห็น เอ้อ... ไม่รู้ว่าผมเคย เกิดในยุคนั้นรึปล่าว” อรรถพูดขณะเดินมายืน ข้าง ๆ ฉัน เรายืนดูแสงจันทร์กันพักใหญ่อย่าง ไม่ได้พูดอะไรกันเลย ต่างคนต่างปล่อยความ คิดออกไปครอบคลุมแผ่นดินอยุธยา ดินแดน แห่งบรรพชนของเรา ของอรรถ ซึ่งเกิดที่นี่ โตที่นี่ "ผู้ใหญ่ และประวัติศาสตร์ย้ำว่า สงครามครั้งนั้นยิ่งใหญ่เหลือเกิน สามารถล่มอาณาจักรที่รุ่งเรือง ที่สุด มีอำนาจที่สุดใน สุวรรณภูมิขณะนั้นได้ใน พริบตาเดียว” อรรถ พูดต่อขณะยกแขนขึ้น โอบไหล่ฉันไว้อย่างคุ้นเคย “ไม่ใช่ทหารพม่า หรอกค่ะอรรถ ที่ทำลาย อยุธยาน่ะ” ฉันพูดด้วย ความอัดอั้น ที่พรั่งพรูขึ้นมาในใจ เต็มไปด้วยความรันทดหดหู่อย่างที่สุด หดหู่จนอยากจะร้องไห้ออกมาเสียด้วยซ้ำ ทำให้อรรถหันมามองดูฉันอย่างแปลกใจ เพียง แต่ไม่มีรอยยิ้มอย่างขบขันเหมือนทุกครั้งที่เขารู้สึก ว่าฉันขี้แย "เป็นเพราะคนของเรา คนในสมัยนั้น...” เสียงของฉันสั่นเครือ และขาดตอน "ไม่มีศีลต่างหาก ขาดศีลเป็นเครื่อง ค้ำจุน คุ้มครองชีวิต พากันลุ่มหลงมัวเมา เลอะเทอะในกามตัณหา ในอำนาจ ขาดความ เมตตาซึ่งกันและกัน ซ้ำพระศาสนาในยุคนั้น สมัยนั้น ก็ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวของไสยศาสตร์ และเวทมนต์คาถาเข้ามาปะปน” ฉันหยุดเพราะ รู้สึกเหมือนมีก้อนสะอื้นมาจุกอยู่ที่คอ "ขาดแก่นแท้ ที่เป็นที่พึ่งให้กับคนทุกข์ มีแต่การแก่งแย่ง ช่วงชิง...” ฉันทอด กั ล ย า ณ ม ต ร ๙๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More