ข้อความต้นฉบับในหน้า
Europh
Dever
Kazastan
Ea
Kyrgyztan
kmenistan
Noth-Ea
Takistan
Indian
Asia
เอเชียกลาง
เส้นทางสายไหมในทาจิกิสถาน
Dushanbe
TAJIKISTAN
ทาจิกิสถาน
เมืองดูขันเบ
๑๓๒ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕37๕
สหภาพโซเวียตแล้วแยกตัวออกมาหลังรัสเซียล่มสลาย ผมอ่านข่าวที่ปากีสถานว่า
ทาจิกิสถานมีพระพุทธรูปองค์หนึ่งอยู่ในเมืองหลวงดูซันเบ ผมก็เลยชวนราชิด
มาดูให้รู้แน่ ส่วนนาเซอร์เพื่อนราชิดลางานไม่ได้ สามทหารเสือเลยเหลือแค่
สองเกลอหัวเห็ด
ดูชันเบมีตลาดโชคมันสุระบาซาร์ ร้านอาหารที่นี่เปิดตั้งแต่เก้าโมงเช้า
ถึงห้าโมงเย็น ไม่มีโต้รุ่งอย่างบ้านเรา ที่เปิดทุ่มหนึ่งมีอยู่แห่งเดียวคือ ร้านใน
โรงแรมออกติยาบริสกายา พอสองทุ่มไปแล้ว ดูชันเบ เงียบเหมือนเมืองร้างเลย
ว่างๆ เราออกไปนอกเมืองกัน ได้ข่าวว่าฝนแล้งสองปีแล้ว เด็กๆ
ตามท้องนาท้องไร่ต้องกินแต่ขนมปังกับน้ำชา วัยรุ่นทาจิกโครงสร้างแข็งแรง
หน้าตาสดใสร่าเริงนิสัยสดชื่น วิ่งไล่กันสนุกสนานในขณะที่พ่อๆ แม่ๆ ก้มๆ
เงยๆหว่านเมล็ดข้าวบนดินแห้งแตกระแหงด้วยความหวังว่าสักวันหนึ่งฝนจะตก
พอผมมา, ฝนก็เริ่มตกแล้วแต่ไม่ทันปีนี้ คนทาจิก 5 ล้านคนจะอดอยากเสีย ๑
บ
ลานคน
ผมมองชาวทาจิกด้วยความรู้สึกประหลาดใจว่าบรรพบุรุษของพวก
เขาเคยเป็นพุทธคาสนิกชนมาก่อน
เมื่อ ๑๔๐๐ ปีมาแล้ว มีพระภิกษุจีนรูปหนึ่งชื่อซ่วนจังเดินทางเข้ามา
ในกลางใจทวีปเอเชียผ่านเส้นทางสายไหมที่เป็นต้นกำเนิดเส้นทางการค้าทั่วโลก
หรือที่น่าจะเรียกว่า เส้นทางสายใหม่และเส้นทางอริยะที่ทำให้พระพุทธศาสนา
เผยแผ่ไปทั่วโลก มีพระพุทธรูปมากมายบนเส้นทางสายนี้
พระส่วนจังข้ามแม่น้ำอ๊อกซัสอันทรงพลัง กองคาราวานเลียบเลาะ
แม่น้ำจากเมืองสมาคันถึงเมืองบอลค์ ข้ามเทือกเขาฮินดูกูฏหรือภูเขาหิมะ
ผจญความทุกข์ยากลำบากแสนสาหัส แต่เมื่อได้เห็นพระพุทธรูป ท่านก็หาย
เหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
เวลานั้น ยังไม่มีมุสลิมในเอเชียกลาง หุบเขากาบูลในอัฟกานิสถานยัง
เป็นอินเดียอยู่ อีก ๑๔๐๐ ปีต่อมา เมืองบอลดี้ที่เคยรุ่งเรืองอลังการเหลือแต่
ซากปรักหักพัง แม่น้ำอ๊อกซัส เปลี่ยนชื่อเป็นอาม ดารยา มีรองเท้าบู๊ตของ
ทหารรัสเซียหลายหมื่นคนสายน้ำมาจากทางเหนือยึดครองอัฟกานิสถาน
พระพุทธรูปงามศิลปะอินเดีย-กรีกบนหน้าผาบามิยันถูกตาลีบันระเบิดทำลายลง
โลกจึงหันไปสนใจพระพุทธรูปที่ลูชันเบ เมืองหลวงของทาจิกิสถานที่อยู่ห่าง
จากหน้าผาบามิยัน ๓๐๐ กิโลเมตรด้วยความปลื้มปีติยินดีที่เห็นพระพุทธรูป
นอนสีแดงดินเผายาว ๑๔ เมตรหรือ ๔๒ ฟุต สูง 6 ฟุตเศษ อยู่อย่างสงบมี
ชาวทาจิก ดูแลเอาใจใส่อย่างดีถึงแม้เขาจะไม่ได้นับถือศาสนาพุทธแล้วก็ตาม
พระพุทธรูปนอนในทาจิกิสถาน เวลานี้ ได้ชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่
ใหญ่ที่สุดในเอเชียกลางแทนพระพุทธรูปที่บามิยัน ชาวรัสเซียเป็นคนพบคน
แรกเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๙ ที่วัดใหญ่แห่งหนึ่งในพระพุทธศาสนาที่กษัตริย์กุษาณสร้าง
เมื่อ ๑๖๐๐ ปีมาแล้ว ชื่อ วัดอชินะเทปา ปัจจุบัน เป็นวัดร้างทางใต้ของทาจิก