บัวสายและวัฒนธรรมไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 2 หน้า 53
หน้าที่ 53 / 122

สรุปเนื้อหา

ากันด้วยเรื่องบัวมาก็หลายบท หลายตอน เพียงแต่ยังรู้สึกว่าไม่เต็มที่ ในการพูดถึง เอ่ยถึงเรื่องดอกบัว ดอกไม้สำคัญขนาดสามารถถือเป็นดอกไม้ประจำ ชาติ หรือดอกไม้แห่งวัฒนธรรมของไทยตลอดจน เอเชีย เรื่องบัว ๆ จึงต้องมาปรากฏในหน้านี้ อีกครั้ง ในหัวข้อว่าบัวกินสาย โดยมิใช่ว่าจะ เลยไปถึงกรรมวิธีในการปลูก หรือคัดพันธุ์ เพราะนั่นเป็นเรื่องเหลือวิสัยของผู้เขียน หากแต่ เพียงจะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในหัวข้อทั่วไปของ บัวประเภทนี้ รวมถึงที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม วรรณคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเป็นเกร็ดความรู้ บัวสาย หรือบัวกินสาย นี้มีชื่อเป็น ภาษาอังกฤษว่า Waterlily หรือพลับพลึงน้ำ เนื่องจากรูปร่างหน้าตา และลักษณะของดอก บัวสายไปคล้ายกับดอกพลับพลึง แต่เผอิญไป เจริญเติบโตอยู่ในน้ำนั่นเอง ส่วนชื่อไทยว่า บัวสาย หรือบัวกินสาย นั้

หัวข้อประเด็น

- บัวสายและวัฒนธรรมไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ากันด้วยเรื่องบัวมาก็หลายบท หลายตอน เพียงแต่ยังรู้สึกว่าไม่เต็มที่ ในการพูดถึง เอ่ยถึงเรื่องดอกบัว ดอกไม้สำคัญขนาดสามารถถือเป็นดอกไม้ประจำ ชาติ หรือดอกไม้แห่งวัฒนธรรมของไทยตลอดจน เอเชีย เรื่องบัว ๆ จึงต้องมาปรากฏในหน้านี้ อีกครั้ง ในหัวข้อว่าบัวกินสาย โดยมิใช่ว่าจะ เลยไปถึงกรรมวิธีในการปลูก หรือคัดพันธุ์ เพราะนั่นเป็นเรื่องเหลือวิสัยของผู้เขียน หากแต่ เพียงจะหยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในหัวข้อทั่วไปของ บัวประเภทนี้ รวมถึงที่เกี่ยวกับวัฒนธรรม วรรณคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ พอเป็นเกร็ดความรู้ บัวสาย หรือบัวกินสาย นี้มีชื่อเป็น ภาษาอังกฤษว่า Waterlily หรือพลับพลึงน้ำ เนื่องจากรูปร่างหน้าตา และลักษณะของดอก บัวสายไปคล้ายกับดอกพลับพลึง แต่เผอิญไป เจริญเติบโตอยู่ในน้ำนั่นเอง ส่วนชื่อไทยว่า บัวสาย หรือบัวกินสาย นั้นได้บ่งบอกเป็นการเฉพาะถึงลักษณะอยู่แล้ว อย่างชัดเจน เพราะบัวสายนั้นเป็นบัวดอกเล็ก ก้านชูดอก หรือก้านดอกอ่อน ไม่แข็งเหมือน บัวก้าน หรือบัวหลวง หากจะให้พ้นน้ำบ้างก็ ได้เพียงเล็กน้อยเพราะก้านอ่อน แต่ที่เรียกว่า บัวสายก็เพราะก้าน หรือสายของบัวชนิดนี้ยาว มาก บางทีในฤดูน้ำหลาก หรือหน้าน้ำก้านของ บัวสาย หรือสายบัวจะยิ่งยาวมาก และเพราะ ว่าก้านของบัวสายใช้กินเป็นอาหารได้นี่เอง คน ไทยถึงเรียกบัวสายว่า บัวกินสาย ด้วย สาย หรือก้านชูดอกของบัวสายแตกต่าง กับบัวหลวงอย่างตรงกันข้าม ประการแรกคือ ความแข็ง ก้านของบัวสายหรือสายบัวจะอ่อน อดเลื้อยไหลไปตามน้ำ แข็งแรงเพียงชูดอกให้ พอปริ่ม หรือพ้นน้ำขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้น ถ้า หากว่าอ่านเรื่องบัวมาตั้งแต่ต้นจะนึกได้ทันทีว่า แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับก้านของบัวหลวง อีก ทั้งลักษณะของสายอีกด้วย คือสายบัวหรือก้าน ของบัวสายนั้นจะอ่อนแต่ว่าเหนียว หักออกจาก กันยาก เนื่องจากมีเยื่อเหนียวห่อหุ้มอยู่ภายนอก คล้ายเปลือก เวลาจะรับประทานจะต้องลอก เอาเยื่อที่หุ้มนี้ออกเสียก่อน เพราะสายข้างในที่ ใช้เป็นอาหารจะกรอบ และอมน้ำ เป็นช่องเป็น ทางเช่นเดียวกับก้านบัวหลวง แต่ทว่าเปราะมาก ผิดกับก้านบัวหลวงที่หักได้ง่ายเพราะแข็งเปราะ แต่ว่ามีเยื่ออยู่ภายในที่เราเรียกกันว่าใยบัวนั่นเอง บัวสาย มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษเรียก อย่างรวม ๆ ในทุก ๆ สายพันธุ์ว่า Nym- phaeceaeเจริญพันธุ์อยู่ทั่วไปในเขตร้อนชื้นทั้ง เอเชีย ยุโรป อัฟริกา ออสเตรเลีย และอเมริกา เหนือ” ทั้งยังมีสีต่าง ๆ แตกต่างกันไปในแต่ละ ภาคพื้น บัวสายเป็นบัวที่มีสายพันธุ์แยกออกไป มากมาย มากกว่าบัวหลวงมากนัก แม้ขนาด ดอกโดยส่วนใหญ่จะไม่ใหญ่มาก และไม่แตกต่าง กันมาก แต่ทว่ามีสีต่าง ๆ ตา ดาดดื่นไปหมด โดย เฉพาะในปัจจุบัน เทคนิควิทยาการในการเพาะ พัฒนาขึ้น ทำให้มีการผสมสีบัวสีใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น ได้จากภาวะเดิมของธรรมชาติ บัวสายพันธุ์ยักษ์ ให้ดอกใหญ่ที่สุด คือบัวสายที่ชื่อว่าวิคตอเรีย (Victoria) คนไทย เรียกว่า บัวกระด้ง เพราะลักษณะของขอบใบ ที่ใหญ่ตั้งแต่หนึ่งเมตร ถึงเมตรครึ่งนั้นหักพับขึ้น มีลักษณะไม่ผิดอะไรกับถาดใบใหญ่ ๆ หรือกระด้ง มักมีปลูกไว้ในบ้านเจ้าบ้านนาย หรือบ้านตระกูล ใหญ่ ๆ เนื่องจากกินที่มาก และหายาก มีชื่อ เรียกเป็นภาษาอังกฤษตามลักษณะพันธุ์ว่า บัว ยักษ์ หรือ Giant Waterlily กับ บัวแห่งราชวงศ์ หรือบัวแห่งความสง่างามว่า Royal Waterlily มีอยู่สองสายพันธุ์ คือ วิคตอเรีย อเมซอนิก้า (V.Amazonica) กับ วิคตอเรีย ครูเอน่า (V.Cruziana) มีพื้นภูมิอยู่ในแถบร้อนชื้นของ ทวีปอเมริกาเหนือ Kalyanamitra.org ก ล ย า ณ ม ต ร ๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More