ข้อความต้นฉบับในหน้า
กลางเมืองปาตัน (ลลิตปุระ) ๑ องค์ อีก ๔
องค์สร้างไว้ ณ ประตูเมืองทั้ง ๔ ทิศ ๆ ละ ๑
องค์ ปัจจุบันเจดีย์ทั้ง ๕ องค์นี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่
ในเมืองปาดัน
ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้าอโศกมหา
กับหุบเขากาฐมาณฑุยังมีมากกว่านี้อีก
นั่นคือราชธิดาของพระเจ้าอโศกมหาราชพระองค์
ราช
ของพวกเนปาล หรือชาวกราต์ ซึ่งเป็นชาวพื้น
เมืองดั้งเดิมของหุบเขากาฐมาณฑุ นอกจากนี้
การที่ได้ค้นพบผอบบรรจุพระอรหันตธาตุที่สาญจี
(ในอินเดีย) มีจารึกไว้ว่าพระอรหันตธาตุของ
พระอาจารย์แห่งชาวหิมวันตะประเทศ และใน
ผอบชั้นในอีกที่หนึ่งมีจารึกคำว่า มัชฌิม ไว้ด้วย
ย่อมเป็นหลักฐานแสดงให้เห็นว่าการเผยแผ่พระ
หนึ่งทรงพระนามว่า จารุมตีได้อภิเษกสมรสกับ
เจ้าชายเทพปาลแห่งเมืองปาดัน และได้ประทับ
ที่เมืองนั้นจนสิ้นพระชนม์ นับแต่นั้นมาน
ปาต้นในหุบเขากาฐมาณฑุ ก็มีความสัมพันธ์
กับนครปาฏลีบุตรของพระเจ้าอโศกมหาราชแห่ง
พุทธศาสนาของพระธรรมทูตมัชฌิมเถระได้ผล
เป็นอย่างดียิ่งในละแวกหิมวันตะประเทศ จนถึง
านคร
กับมีการสร้างเจดีย์เก็บอัฐิของท่านไว้สักการบูชา
สิ่งเหล่านี้ย่อมบ่งบอกถึงการเข้าไปและอิทธิพล
ของพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทในเนปาล
ชมพูทวีปมาโดยตลอด พุทธบริษัททั้งบรรพชิต
และคฤหัสถ์ระหว่างสองนครมีการไปมาหาสู่กันเป็น
ระยะ ๆ แม้ว่าการเดินทางจะเต็มไปด้วยอุปสรรค
และความทุรกันดารก็ตาม
พระพุทธศาสนาเถรวาทในเนปาล
ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ พุทธศาสนาที่
แพร่หลายเข้าไปสู่ประเทศเนปาลน่าจะเป็นแบบ
เถรวาทตามที่พระเจ้าอโศกมหาราชทรงทำนุบำรุงอยู่
เพราะนอกจากพระเจ้าอโศกได้เสด็จไปยังเนปาล
ด้วยพระองค์เองแล้ว พระองค์ยังได้ส่งพระธรรม
ทูต คือพระมัชฌิมเถระไปยังแถบหิมวันตะประเทศ
ซึ่งก็คืออาณาบริเวณของประเทศเนปาลและละแวก
ใกล้เคียงนั่นเอง นอกจากนี้ได้พบหลักฐานทาง
โบราณคดี ณ วัดจารุมติ ซึ่งเป็นวัดที่สร้างโดย
พระธิดาของพระเจ้าอโศก พระนามจารุมติ ได้
แสดงถึงเรื่องราวในชาดกที่ปรากฏเฉพาะใน
หลักฐานทางเถรวาท และประเทศเนปาลยังเป็น
ที่รู้จักและมีชื่อเสียงในเรื่องการค้าขายขนสัตว์
กับประเทศมคธ (ในอินเดียโบราณ) มาตั้งแต่
ในยุคของพระเจ้าจันทระคุปต์ ผู้เป็นพระอัยกา
เจ้าของพระเจ้าอโศกมหาราชแล้ว ดังนั้นน่าจะ
เชื่อถือได้ว่าในราวปีที่ ๒๓๖ ก่อนคริสต์ศักราช
พระธรรมทูตที่พระเจ้าอโศกมหาราชส่งออกไป
เผยแผ่พระพุทธศาสนาได้เข้าไปเผยแผ่พระศาสนา
ในหุบเขากาฐมาณฑุด้วย อันเป็นที่อยู่อาศัย
พระพุทธศาสนายุคราชวงศ์ลิจฉวี
(คริสต์ศักราช ๑๐๐-๕๗๙)
ชนชาติดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในเนปาลเท่าที่
มีการอ้างถึงในศิลาจารึกต่าง ๆ ในยุคลิจฉวี
เห็นจะได้แก่พวกกิราห์ ลิจฉวี วัชชี มัลละ ศากยะ
โกลิยะ คุปตะ เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเผ่าพันธุ์ที่มี
การกล่าวถึงในประวัติศาสตร์อย่างมีหลักฐานที่
แน่นอนทั้งสิ้น และชนชาติเหล่านี้ล้วนได้รับเอา
อิทธิพลจากพระพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ ตาม
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ในหลักศิลาจารึกของ
กษัตริย์มานเทวะ (ปีคริสต์ศักราชที่ ๕๗๔) ได้
กล่าวถึงลักษณะอุปนิสัยของกษัตริย์ลิจฉวีพระ
องค์แรกคือกษัตริย์วฤษเทวะ ผู้เป็นพระอัยกา
ของพระองค์เองว่า เป็นพระราชาที่มีพระราช
อานาจมาก ทรงเป็นผู้มีปรีชาสามารถมากใน
การแก้ปัญหาต่าง ๆ ทรงตรัสเช่นใดก็ปฏิบัติเช่นนั้น
ทรงเป็นพระราชาที่หาผู้เปรียบมิได้ และเป็น
พระราชาที่นับถือพระศาสนาของพระสุคต คือ
พระพุทธเจ้า เป็นผู้อ่อนน้อมในพระพุทธศาสนา
จากคำจารึกนี้ย่อมชี้ชัดว่า พระองค์เป็นพุทธมามกะ
ที่แท้จริง
นอกจากกษัตริย์วฤษเทวะแล้ว กษัตริย์
พระองค์อื่น ๆ สืบต่อมาจากพระองค์ก็เป็นพุทธ
1.
มามกะเช่นเดียวกัน โดยแต่ละพระองค์ได้ก่อสร้าง
วัดวาอารามทางพระพุทธศาสนาขึ้นมากมาย และ
mo
ก ล ย ๆ ณ ม ต ร
Kalyanamitra.org