ข้อความต้นฉบับในหน้า
ต่อจากฉบับที่แล้ว
ขึ้นมาถึงห้องพักเมื่อไหร่แทบจะไม่รู้ตัว
เพราะสลึมสลือเต็มที่ แต่ด้วยนิสัยอันเป็น
กิจวัตรที่จะต้องสวดมนต์
ของเรา
ทำภาวนาก่อนนอน
ทำให้อดไม่ได้ที่จะสั่งกาแฟขึ้นมาดื่ม
เพื่อความกระชุ่มกระชวย ตามสไตล์ของนัก
ทำงานดึกทั่วไปที่ไม่เคยกลัวกาแฟ อย่างน้อยก็
จะได้เรียกความตื่น พร้อม ๆ กับความสดใส
จากการได้แช่น้ำอุ่นขับไล่ความรู้สึกไม่สบายเนื้อตัว
แล้วเราก็ตื่นจริง
สดชื่น สบาย
โล่งอกโล่งใจ จิบกาแฟกันไปคุยกันไป
อย่างเพลิดเพลินถึงงานที่จะ
ต้องทำ และวางแผนการ
ออกเดินทางต่อไปของเรา
ในวันพรุ่งนี้ จากอยุธยา
ถึงสุโขทัย และจาก
สุโขทัยถึงเชียงใหม่
อรรถครึ่งนั่งครึ่ง
นอนอย่างแสนสบายบน
เตียง ในขณะที่ฉันเริ่มได้
กลิ่นรวยรินของจันกระพ้อตาม
มาอีกแล้วหรือ หรือว่ามาเตือนให้
ทำภาวนาตามที่ได้สัญญาไว้ เดี๋ยวซิคะ... รับ
รองว่าไม่ลืมแน่ ๆ เลย
“เอ๊ะ... ลมเข้ามาทางไหน... บุษเปิด
หน้าต่างไว้หรือ” อรรถถามพลางเหลียวมองไป
ที่หน้าต่างที่รูดม่านไว้เต็มที่เพื่อชมแสงของเดือน
ข้างขึ้น
“ปล่าวนี่คะ บุษลืมไปมัวแต่ตั้งใจจะรีบ
อาบน้ำอาบท่า... ทำไมหรือคะ” ฉันถามอย่าง
รู้สึกใจคอไม่สู้ดีเท่าไหร่
"ไม่หรอก... เพียงแต่รู้สึกเหมือนมีลม
เย็นพัดเข้ามาน่ะ ดูเหมือนจะมีกลิ่นหอมแปลก ๆ
โชยเข้ามาด้วยนะ หรือว่าบุษใส่น้ำหอม... คือ”
อรรถวิ่งถาม ยิ่งพูด ฉันก็ยิ่งไม่มีคำตอบให้
แต่ถ้าจะถามว่ากลัวหรือเปล่า ก็ยืนยันได้อยู่นั่น
เองว่าไม่กลัว เพียงแต่แปลกใจและกังวลว่า
อะไรจะเกิดขึ้นเท่านั้น โดยอีกใจหนึ่งกำลัง
ไตร่ตรองว่าจะเล่าประสบการณ์ที่ได้พบมาตลอด
สองวันนี้ให้อรรถฟังดีไหม
ฉันนิ่ง ทอดสายตามองออกไปนอก
หน้าต่าง ความรู้สึกที่แทรกเข้ามานั้นประหลาดนัก
ไม่กลัว ไม่หวั่นไหว แต่สะท้อนใจอยู่ลึก ๆ
ภาพที่เห็นขณะจะจากวัดไชยวัฒนารามวกเข้ามา
ในความคำนึง ใจ.... ดูเหมือนจะหยั่งลึกลงไป
- ในภาวะของความหยุดนิ่ง ทั้ง ๆ ที่
ยังไม่หลับตา ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้
เริ่มต้นทำภาวนา แต่ภาวะ
อันลึกล้ากลับเกิดขึ้นแล้ว
สะท้อนความสว่างกระจ่าง
นวลอยู่ในใจ จนคลับ
คล้ายจะทำให้แสงเดือน
ดาดฟ้านั้นราแสงลงได้ที่
เดียว
อา... ความรู้สึกลึก
ลำนี้งดงามนัก ดูสิหยังแว่ว
ได้ยินเสียงดีดสีของเครื่องดนตรี
ไทยแผ่วผิว คือ... อรรถคงจะไม่ได้ยิน
เพราะดูเหมือนว่าจะสนใจกับงาน และกำลังใช้
ความคิดอยู่กับการวางแผนลงบนสมุดบันทึกติดตัว
อย่างขะมักเขม้น จนลืมแม้กระทั่งคำตอบที่
ควรจะได้รับจากฉัน ดีเหมือนกัน เอาไว้พรุ่งนี้
หรือมะรืนนี้ หรือเมื่อไหร่ก็ได้ที่มีโร
ค่อยเล่าเรื่องราวต่าง ให้ฟังทีหลัง
แล้ว
มองไกลออกไป รู้สึกคล้ายแสงเดือน
พาสายตาของฉันเห็นอะไรต่ออะไรที่ซ่อนอยู่ใน
ค่ำคืนนี้ได้อย่างค่อนข้างจะแจ่มชัด สงครามหนอ...
คงจะดุเดือด และโหดร้ายเกินกว่าการบรรยาย
ใด ๆ แม้คนรุ่นหลังจะพยายามถ่ายทอดเช่นไร
ก็คงจะไม่มีวันเหมือน
ความคิดนี้ ทำให้ฉันต้องถอนหายใจ
กั ล ย า ณ ม ต ร
๙๕