ข้อความต้นฉบับในหน้า
สู่เส้นชัย... แห่งชีวิต
"ลุงคะ... เมื่อไหร่จะได้บวช?”
เป็นคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่เฝ้าเวียน
ถามมานานนักหนา
เช้าวันเสาร์ที่ ๕ มกราคม พุทธศักราช
๒๕๓๔ คณะกรรมการที่ประชุมตกลงอนุมัติให้
กัลยาณมิตรขจร เทพวัชรการุณ
กัลยาณมิตรวิษณุ สมุหวิญญู
กัลยาณมิตรมนตรี กุลาตี
กัลยาณมิตรอารักษ์ พิพัฒน์ปัทมา
ได้บรรพชาอุปสมบทโดยพร้อมกัน ใน
วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๓๕
ณ อุโบสถวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ
หยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปีติเอ่อท้น
ขอบตาขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว เมื่อได้รับทราบข่าวนี้
พวกเราทุกคนต่างดีใจเป็นล้นพ้น บ้างก็รีบกุลีกุจอ
โทรศัพท์ไปบอกญาติมิตรและสาธุชน บ้างก็รีบ
จับจองเป็นเจ้าของบุญเครื่องอัฐบริขารสำหรับพระ
ใหม่ เสียงหัวเราะ เสียงแสดงความยินดีกัน ดัง
ไม่ขาดสาย อาจเป็นเพราะพวกเรารู้อยู่เต็มอกว่า
ความปรารถนาอันแรงกล้าของคุณลุงขจรและพี่ ๆ
ทั้งสาม ที่รอคอยมานานนับสิบปีด้วยความอดทน
ด้วยใจที่มุ่งมั่นก็คือ "การบวชตลอดชีวิต ถวาย
เป็นพุทธบูชา"
การบวชตลอดชีวิต ถวายเป็นพุทธบูชานี้
ผู้ที่จะได้รับการอนุญาตให้บวชได้นั้น จะต้อง
ผ่านการอบรมธรรมทายาท การอบรมธรรมทายาท
นี้จัดขึ้นเฉพาะช่วงภาคฤดูร้อน และช่วงเข้าพรรษา
จำกัดระยะเวลาในการอบรมประมาณ ๒-๓ เดือน
หลังจากสิ้นสุดการอบรม พระธรรมทายาทก็จะ
ลาสิกขาไปปฏิบัติภารกิจของตนตามเดิม หรือ
รูปใดมีความประสงค์จะบวชต่อไปก็ได้ ซึ่งเรา
เรียกว่า “พระบัณฑิต” ที่สำคัญอีกประการหนึ่ง
ผู้ที่ประสงค์จะบวชตลอดชีวิตต้องจบการศึกษาแล้ว
และฝึกฝนอบรมตนเองด้วยการถือศีล ๘ เป็น
อุบาสกอยู่ที่วัด ช่วยงานพระศาสนาในหน้าที่
ต่าง ๆ กัน จนกว่าจะมีคนมารองรับงานแทน
หรือฝึกฝนอบรมตนเองจนมีความพร้อมทั้งทางกาย
วาจา ใจ แล้วจึงจะบรรพชาอุปสมบทเป็นพระ
ภิกษุสงฆ์ได้ แม้กระนั้นก็ต้องผ่านการพิจารณา
จากคณะกรรมการด้วย
ฉะนั้น ไม่ใช่ของง่ายเลยที่จะได้บวชสม
ความปรารถนา
บางท่านต้องรอนานเป็นเวลา
ถึง ๒๐ ปีเต็ม หากไม่ใช่เพราะความศรัทธาที่
ตั้งมั่น ความเข้มแข็งแห่งจิตใจ ความอดทนต่อ
การยั่วเย้าของกิเลสแล้วไซร้ คงละทิ้งมโนปณิธาน
ออกไปใช้ชีวิตตามแบบอย่างทั่ว ๆ ไป นี่เป็น
เพราะตระหนักในภาระและหน้าที่ว่า
เราเกิดมาจะต้องกอบกู้พระศาสนา สั่ง
สมบุญบารมีให้ยิ่ง ๆ ขึ้น เพื่อช่วยสรรพสัตว์
ทั้งหลายให้รอดพ้นจากบ่วงมาร
กั ล ย า ณ ม ต ร ๑๕