ข้อความต้นฉบับในหน้า
กันมาหลายปีแล้วแต่ไม่มีลูก
ฉันเรียกน้าสายจิตต์สั้น ๆ ว่าน้าสาย
และเรียกน้าสุเมรุว่าน้าเมธ
น้าสายเป็นครูสอนนักเรียนชั้นประถม
ของโรงเรียนประจำจังหวัด ส่วนหน้าเมรุเปิดร้าน
ขายขนมปังและเครื่องกระป๋อง ตกเย็นน้าเมธจะ
ปิดร้านเพื่อไปสอนเทนนิสตามคอร์ดที่รับงานไว้
ฉันลืมบอกไป น้าเมธจบจากวิทยาลัยพลศึกษา
คุณพ่อและคุณแม่ของฉันนั้นทำงาน
บริษัทเดียวกันที่กรุงเทพฯ คุณพ่อเป็นนักกฎหมาย
ส่วนคุณแม่เป็นนักบัญชี
ฉันมีน้องชาย ๒ คน คนถัดจากวันมี
ชื่อเล่นว่า รอง อายุน้อยกว่าฉัน ๒ ปี ส่วน
น้องสุดท้องที่เราเรียกกันว่า น้องเล็กนั้น อายุ
น้อยกว่าฉันถึง ๙ ปี ด้วยเหตุนี้คุณยายจึงมัก
เรียกเขาว่า ลูกหลง
เรา m
คนพี่น้องถูกส่งมาให้คุณยาย
ช่วยเลี้ยง ซึ่งหากจะพูดกันจริง ๆ ก็คือว่า
คุณยายและน้าสายมารับพวกเราไปเลี้ยงดูตั้งแต่
อายุยังไม่ครบ ๒ เดือนเต็ม
"เด็กตัวแดง ๆ จะปล่อยให้อยู่กับพี่เลี้ยง
ที่ยังสาวยังแส้ไม่เคยเลี้ยงลูกเลี้ยงเต้ามาเลยได้ยังไง
บ้านกับที่ทำงานก็ออกไกล ลูกเจ็บไข้ กว่าจะ
มารับไปหาหมอได้มีชักตาตั้งไปแล้วหรือ
หาก
โทรศัพท์มันเกิดขัดข้อง โทรไปบอกไม่ได้ว่าลูกป่วย
อย่างนี้ล่ะจะทำยังไง” เหตุผลล้วนในทางร้าย
ของคุณยายทำให้คุณแม่ต้องยอมจำนน
“คงเพราะกติกาแบบนี้ของแม่นั่นแหละ
ยายกรอมเลยไม่มีน้องสาวสักคน” น้าสาย
พลอยหัวเราะขำไปกับคุณยายด้วยอีกคน
ฉันมีคุณย่าอยู่ที่ชลบุรี ส่วนคุณปู่นั้น
ท่านถึงแก่กรรมก่อนฉันเกิด
คุณพ่อเล่าให้ฟังว่า การเสียชีวิตอย่าง
กะทันหันของคุณปู่ทำให้คุณย่าเสียใจมาก จากนั้น
คุณย่าก็เริ่มป่วยกระเสาะกระแสะมาเรื่อย
“ตอนที่คุณตาเสียใหม่ ๆ คุณยายเสีย
ใจมากเหมือนคุณย่าไหมคะ” ฉันเคยถามคุณแม่
“คุณตาของหนูนอนเจ็บเป็นปี คุณ
ยายมีโอกาสเตรียมทำใจ พูดถึงความเสียใจคง
มากพอ ๆ กัน”
เห็นสีแดงเรื่อในดวงตาของคุณแม่ ฉัน
จึงจบคำถามไว้เพียงแค่นั้น
มีเหตุผล
คุณพ่อเป็นคนเงียบ 1
อารมณ์เย็น เข้าใจและเห็นใจผู้อื่นอยู่เสมอ
“อีกหน่อยเราคงมีน้องให้กรอมแล้ว
อย่าพรากมาจากคุณแม่เลยสงสารท่าน อีกอย่าง
คุณเมธกับคุณสายจะพลอยเหงาไปด้วย” คุณพ่อ
ทั้งปลอบและให้เหตุผลหว่านล้อม เมื่อคุณแม่
ยืนยันจะขอรับฉันคืนจากคุณยาย
คุณแม่ร้องไห้ที่คุณยายไม่ยอม
โกรธคุณพ่อด้วยที่ไม่เข้าข้าง
และ
“แม่ของลูกไม่ยอมพูดกับพ่อตั้งหลายวัน
คุณพ่อเล่าพลางรวมศีรษะของฉันเข้าไปแนบอก
ส่วนเหตุผลที่ทําให้ฉันอยู่กับคุณยายจน
กระทั่งโตก็คือ
"ลูกสาว แม่จะเลี้ยงให้จนโต ส่วนลูกชาย
ลูก”
ขวบมารับไปเข้าอนุบาลได้
"ทำไมคะ” คุณแม่งง
“แม่เป็นห่วงเด็กผู้หญิง”
“ถ้าหนูมีแต่ลูกสาวละคะ”
"แม่กับยายสายคงเหนื่อยกันน่าดู”
เล่าถึงตอนนี้ทีไรคุณยายมักจะหัวเราะ
ชอบอกชอบใจทุกที
“พ่อกับแม่รักหนูมากเหมือนรักน้องของกับน้องเล็ก
แต่มีความจำเป็นอย่างที่บอก หนูอย่าน้อยใจนะ
"หนูรักคุณพ่อคุณแม่เท่ากับรักคุณยาย
น้าสายและน้าเมธค่ะ” ฉันรีบบอก
ก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ทุก ๆ ปี คุณพ่อ
จะส่งคราฟด้วยตัวเลขค่อนข้างสูงมาให้คุณยาย
มีจดหมายแนบมาด้วยว่า "สำหรับคุณแม่ไว้ใช้
สอยครับ”
๑๑๐ ก ล ย า ณ ม ต ร