ข้อความต้นฉบับในหน้า
เรื่องหนังสือ พอถึงวัยรุ่นก็คิดเรื่องหนุ่มเรื่องสาว พอวัย
หนุ่มวัยสาวก็คิดถึงเรื่องการครองเรือน พอได้ครองเรือน
ไปแล้วก็นึกถึงเรื่องการทำมาหากิน ทำมาค้าขาย จวบจน
กระทั่งบั้นปลายของชีวิตก็คิดแต่เรื่องลูกหลาน คิดวนเวียน
กันอยู่อย่างนี้จึงได้ห่างเหินจากความสุขที่แท้จริงเป็นเวลา
หลายสิบปีทีเดียว บางคนกว่าจะกลับตัวได้ก็สายเกินไป
มีความพร้อมในทรัพย์สินแต่ไม่มีความพร้อมในร่างกาย
นั่งธรรมะนานๆ ไม่ได้มันปวดมันเมื่อย ง่วงบ้าง หลับบ้าง
เพราะฉะนั้นการฝึกใจให้หยุดนิ่งต้องเริ่มทำตั้งแต่ร่างกาย
ยังแข็งแรง ฟักใจเราให้หยุดนิ่งให้ได้ เกิดมาชาตินี้ต้องให้
ได้รู้รสชาติของการหยุดนิ่งให้ได้เสียก่อนว่า มีรสมีชาติ
อย่างไร
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงผ่านโลกมามาก
ทรงถึงพร้อมด้วยราชสมบัติ และความสุขที่ชาวโลกต่าง
แสวงหา แต่ในที่สุดพระองค์ทรงสละสิ่งเหล่านั้น เพราะ
เมื่อไปถึงจุดนั้นแล้วก็ทรงทราบว่า ไม่มีอะไรที่เป็น
แก่นสารของชีวิตและให้ความสุขอย่างแท้จริง จนกระทั่ง
ความดีงาม สร้างบุญกุศลให้สมกับที่ได้เกิดมาสร้างบารมี
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป วันสิ้นปีเก่าเป็นวันที่เราสรุปงบดุล
ของชีวิตว่า ขาดทุน เท่าทุนหรือว่า มีกำไรของชีวิต โดย
ให้เรานึกทบทวนดูว่า ปีที่ผ่านมาเรามีความประมาท
ชะล่าใจบ้างหรือเปล่าได้สร้างบุญกุศลความดีงามมากน้อย
เพียงไร ทำทุกวันทั้ง ๓๖๕ วัน หรือทำหนึ่งวันหยุดไป ๕
วัน ทำ ๕ วันหยุดไปหนึ่งเดือน วันนี้เราจะได้มาทบทวน
ปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องที่ผ่านๆ มา
โลกนี้เป็นโลกแห่งการสร้างบารมี สร้างความดีงาม
บัณฑิตจะสร้างแต่ความดีงาม คนพาลก็จะสร้างแต่บาป
อกุศลกรรม เมื่อละโลกไปแล้วสิ่งที่เรากระทำไว้ก็จะเป็น
ประดุจเงาติดตามตัวเราไปถ้าสิ่งที่กระทำนั้นเป็นบุญ
วิบากก็เป็นความสุข เป็นความบันเทิงในสุคติโลกสวรรค์
ถ้าสิ่งที่ทำนั้นเป็นบาปวิบากก็ตรงกันข้ามกัน จิตเศร้า
หมองไม่ผ่องใส ละโลกไปแล้วก็ไปสู่อบาย
บางคนไม่เชื่อเรื่องเวรเรื่องกรรม บอกว่ามองไม่
เห็น เรามองไม่เห็นเวรกรรมหรือผลของกรรม แต่ว่าเวร
กรรมนั้นมองเห็นเรา เขาเห็นเราแต่เราไม่เห็นเขาจะ
เหมาเอาว่ามันไม่มีไม่ได้ เหมือนหัวกระสุนที่วิ่งเข้ามาหา
เราด้วยความเร็ว เราไม่เห็นมันแต่มันเห็นเรา อย่างนี้
อันตราย เพราะฉะนั้น วันนี้เราจะสร้างความสุข สร้างสิ่ง
มาค้นพบด้วยพระองค์เอง หลังจากปลีกพระองค์ออกจาก
พันธนาการของชีวิต โดยมาฝึกฝนใจให้หยุดให้นิ่ง เมื่อใจ
หยุดนิ่งอยู่ภายในเข้าถึงความสุขที่แท้จริงแล้ว ก็มีข้อ
เปรียบเทียบถึงความแตกต่างจากสิ่งที่เคยเข้าใจว่า
เป้นความสุขนั้นแตกต่างจากสุขที่เกิดจากใจหยุดใจนิ่ง ที่ดีงามที่เป็นทางมาแห่งบุญกุศลด้วยธรรมปฏิบัตินะลูกนะ...
ภายในราวฟ้ากับดิน พระองค์จึงสรุปความว่า นตฺถิ สนฺติปร์
สุข. สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่งไม่มี
เพราะฉะนั้น เราจะส่งความสุขให้ใคร อย่าลืม
สร้างความสุขในตัวของเราให้ได้เสียก่อนให้รู้จักว่า สุข
อย่างนี้เป็นสุขที่เป็นอิสระกว้างขวาง เบาเนื้อ เบาตัว
สบายกาย สบายใจ ไม่อึดอัด ไม่คับแคบ ไม่เศร้า ซึม เซ็ง
เครียด เบื่อ กลุ่ม เข้าถึงแล้วใจจะเบิกบาน ใจจะขยาย
เกลี้ยงเกลาจากอกุศลธรรมเต็มเปี่ยมไปด้วยกุศลธรรม มี
ความเห็นเป็นสัมมาทิฐิ เบิกบานอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เพราะฉะนั้นวันนี้สร้างความสุขให้ได้ ให้รู้จักรสชาติของ
ความสุขที่เกิดจากการหยุดนิ่งว่าเป็นอย่างไร แตกต่าง
จากที่เราเคยเจออย่างไร เมื่อเราสร้างได้แล้วจึงจะ
แบ่งปันไปให้คนอื่นเขาได้
ในวันขึ้นปีใหม่นี้ควรจะเป็นวันที่เราเริ่มต้นสร้าง
ปีใหม่นี้ให้เริ่มต้นฟักใจให้หยุดให้นิ่ง หยุดนิ่งไม่
ได้เป็นไม่เลิกรา จะทำมาหากินอะไรก็ทำไปเถิด แต่หยุด
กับนิ่งนี่ไม่เลิกรา ให้ภารกิจ ธุรกิจ กับจิตใจนั้นไปด้วยกัน
ฟักใจให้หยุดให้นิ่งให้เข้าถึงกายธรรมให้ได้ แล้วจะได้รู้
รสชาติของความสุขที่เกิดจากใจหยุดใจนิ่งนั้นเป็นอย่างไร
แตกต่างจากความสุขที่เราเคยพบเจอที่ผ่านมาอย่างไร
เราจะรู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่เราแสวงหาอย่างแท้จริง ตอนที่ยัง
ไม่รู้เราก็แสวงหาสิ่งหนึ่ง เมื่อเรารู้แล้วเราก็แสวงหาอีกสิ่ง
หนึ่ง คือ แสวงหาการเข้าถึงกายธรรมเพราะฉะนั้น สร้าง
ความสุขให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยกลับไปส่งความสุขให้กับ
ผู้ที่เป็นที่รักของเรานะลูกนะ
กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕
&