ข้อความต้นฉบับในหน้า
อะไร ฉันเข้าใจเอาเองนะว่า เมื่อเวลาสมเด็จฯ ทรงพระอักษรคงประทับกับพื้น แล้วทรงพระอักษร อาจมีเตียงตั้ง
สักตัวใช้แทนโต๊ะก็ได้ เวลาเมื่อยอาจเป็นองค์บนเตียงตั้งก็ได้ ใครจะไปรู้ ก็ไม่มีใครบอกนี้ ฉันก็ใช้ Verb to
เราจะ คงทรงบนกระดานชนวนตอนดึก เพราะมันเงียบสงัดดี ความคิดจะได้แล่นฉิว เข้ามหาดเล็กเด็กวัด
ของพระองค์คงจะนำไปลอกลงสมุดข่อย จึงไม่ปรากฏลายพระหัตถ์ของพระองค์เลย น่าเสียดายจังเลยนะ ไม่งั้น
ลายพระหัตถ์ของพระองค์คงมีค่าล้ำเป็นแน่ ยิ่งปีนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติให้จัดงานฉลอง ๒๐๐ ปี ในวโรกาสคล้าย
วันประสูติ รวมทั้งองค์การยูเนสโก ก็ประกาศยกย่องว่า พระองค์เป็นบุคคลดีเด่นของโลกประจำปี ๒๕๓๓ เบญจ์เอ้ย...
ถ้ามีลายพระหัตถ์ของพระองค์ท่านหลงเหลืออยู่ จะฮือฮากันสักแค่ไหน ถ้าเป็นเมืองนอก เขามีการประมูลราคา
ต้นฉบับลายมือเขียนของบุคคลสำคัญ ๆ กันไม่ใช่รึ น่าเสียดายจริง ๆ นะ
ฉันมองออกไปทางด้านนอก เห็นพระปรางค์องค์หนึ่ง พี่นิภาไม่ทราบไปรู้มาจากไหน ได้เล่าให้ฉันฟังว่า
พระปรางค์องค์นี้แหละเป็นที่ประดิษฐานอัฐิสมเด็จพระวันรัต (ฉิม บ้างก็ว่าชื่อ แก้ว) ท่านเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก
ของวัดโพธิ์แห่งสมัยรัตนโกสินทร์ และเป็นพระอาจารย์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสด้วย
เมื่อท่านมรณภาพ จึงทรงสร้างพระปรางค์บรรจุอัฐิไว้ใกล้พระตำหนักทรงกราบทุกค่ำเช้า จากที่ฉันเคยเรียนมา
สมเด็จพระวันรัตองค์นี้แหละ เป็นผู้ที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยเป็นอย่างยิ่งและถูกถอดสมณศักดิ์เมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรี
มีพระสติวิปลาส เพราะท่านไม่ยอมไหว้ เมื่อรัชกาลที่ 9 เสด็จขึ้นครองราชย์ จึงทรงพระราชทานสมณศักดิ์คืน
ให้อย่างเดิมและยังทรงสรรเสริญยกย่องว่า สมเด็จพระวันรัตเป็นผู้ซื่อสัตย์มั่นคงดำรงรักษาพระพุทธศาสนาโดยแท้
เป็นผู้ที่ควรได้รับการกราบไหว้นับถือเป็นอย่างยิ่ง และทรงแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีสงฆ์
บริเวณติดกับห้องทรงพระอักษร ก็เป็นห้องสรง ซึ่งไม่มีอะไรน่าสนใจ เป็นห้องเล็ก ๆ เท่านั้น ใช้สำหรับ
สรงและทรงพระบังคน อ้อ! พูดถึงคำนี้ทำให้นึกถึงพี่อ๊อดเคยให้ความรู้ฉันว่าที่เรียกพระบังคน ก็คือเอาม่านกั้น
เวลาถ่าย บังไม่ให้คนเห็นนั่นเอง จึงเรียก “บังคน” ทำเป็นราชาศัพท์เดิม “พระ” เข้าไป ทำเป็นกริยา เติม “ทรง”
น้าหน้า แจ๋วไหมพี่เรา
ฉันเดินออกจากห้องทรงพระอักษรลงมา พอถึงบันไดขั้นสุดท้าย ก็ชนกับฐานห้องบรรทม ซึ่งอยู่ทาง
ขวามือ แหม! เรื่องซ้ายมือขวามือ นี่ยุ่งจริงนะ ขนาดมีข้างละ ๑ เท่านั้น ถ้ามีช้างละ ๒ มียุ่งกันใหญ่ เอาละ
ในที่นี้ฉันหมายถึงว่าฉันเดินออกมานะ หันหน้ามาทางบุษบกมาลา ห้องบรรทมจะอยู่ขวามือจะ (ฉะนั้นถ้าเดิน
เข้าไปครั้งแรกก่อนเข้าห้องทรงพระอักษร ก็จะกลายเป็นอยู่ทางซ้ายมือ) หน้าชานมีกากะเยีย ทำด้วยไม้ 5 อัน
ร้อยไขว้กัน มีผ้าขึงบนสำหรับวางหนังสือ นับเป็นของโบราณที่หาดูยากอีกอย่างหนึ่ง แต่มันควรจะอยู่ใน
ห้องทรงพระอักษรมากกว่า ทำไมถึงมาอยู่ที่ชานหน้าห้องบรรทมก็ไม่รู้ คงกำลังจัดห้องน่ะ เลยถูกเคลื่อนย้าย
เปลี่ยนที่เปลี่ยนทางไป
พอฉันก้าวเข้าไปในห้องบรรทม ทางด้านซ้ายมือก็เป็นผู้ผนังอีก แสดงว่าตู้ผนังที่ห้องโถงและตู้ผนังใน
ห้องบรรทมจะต้องหันหลังชนกันแน่เลย ฉันสังเกตจากการนับช่วงเสา ภายในตู้มีสิ่งของต่าง ๆ ที่มีผู้นำมาถวายสมเด็จฯ
ก ล ย า ณ ม ต ร ฟ