ข้อความต้นฉบับในหน้า
ว่าไม่ให้เลี้ยง ไอ้เราก็ทดลองนึกว่ามันจะดี ไม่เชื่อท่าน
เลี้ยงหมูก็เหมือนกัน หมูจะตายเจ็บ ต้องเลี้ยงไปรักษาไป
ฉีดยาไป ผลที่สุดหมูตาย ก็เลิกกัน ผมเลิกไม่เอาอีกเลย
ตั้งแต่นั้นมา
พระประจำตัวของหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ท่านสอนลุง สอนละเอียด สารพัดเลย ก็ดุที่สุด
เวลา ดูแล้วก็สอน สอนสารพัด เรียกว่าพ่อแม่ไม่เคย
สอนอย่างกับท่าน ท่านสอนละเอียดถี่ถ้วน สอนผม
มากกว่าทุกๆ คน ก็ดูมากที่สุด ท่านสอนมาตั้งแต่สมัย
ผมยังเด็กๆ แม้ตอนหลวงพ่อเริ่มอาพาธท่านก็ยังสอน
เราก็กลัวท่าน แต่มารู้อีกทีว่าท่านรักเรา ก็อีตอนที่
พยาบาลหลวงพ่อ ท่านให้พระประจำตัวกับลุงมา เป็น
พระประจำตัวที่ท่านเก็บไว้กับตัว6ลอด ท่านให้ลุงมากับมือ
ก่อนหลวงพ่อมรณภาพ ๓-๔ เดือน ตอนที่ท่านให้ลุง ลุง
คิดว่าท่านหลง ท่านเดินจะออกไปข้างนอก ท่านถือพระ
มาด้วย แล้วก็บอกว่า เอ้า... ลุงก็นั่งคุกเข่าแล้วสองมือก็
รับพระประจำตัวจากท่าน ท่านก็ใส่มือมา แล้วเดินออกไป
ท่านให้เฉยๆ ไม่ได้พูดอะไร ลุงก็คิดว่าเดี่ยวหลวงพ่อกลับ
มา จะเอาคืนท่าน พอท่านเดินกลับมา เราก็ถวายคืน
ท่านก็บอกว่า “เล้า กูให้มึง เก็บไว้ให้ดีสิ ถึงจะมาให้กูอีก
ทำไมล่ะ มึงเก็บไว้ให้ดีนะ พระองค์นี้พระประจำตัวของกู”
ท่านสั่งไว้อย่างนั้น ลุงถึงได้ดีใจ ว่าท่านให้เราจริงๆ เราก็
คิดว่าหลวงพ่อหลง แต่ที่ไหนได้เราคนดีๆ หลงเอง เลย
กลัดอวดท่าน และคนอื่นๆ ไม่งั้นเดี๋ยวเขาหาว่าเราลักท่านมา
พระมหาเจียกบอกว่าโชคดีจริงๆ ฉันจ้องมานานแล้ว นี่
แสดงว่าหลวงพ่อรักและเมตตาเราจริง ไม่งั้นท่านไม่ให้
พระประจำตัวมาหรอกเพราะมีองค์เดียว ลักษณะพระ
เป็นเนื้อชิน ขนาดโตเท่าสมเด็จวัดระฆัง ด้านหน้าเป็นรูป
พระพุทธสิหิงค์ ส่วนด้านหลังเป็นรูปของหลวงพ่อวัด
ปากน้ำเอง แต่ตอนนี้ลุงถวายพระประจำตัวให้หลวงพ่อธัมม
ชโยไปแล้ว เพราะลุงมานึกๆ ดูว่าถ้าเราตาย ได้ลูกหลาน
มันก็เอาไปเฉยๆ คิดมาคิดไปถวายท่านดอนเราเป็นๆ ดีกว่า
จะได้หมดเรื่องหมดราวไป เพราะหลวงพ่อวัดพระธรรม
กายก็เอาวิชชาจากหลวงพ่อวัดปากน้ำมาเผยแผ่จนโด่งดัง
สมควรแล้วที่หลวงพ่อวัดพระธรรมกายจะรักษาไว้ ก็เลย
ตัดสินใจถวายท่านกว่าจะถวายได้ก็เกือบปีมันยังเสียดายอยู่
นอกจากนี้ลุงยังถวายสมบัติที่ได้มาจากหลวงพ่อวัด
ปากน้ำให้กับหลวงพ่อวัดพระธรรมกาย คือมุ่ง, ผ้าห่ม,
รัดประคต และพระธาตุ
คุณค่าของเงินทอง
ลุงหลอมยังจ่า ค่า พูดของหลวงพ่อวัดปากน้ำที่
ท่านบอกว่า สมัยก่อนได้แก้วสารพัดนึกมันมีจริง นึกจะเอา
อะไรก็เอาได้ นึกจะทำอะไรก็ท่า ได้ แต่เดี๋ยวนี้มันหมดแล้ว
สมัยเดี๋ยวนี้มันก็เหลือแต่เงินนั่นแหละที่จะเป็นแก้วสารพัดนึก
ท่านบอกว่ารัฐบาลเขาผลิตมา แม้แต่ ๑ บาท ถึงจะเข้าใจ
ว่าเป็นกระเบื้องก็ไม่ได้ ถึงจะเห็นว่า ๓ บาทเป็นกระเบื้อง
ไม่มีค่าไม่ได้ บาทหนึ่งก็ซื้อขนมได้ อย่าประมาท อย่า
ดูถูกเงิน ใช้ให้รู้จักประมาณ ไม่ใช่ใช้ตะพด ไอ้คนที่ดูถูก
เงิน แทบจะถือกะลาขอทานก็มี ท่านสอนจนเราตั้ง
ปณิธานเลยว่า กูมีเงินเมื่อไหร่ กูจะพยายามรักษาให้ถึง
ที่สุด ด้วยเหตุนี้ลุงบอกว่าคนอื่นๆ มีเท่าไหร่ก็ใช้จนหมด
มีแต่ลุงรอดตัวอยู่คนเดียว เพราะสิ่งที่หลวงพ่อสั่ง หลวง
พ่อสอนมาทั้งนั้น
เรื่องของหลวงจบฯ
ลุงหลอมยังได้เล่าถึงเรื่องของหลวงจบกระบวน
ยุทธ (เติมชื่อแช่ม) ซึ่งเป็นพ่อตาของจอมพลถนอม กิตติ
ขจร ท่านมาหาหลวงพ่อวัดปากน้ำ ขอให้หลวงพ่อไปตาม
หาพ่อให้ ซึ่งพ่อของหลวงจบฯ เป็นแขก ฆ่าวัว ฆ่าควาย
พ่อแกส่งหลวงจบฯ ไปเรียนนายร้อย จนกระทั่งเรียนจบ
นายร้อย ได้ร้อยโท ต่อมาพ่อของหลวงจบฯ ก็ตายไป ๙
ปีนานจนถึง ๒๐ ปี ก็ไม่ได้ข่าวคราว เงียบไปเลย คราวนี้
หลวงจบ แกก็ได้ข่าวว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำ เก่งอย่างงี้ดี
อย่างงั้น แกก็คิดอยากจะมาทดลองดู ว่าจะเก่งจริงหรือ
ไม่จริง อยู่มาวันหนึ่งแกก็มาหาหลวงพ่อ มากราบ ตอน
นั้นแกเป็นพ่อตาของนายกรัฐมนตรี (จอมพลถนอม กิตติ
ขจร) แล้ว หลวงพ่อท่านก็ถามว่า “มาธุระอะไร” หลวงจบฯ
ก็บอกว่า ผมได้ทราบข่าวว่า เห็นเขาลือกันว่าหลวงพ่อ