ข้อความต้นฉบับในหน้า
ร้องด้วยความทรมาน จนเสียงค่อยๆ หายไปในความมืด”
พ่อใหญ่สุขหยุดพักเหนื่อย ขอน้ำดื่มจากภรรยาแล้วเล่า
ต่อด้วยความสำนึกในสิ่งที่ตนทำลงไป
“ข้าไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังและคิดว่าเรื่องมัน
ก็คงจะจบลงเท่านั้น ต่อมาอีกไม่นานข้าก็ลืมเรื่องนี้สนิท
จนกระทั่งจู่ๆ ตาของข้าก็เริ่มมีเงาดำมาบังที่แก้วตาความ
รู้สึกนี้ข้าว่ามันทรมานกว่าตอนที่ข้าทำกับแมวหลายสิบ
เท่าเพราะข้าไปรักษาที่ไหนมันก็ไม่หาย หนำซ้ำครั้งใดที่
ได้ยินเสียงเค้าแมวมาร้องเรียกข้าทีไร ข้ารู้สึกทรมาน
เหลือเกินเหมือนมีหนอนมาไชที่ตาของข้านับสิบตัว ข้า
ต้องชดใช้กรรมและขอเล่าเรื่องนี้ให้ทุกคนฟังจะได้ไปสอน
ลูกหลาน ต่อไปคนรุ่นใหม่จะได้รู้ว่าผลกรรม บุญ-บาปมีจริง
จะได้ไม่ไปก่อกรรมทำเข็ญอย่างข้าอีก"
ทุกคนเมื่อฟังพ่อใหญ่สุขเล่าจบต่างก็เห็นใจ ให้
กำลังใจว่าพ่อใหญ่สุขจะต้องหายในเร็ววัน พ่อใหญ่สุข
นิ่งเงียบแล้วหลับไป ทุกคนจึงลาภรรยาของพ่อใหญ่สุขแล้ว
กลับไป
เมี้ยว....เมี้ยว....ยว..!? ท่ามกลางความเงียบใน
ขณะที่ทุกคนในบ้านกำลังหลับไหลไปด้วยความอ่อนเพลีย
ร่างของพ่อใหญ่สุขค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นอน ทั้งลูกและ
ภรรยาไม่มีใครรู้ว่าขณะนี้พ่อใหญ่สุขกำลังก้าวออกไปทาง
บันไดบ้าน กลอนประตูหน้าบ้านถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย
“ใจเย็นๆ ช้ากำลังจะตามเจ้าไปแล้ว” เบี้ยว!..
เมี้ยว....ยว...!?
“พ่อ!! อย่าลงไป” เสียงลูกของพ่อสุขร้องเรียก
แต่สายไปเสียแล้วร่างของพ่อใหญ่สุข ได้ลอยละลิ่วลงสู่
พื้นเบื้องล่าง.!!!
งานศพของพ่อใหญ่สุขจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายตาม
วิถีชีวิตชนบท...แต่เรื่องราวของพ่อใหญ่สุข ยังคงเป็นเรื่อง
เล่าขานเป็นอุทาหรณ์สอนใจลูกหลานคนรุ่นใหม่ให้รู้ว่า
กรรมใดที่ทำไว้ ไม่ว่าดีหรือชั่วก็ตาม ผลแห่งกรรมย่อม
ติดตามผู้กระทำเหมือนเงาตามตัว คนทําดีย่อมได้ดี
คนทำชั่วย่อมได้ชั่ว สัจธรรมข้อนี้เป็นธรรมคู่โลกและยังลง
ผลทันสมัยอยู่ตลอดกาล
©๒๒ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕