ลักษณะและการเจริญเติบโตของบัวสาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 2 หน้า 55
หน้าที่ 55 / 122

สรุปเนื้อหา

วิคตอเรีย หรือบัวกระด้ง เป็นบัวที่มี ขนาดใบใหญ่ดังที่กล่าวมาแล้ว และมีดอกใหญ่ มากนัยว่าใหญ่ตั้งแต่ ๗-๑๘ นิ้ว มีกลีบซ้อนกัน แน่นกว่า ๕๐ กลีบ สำคัญคือมีกลิ่นหอม และ มีหนามมากที่บริเวณสาย ใบบัวนั้นแข็งแรงมาก ขนาดกบ หรือคางคกขึ้นไปนอนเล่นได้อย่างสบาย โดยไม่มีอาการสั่นสะเทือน เพราะหลังใบของมัว วิคตอเรียมีโพรงอากาศเป็นช่อง 1 เต็มไปหมด ไม่เหมือนกับบัวสายทั่ว ๆ ไปที่มีหลังใบเรียบ ใบของบัวสายทั่วไปจะมีลักษณะกลม ผิวเรียบมันคล้ายมียางเหนียว ๆ ฉาบหรือทาไว้ สีของใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่นเขียวจัด เขียวอมน้ำตาล น้ำตาลอมแดง หรือใบลาย และมักไม่ใคร่ใบพ้นน้ำ หรือถ้าได้ก็ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่ใบจะปริ่มน้ำเท่านั้น เช่นเดียวกับดอก ของบัวสาย ส่วนใหญ่มักจะบานเงี่ยน หากจะ ชูดอกบ้างก็ไม่สูงนัก สำคัญคือบัวสายที่เราเ

หัวข้อประเด็น

- ลักษณะและการเจริญเติบโตของบัวสาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วิคตอเรีย หรือบัวกระด้ง เป็นบัวที่มี ขนาดใบใหญ่ดังที่กล่าวมาแล้ว และมีดอกใหญ่ มากนัยว่าใหญ่ตั้งแต่ ๗-๑๘ นิ้ว มีกลีบซ้อนกัน แน่นกว่า ๕๐ กลีบ สำคัญคือมีกลิ่นหอม และ มีหนามมากที่บริเวณสาย ใบบัวนั้นแข็งแรงมาก ขนาดกบ หรือคางคกขึ้นไปนอนเล่นได้อย่างสบาย โดยไม่มีอาการสั่นสะเทือน เพราะหลังใบของมัว วิคตอเรียมีโพรงอากาศเป็นช่อง 1 เต็มไปหมด ไม่เหมือนกับบัวสายทั่ว ๆ ไปที่มีหลังใบเรียบ ใบของบัวสายทั่วไปจะมีลักษณะกลม ผิวเรียบมันคล้ายมียางเหนียว ๆ ฉาบหรือทาไว้ สีของใบแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ เช่นเขียวจัด เขียวอมน้ำตาล น้ำตาลอมแดง หรือใบลาย และมักไม่ใคร่ใบพ้นน้ำ หรือถ้าได้ก็ไม่สูงนัก ส่วนใหญ่ใบจะปริ่มน้ำเท่านั้น เช่นเดียวกับดอก ของบัวสาย ส่วนใหญ่มักจะบานเงี่ยน หากจะ ชูดอกบ้างก็ไม่สูงนัก สำคัญคือบัวสายที่เราเห็นสีต่าง ๆ มาก มายนั้น จะเจริญเติบโตเร็ว แม้จะซ่อนดอก ซ่อนใบ บ้างในฤดูหนาว แต่ไหลและรากยังคงอยู่ ส่วน บัวหรือบริเวณที่มีบัวขึ้นมา นมาก ๆ จะกลายเป็นแหล่ง อาหารของปลาเล็กปลาน้อย และสัตว์น้ำอื่น สัตว์บกที่นิยมกินบัวก็มีอยู่ไม่น้อย เช่นหมูป่า และนกต่าง ๆ และเพราะว่าบัวสายเจริญเติบโตเร็ว จึงมัก เป็นสาเหตุของการตื้นเขินของน้ำอยู่บ่อยครั้ง หาก เป็นตามคูข้างถนน หรือท้องนา ชาวบ้าน ชาวนา จะลอกกันอยู่เนือง ๆ เพื่อกันมิให้รกจนเกินไป แต่ก็ไม่ให้หมดไปเนื่องจากเป็นอาหารได้ทั้งสำหรับ คนและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ เช่นเป็ด เป็นต้น การเรียกพื้นที่ พื้นน้ำที่ปลูกบัว หรือมี บัวขึ้นมาก ๆ นั้น แตกต่างกันระหว่างบัวหลวง กับบัวสาย หากเป็นบัวหลวงจะเรียกพื้นที่ตรงนั้นว่า นาบัว หรือคนที่ปลูกบัวขายจะเรียกว่ามีอาชีพ เป็นคนท่านาบัว แต่ถ้าหากเป็นบัวสายมักจะ เรียกกันทั่วไปว่า สวนบัว มีแปลกอยู่แห่งเดียว เท่านั้น คือในวรรณคดีสันสกฤตโบราณ ของ กาลิทาส เรื่องปริยทรรศิกา ที่รัชกาลที่ ๔. ทรง ให้เรียกบริเวณที่อ้างไว้ในหนังสือนั้นว่าเป็นบริเวณ ที่มีบัวปลูกอยู่มากมาย ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวล ชักชวนหมู่แมลงภู่ทั้งหลายให้มาดอมดมอยู่นิ่ง ๆ จนกระทั่งเมื่อนางเอกของเรื่องคือนางอารัณยกา ไม่ได้เก็บบัวที่นั่น แมลงภู่เหล่านั้นกลับบินมา ไต่ตอมนาง ทำให้นางทั้งรำคาญทั้งกลัว เป็นเหตุ ให้พระเอกของเรื่องคือ อุทัยน์ราชา ผู้ลอบชม โลมเห็นเข้าจึงถึงกล่าวกับนางว่า "อ้ากรุ อย่ากลัว ภุมราบท่าอะไร มันตอม ณ พักตร์ ไส ก็เพราะพัก ตระปานปทุม นั้นว่า สวนโรงบัว โดยทรงแปลจากภาษาสัน สกฤตว่า ธาราคฤโหทยาน เนื่องจากว่าบริเวณ ดังกล่าวนี้ นอกจากจะปลูกบัว นานาพันธุ์แล้ว ยังใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับอาบน้ำอีกด้วย อุบลชาติ เป็นอีกชื่อที่ค่อนข้างจะเป็น ทางการของบัวสาย มักใช้คู่กับคำว่า ปทุมชาติ เช่นเดียวกับคำว่าบัวสายที่คู่กับบัวหลวง มีอุป นิสัยบานในเวลากลางวัน แต่ก็มีหลายพันธุ์ที่ ชอบบานเวลากลางคืน ตั้งแต่ชิงพลบเป็นต้นไป ทำให้มีการขนานเป็นสมญานามให้เป็นการจำแนก ออกไปอีกว่า บัวบานด้วยแสงตะวัน กับ บัวบาน กลางคืน โดยเฉพาะมีบางพันธุ์ที่บานด้วยแสงจันทร์ คือจะบานเฉพาะแต่ในคืนที่พระจันทร์ส่องแสง เท่านั้น บัวประเภทนี้เรียกกันว่า บัวบานด้วย แสงจันทร์ กุมุท หรือ โกมุท หรือบัวสีทอง มีชื่อ เป็นสันสกฤตว่า เหมามโภช หรือเหมตามรส หรือกนกกมล คือบัวสายสีทองอร่ามที่บานเต็ม ก ล ย า ณ ม ต ร ๕๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More