ข้อความต้นฉบับในหน้า
ร้อนเหลือกาลัง อุณหภูมิของอากาศร้อนกว่า
๓๓ องศาเซลเซียส และอุณหภูมิที่พื้นดินร้อน
กว่า ๕๐ องศาเซลเซียส
เราเดินทางกันมานาน นานจนคิดว่า
ควรจะได้เห็นซากเมืองนี้หย่าแล้ว
ยังมีแต่เพียง
ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง และยังไม่รู้เลยว่าเราอยู่
ตรงไหน นี่หลงทางเสียแล้วหรือ... และเหนื่อย
สุดกำลัง
เราจึงส่งวิทยุไปฐานฉุกเฉินที่เมืองหมิงฟง
และแบ่งกลุ่มกันออกเป็นสามหมู่ กระจายกันไป
เพื่อค้นหาซาก อย่างไรก็ตามหมู่สอดแนมคณะ
หนึ่งของเราก็เอาข่าวดีมาบอก... จากจุดที่พวก
เราอยู่ เดินไปทางตะวันตกเฉียงใต้หน่อยเดียวก็
พบเมืองนี้หย่า
ที่ซากเมืองนี้หย่านี้เราได้พบเจดีย์ทำด้วย
อิฐดินดิบ เจดีย์นี้สูงประมาณ 5 เมตร มี
ร่องรอยให้เห็นว่าผ่านการปล้นสะดมมาอย่าง
โชกโชน และที่สำคัญเราได้พบร่องรอยของ
พระพุทธศาสนาได้ทุกแห่งหนในเมือง หย่า
ที่นี่ยังได้พบซากมัมมี่ของชายกับหญิงผู้
เป็นภรรยาในหลุมฝังศพแห่งหนึ่ง เป็นที่
แน่นอนว่าหญิงผู้นี้คงจะได้กระทำอัตตวินิบาตกรรม
ในยามที่สามีได้ตายลง... อันเป็นพิธีกรรมอย่าง
หนึ่งที่ชาวอินเดียเรียกว่า สัตตี คือตายตามสามีไป
มือของคนทั้งสองได้เกาะกุมกันอยู่ มันอาจเป็น
นิยายรักเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งก็ได้ใครจะรู้ รอบร่าง
ของชายผู้นั้นพันไว้ด้วยผ้าไหม แพรพรรณที่มี
หนังสือจีนอยู่สี่ตัว เป็นคำสวดวิงวอนเพื่อขอ
สวรรค์นิรันดร์กาล
เราได้พบวัตถุหลายอย่างที่นี่ ซึ่งเป็น
แบบค่อนไปทางของดินแดนตะวันตก ส่อให้เห็น
วัฒนธรรมของเส้นทางสายไหมที่คลุกเคล้าตะวัน
ออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เหรียญกษาปณ์จีน
คาโรสถ อันลือชื่อนั้นใช้อยู่ในเมืองนี่หย่านี่เอง
ลักษณะของเหรียญนั้นมีทั้งอักขระของจีนอยู่
หน้าหนึ่ง และอีกหน้าหนึ่งเป็นอักขระของคาโรสถ
ครั้นแล้ว โดยฉับพลัน ในกลางศตวรรษที่
๔. หลังคริสตกาลเมืองนี้หย่า ก็หายสาบสูญไป
ไม่มีผู้ใดได้รู้ถึงสาเหตุของการล่มจมเลย บางที
อาจจะเป็นเพราะแม่น้ำนี้หย่าได้ค่อย ๆ แห้งเหือดไป
และพื้นทรายรุกเข้ามา ผู้คนจึงได้อพยพลงมาทางใต้
เพื่อแสวงหาปัจจัยที่จำเป็นแก่ชีวิต ความแห้ง
แล้งนั้นเองคงจะบีบบังคับให้ผู้คนต้องทิ้งถิ่นฐาน
ที่ตนเคยพำนักอาศัยมาชั่วกาลนาน และอพยพ
ออกไปเพื่อแสวงหาน้ำและที่ทำกินต่อไป
ดังนั้น จึงเหลือเพียงซากปรักหักพัง
แห่งเมืองนี้หย่า ที่ถูกทอดทิ้งให้ค่อย ๆ เลือน
ลับไปกับความืดมิดของราตรีที่ไร้ดวงเดือนอยู่ใน
ห้วงของทะเลทราย เสมอหนึ่งเป็นการท้าทายให้
ชนรุ่นหลังได้เข้าไปค้นหาความจริงของเมืองนี้หย่า
กระนั้น
เส้นทางสายไหม เส้นทางอันมีประวัติ
ยาวนานกว่า ๒,๐๐๐ ปี เป็นทางแห่งการแลก
เปลี่ยนอารยธรรมที่สำคัญยิ่ง เส้นทางสายไหม
ยังมิได้สิ้นสุดลงเพียงเท่านี้
ยังมีเรื่องราวอีก
มากมายบนเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์สายนี้
ก ล ย า ณ ม ต ร
bo
Kalyanamitra.org