ข้อความต้นฉบับในหน้า
หลักฐานสำคัญในประวัติ
ศาสตร์ที่เล่าขานกันมา ดุจดังว่า เป็นเทพนิยายปรัมปรานั้น
แท้แล้วมีที่มาและเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์มากมาย
ตำนานพุทธศาสนาในไทยก็เช่นกัน เป็นตำนานในสมัย
ซึ่งคนรุ่นหลังและคนรุ่นเราตั้งเป็นปรัศนีในใจไว้ก็มาก
ขณะที่เขียนหนังสือเล่าขานถึงตำนานของพระยามิลินท์
อยู่นี้ ท่านผู้อ่านคงจับความได้เสียแล้วว่า ตัวตนของพระยา
มิลินท์นั้นมีจริง และมีหลักฐานทั้งจากประวัติศาสตร์ยุโรปและ
จากตำนานทางพุทธดังได้เขียนเล่าสู่กันฟังก็หลายตอนแล้ว
มีปัญหาอีกประการหนึ่งว่า ช่วงระยะเวลาทางประวัติ
ศาสตร์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของยุโรป-อินเดียเชื่อมต่อกับประเทศ
ไทยนั้นมีความเป็นมาอย่างไร
การสนเทศประวัติศาสตร์พุทธศาสนาจะสำเร็จได้โดยยาก
หากปราศจากหลักฐานทางโบราณคดีที่สำคัญ
ในราว พ.ศ.๒๕๐๘ คณะธรรมทานที่ไชยา ได้จัดพิมพ์
หนังสือเกี่ยวกับพระแก้วมรกตเป็นครั้งแรก โดยมีมติในครั้งนั้นว่า
กรุงปาฏลีบุตร ซึ่งปรากฏอยู่ในตำนานพระแก้วมรกตนั้น แท้
แล้วกรุงปาฏลีบุตรไม่ได้หมายถึงสถานที่ตั้งที่อินเดีย แต่อยู่ใน
ภาคใต้ประเทศไทยนี้เอง
สมมติฐานในครั้งนั้นได้อาศัยร่องรอยของเจดีย์วัดแก้ว
โดยพินิจจากศิลปกรรมเป็นหลัก พร้อมกันนั้นยังระบุว่า สมเด็จ
พระอมรินทราธิราชคือผู้ไปหาก้อนแก้วมา และผู้หาได้คือพระอินทร์
หรือพระศรีนทรวรมเทวะ ซึ่งหลักฐานทางใต้ได้เบาะแสว่า คือ
พระศรีนทรวรมเทวะนั้นเสวยราชย์ ณ กรุงศรีโพธิ ที่ไชยาใน
ระยะ พ.ศ.๑๒๕๕-๑๒๗๐ และท่านธรรมทาส พานิช กล่าวว่า
พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในปลายรัชกาลพระอินทร์นี้
ข้อความในยุคนี้ได้เป็นกระแสขัดแย้งกับตำนานดั้งเดิม
ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่า มีนันเดอร์ ซึ่งก็คือพระยามิลินท์ (ซึ่งเป็น
กรีกโยนก) คนเดียวกันกับที่เราได้อธิบายความเป็นมา ก็คือ
ผู้สร้างพระแก้วมรกต
ตามตำนานแล้ว เชื่อว่ารากฐานความสัมพันธ์ระหว่าง
กรีกยุคพระยามิลินท์กับอินโดจีน มีจุดเชื่อมโยงอยู่ที่พระแก้วมรกต
ในทางตำนานนี้เอง
เมื่อพระยามิลินท์ยกทัพมาเจรจาธรรมกับพระนาคเสนนั้น
ก ล ย า ณ ม ต ร
Im