ตำนานการกวนเกษียรสมุทร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 2 หน้า 156
หน้าที่ 156 / 204

สรุปเนื้อหา

A ภูเขาพระสุเมรุแทนไม้กวน โดยให้พญานาควาสุกรีโอบ พันเขาพระสุเมรุให้ฝ่ายอสูรและฝ่ายเทวดาดึงคนละข้าง ฝ่ายเทวดานั้นออกจะเอาเปรียบและรู้มากจึงเลือกดึงทางหาง ให้พวกอสูรดึงทางหัว ผลัดกันชักเย่อฉุดนาคให้ภูเขาหมุน ไปมาเพื่อกวนทะเลน้ำนม ครั้นชักเย่อไปนานๆ เข้า นาค ก็เกิดความร้อนจนต้องระบายความร้อนเป็นไฟพ่นมาทาง ปาก ทำให้ฝ่ายอสูรต้องทนต่อไฟพิษตลอดเวลาในขณะ ที่ทางฝ่ายเทวดากลับชุ่มน่าด้วยสายฝน ผมถึงได้บอกว่า ถ้าจะฝึกยิ้มไล่แขกก็ต้องเอาอย่างยิ้มของอสูรตอนที่ฉุด นาคนี่แหละ เรียกว่าแสยะยิ้ม ก็ทั้งหนักทั้งเหนื่อยและ ร้อนอย่างนี้มีหรือจะยิ้มหวานออกมาได้ ใครไม่เชื่อก็ลอง ลังเกดตอนเขาแข่งกีฬายกน้ำหนักดูก็ได้ว่านักกีฬาเขายิ้ม กันแบบไหน ในระหว่างที่กวนเกษียรสมุทรอยู่นั้น พระ นารายณ์เห็นท่าไม่ดี เกรงว่าเขาพระสุเม

หัวข้อประเด็น

- ตำนานการกวนเกษียรสมุทร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

A ภูเขาพระสุเมรุแทนไม้กวน โดยให้พญานาควาสุกรีโอบ พันเขาพระสุเมรุให้ฝ่ายอสูรและฝ่ายเทวดาดึงคนละข้าง ฝ่ายเทวดานั้นออกจะเอาเปรียบและรู้มากจึงเลือกดึงทางหาง ให้พวกอสูรดึงทางหัว ผลัดกันชักเย่อฉุดนาคให้ภูเขาหมุน ไปมาเพื่อกวนทะเลน้ำนม ครั้นชักเย่อไปนานๆ เข้า นาค ก็เกิดความร้อนจนต้องระบายความร้อนเป็นไฟพ่นมาทาง ปาก ทำให้ฝ่ายอสูรต้องทนต่อไฟพิษตลอดเวลาในขณะ ที่ทางฝ่ายเทวดากลับชุ่มน่าด้วยสายฝน ผมถึงได้บอกว่า ถ้าจะฝึกยิ้มไล่แขกก็ต้องเอาอย่างยิ้มของอสูรตอนที่ฉุด นาคนี่แหละ เรียกว่าแสยะยิ้ม ก็ทั้งหนักทั้งเหนื่อยและ ร้อนอย่างนี้มีหรือจะยิ้มหวานออกมาได้ ใครไม่เชื่อก็ลอง ลังเกดตอนเขาแข่งกีฬายกน้ำหนักดูก็ได้ว่านักกีฬาเขายิ้ม กันแบบไหน ในระหว่างที่กวนเกษียรสมุทรอยู่นั้น พระ นารายณ์เห็นท่าไม่ดี เกรงว่าเขาพระสุเมรุจะหมุนเจาะลึก ลงไปในแผ่นดินจนทำให้โลกแตกสลาย จึงได้อวตารเป็น เต่ามารองรับเขาพระสุเมรุไว้ แต่ยังไม่จบแค่นั้นก็อย่างที่ บอกไว้แล้วว่าการกวนเกษียรสมุทร ทําให้พญานาคเกิด ความร้อนจนต้องพ้นกาฬพิษออกมาตลอดเวลา เมื่อ การกวนเกษียรสมุทรผ่านไปหลายปี กาฬพิษของพญา นาคที่พ่นออกมาก็กลายเป็นมลภาวะมีดคลุมไปทั้ง จักรวาลทีนี้ก็เลยร้อนถึงพระศิวะซึ่งเกรงว่ากาฬพิษจะเผา UNIT ๑๕๔ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ ผลาญโลกและจักรวาลจนมอดไหม้จึงทรงเสียสละยอม กลืนกาฬพิษไว้เองทั้งหมด เป็นเหตุให้พระศอไหม้เกรียม จนได้รับการขนานอีกพระนามหนึ่งว่า “นิลภัณฑ์" อัน แปลว่าผู้มีคอดำ กว่าการกวนเกษียรสมุทรจะสำเร็จต้องใช้เวลาถึง 9,000ปี แต่ผลที่ได้ก็นับว่าคุ้มค่าเพราะนอกจากจะได้น้ำ อมฤตแล้วยังเกิดสิ่งต่างๆ เป็นผลพลอยได้ผุดขึ้นมาอีก มากมาย ที่สำคัญๆ ก็ได้แก่ ๑) โค ชื่อว่าสุรภี เป็นโคสารพัดนึก ๒) สุรา ชื่อว่าวารุณี เป็นเทพีแห่งเหล้า ๓) ปาริชาติ เป็นต้นไม้วิเศษ พระอินทร์ได้ว่า ไป ปลูกไว้ในสวนนันทวัน เป็นต้นไม้ที่ใครดมแล้ว จะระลึก ชาติได้ หรือถ้าใครน่า มาประดับผมก็จะมีเสน่ห์ ๔) อัปสรา หรือเทพอัปสร ซึ่งเป็นนางฟ้ารูปงาม แต่ไร้คู่เป็นตัวเป็นตน กลายเป็นของกลางจึงได้อีกนาม หนึ่งว่า “สุรางคนา” ตามตำนานกล่าวว่าในการกวน เกษียรสมุทรครั้งนี้มีอัปสราผุดเกิดขึ้นมามากมายถึง ๓๕ ล้านตน ปักผม ๕) พระจันทร์ หรือโสม พระอิศวรนำ ไปเป็นปีน 5) พิษ นาคได้สูบเอาไว้ ทำให้บรรดานาคและงู ชั้นลูกหลานมีพิษร้ายอยู่ในตัวตราบจนทุกวันนี้ ๗) พระนางลักษมี เป็นเทวีที่มีความงามเป็นเลิศ พระนารายณ์จึงคว้าเอาไปเป็นชายาตามระเบียบ ๘) อันวันตี หรือทูนผอบน้ำอมฤตอันเป็นเป้าหมาย ของการกวนเกษียรสมุทรครั้งนี้ ฯลฯ เมื่อเกิดผอบน้ำอมฤตขึ้นมา เหล่าอสูรจึงแห่กัน มาขอดื่มตามสัญญา แต่ถูกฝ่ายเทวดาเล่นเล่ห์กล โดย พระนารายณ์แปลงร่างเป็นสาวงามหลอกล่อเหล่าอสูร(ซึ่ง เจ้าชู้ยักษ์อยู่แล้ว) ไปทางอื่น ทำให้เทวดาได้ดื่มน้ำอมฤต กันถ้วนหน้า ส่วนทางฝ่ายอสูรก็ชวดไป อย่างไรก็ดีได้มี
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More