ข้อความต้นฉบับในหน้า
ดูแลลูกศิษย์อย่างที่ไม่มีผู้ใดรู้สึกว่าถูกปกครอง แต่เสมือน
หนึ่งท่านให้ความคุ้มครองให้เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยทั้ง
ในโลกนี้และโลกหน้า ท่านสามารถสร้างวัดพระธรรมกาย
ให้เจริญรุ่งเรือง เป็นแหล่งสอนศีลธรรมให้กับชาวโลกมากว่า
๓ ทศวรรษแล้ว
ประวิติศาสตร์การสร้างวัดพระธรรมกายได้บันทึกไว้
ว่า ถ้าไม่มีคุณยายอาจารย์ มหารัตนอุบาสิกาจันทร์
ขนนกยูง ก็ไม่มีวัดพระธรรมกาย ไม่มีหลวงพ่อธัมมชโย
ผู้เป็นที่พึ่งทั้งชีวิตจิตใจของเหล่ากัลยาณมิตรสาธุชน
ทั้งหลาย...
ความจริงข้อนี้คงไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่น่าอัศจรรย์
ตรงที่ว่าท่านไม่เคยเรียนหนังสือ ไม่เคยศึกษาวิชาการ
ทางโลกในสาขาใดๆ มาก่อนเลย แต่ทำไมจึงมีวิสัยทัศน์กว้าง
มองเห็นการณ์ไกล มองอะไรไม่เคยพลาด มีความเป็นนัก
บริหารที่มีความรู้เชี่ยวชาญเรื่องเศรษฐศาสตร์อย่างยิ่ง
เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวัดพระธรรมกาย
เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า ท่านศึกษาวิชาความรู้
เหล่านี้มาจากพระพุทธศาสนาโดยตรง หลักธรรมคำสอน
ในพระพุทธศาสนานั้นเป็นอมตะ... ไร้กาลเวลา คงทนต่อ
การพิสูจน์มามากกว่า ๒๕๐๐ ปีแล้ว วิสัยทัศน์ของท่านที่
เกิดจากญาณหัสสนะของพระธรรมกายในตัว ความรู้เห็น
จึงตรงตามความเป็นจริง มองเห็นได้กว้างไกลที่สุดไม่มี
ความลับใดๆ ในโลกสำหรับผู้ที่เข้าถึงวิชชาธรรมกาย
ต่อเนื่องกันโดยไม่หยุดเลย นั่งกันเป็นผลัดๆ ละ 5 ชั่วโมง
คุณยายอาจารย์ก็เช่นกัน ท่านนั่งสมาธิผลัดละ 5 ชั่วโมง
กลางวัน 5 ชั่วโมงและกลางคืน 5 ชั่วโมง แต่ท่านทำ
วิชชาแตกต่างจากคนอื่นตรงที่ว่า เมื่อนั่งสมาธิไปครบ 5
ชั่วโมง ท่านยังไม่รีบลุกออกจากที่ไปทันที อยู่รอฟังว่า
หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ จะสั่งวิชชาชุดที่เข้ามา
ผลัดว่าอย่างไร อย่างน้อยอีกครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมง
เมื่อรับรู้แล้วก็ทำวิชชาควบคู่กับเขาไปด้วย หลังจากนั้น
ค่อยออกจากห้องไปและตอนที่จะมารับช่วงนั่งสมาธิผลัด
ต่อไปท่านก็มาก่อนเวลาประมาณ ๓๐ นาทีเพื่อจะได้ฟัง
ในตอนท้ายชั่วโมงของพวกท่าวิชชาชุดนั้นว่า หลวงพ่อ
วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ อบรมอย่างไรบ้าง มีข้อผิดพลาด
และขอแก้ไขอย่างไร เพราะฉะนั้นคุณยายอาจารย์จึง
เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ความรู้ไม่ขาดตอนเป็นความรู้เห็นแจ้ง
ที่เกิดจากการเจริญสมาธิวิปัสสนาเพียงอย่างเดียว ไม่มี
ความรู้ที่เกิดจากการจดจำการศึกษาตำราทางโลกมา
ปะปนให้ผิดเพี้ยนเป็นความรู้ที่ถูกต้องเห็นตามความเป็นจริง
ญาณทัสสนะของท่านจึงแม่นยำยิ่งนัก
นี่ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าการใต้ดวงตาเห็นธรรม ได้รู้
เห็นวิชชาธรรมกายนั้น ไม่เกี่ยวกับเพศภาวะ ไม่ว่าจะเป็น
พระภิกษุ สามเณร ฆราวาส เด็กหรือผู้ใหญ่มีสิทธิ์รู้เห็น
ธรรมะเหมือนกันหมด ขึ้นอยู่กับกำลังบุญบารมีที่สร้างสม
ข้ามภพข้ามชาติมา ประกอบกับความเพียรทุ่มเทในการ
เจริญสมาธิภาวนาในชาติปัจจุบันของแต่ละคน เหมือน
มีญาณทัสสนะที่แม่นยำ เพราะนั่งสมาธิแบบทิ้งชีวิต อย่างมหาอุบาสิกาวิสาขาที่บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน
คุณยายอาจารย์ มีญาณทัสสนะที่แม่นยำยิ่งนัก
เพราะท่านนั่งสมาธิเจริญภาวนาชนิดที่เอาชีวิตเป็นเดิมพัน
นั่งสมาธิแบบทิ้งชีวิตจนขาด ไปเลย คือทําใจให้หยุดนิ่ง
สนิทบริบูรณ์ จนกระทั้งหลุดจากกายหยาบเข้าไปสู่กาย
ธรรมที่ละเอียดขึ้นไปเรื่อยๆ ทิ้งการรับรู้ภายนอกเข้าไป
รับรู้ภายใน เมื่อครบกำหนดแล้วจึงถอน การขาดรู้ทำให้
จิตบริสุทธิ์มาก มีพลังมาก มีความรู้กว้างขวางมาก และ
มีญานทัสสนะแม่นยำมาก จนกระทั้งความรู้แตกฉาน ทำให้
เช้าใจเรื่อง ราวของโลกและชีวิตเพิ่มมากขึ้นไปตามลำดับ
สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระภิกษุ
สามเณรและแม่ชีที่ทำวิชชานั่งสมาธิกันตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ หรือพระราหุลท่านก็บรรลุธรรมเป็น
พระอรหันต์ตั้งแต่สมัยยังเป็นสามเณรอายุเพียง ๗ ขวบ
เท่านั้น
พบผู้สืบสานปณิธาน เพื่อเผยแผ่วิชชาธรรมกาย
แม้หลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้มรณภาพไป
แล้ว เมื่อพ.ศ. ๒๕๐๒ คุณยายอาจารย์ยังคงปักหลักสอน
สมาธิอยู่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ด้วยความเคารพในคำสั่ง
และความกตัญญูต่อหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เพื่อ
รอผู้ที่จะมาสืบทอดวิชชาธรรมกายเผยแผ่วิชชาธรรมกาย
ให้ขยายไปทั่วโลกต่อไป จนกระทั่งได้พบกับหนุ่มน้อยผู้
กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕®๕