ข้อความต้นฉบับในหน้า
“เมื่อเราเสด็จไป ความสวัสดีจักมีแก่องคุลีมาสโจร เมื่อเขาได้ฟัง
คำของเราแล้วจักออกบวชในสำนักของเราแล้วจักได้อภิญญา ช
แต่ถ้าเราไม่ไปขาจักฆ่ามารดาแล้วไปสู่อเวจีมหานรก”
พระองคุลีมาล ท่านเป็นบุตรนางมันตานี ซึ่งเป็น
ภรรยาของปุโรหิต ในเวลาที่คลอดออกมานั้นเป็นเวลา
กลางคืน และเป็นเวลาเดียวกันกับสรรพาวุธทั้งหลายที่มี
อยู่ในพระนครได้ปรากฏแสงรุ่งเรืองดุจเปลวไฟ พราหมณ์
ปุโรหิตผู้เป็นบิดาจึงรีบออกจากเรือนไปดูดาว ก็เห็นว่า
บุตรของตนเกิดด้วยฤกษ์ของดาวโจร
พระราชาปเสนทิโกศลตรัสถามว่า "ถ้าเช่นนั้น
ทารกนั้นจักเป็นอย่างไร” ท่านปุโรหิตกราบทูลว่า
ทารกนั้นจักเป็นโจรปล้นชาวบ้าน พระราชาตรัสว่า “โจร
เพียงคนเดียวจักทำอะไรได้ เปรียบเหมือนข้าวสาลีรวง
เดียวที่มีอยู่ในนากว้างถึงพันกรีส เพราะฉะนั้น ท่านจง
เลี้ยงทารกนั้นไว้เถิด อย่าได้ฆ่าทารกน้อยคนนี้เลย”
ท่านปุโรหิตจึงตั้งชื่อทารกว่า อหิงสกกุมาร ซึ่งแปลว่ากุมาร
ผู้ไม่เบียดเบียนใคร
ต่อมาเมื่ออหิงสกกุมารเจริญวัยขึ้น มารดาบิดาได้
ส่งไปศึกษาศิลปวิทยากับอาจารย์ทิศาปาโมกข์ที่เมืองตักก
สิลา อหิงสกกุมารนั้นประพฤติตนดี เชื่อฟังคำของอาจารย์ดี
จึงเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์ ส่วนศิษย์อื่นๆ ก็พากันริษยา
อหิงสกกุมาร ร่วมกันวางแผนการที่จะทำให้อหิงสกกุมาร
แตกกับอาจารย์
พวกลูกศิษย์ได้ยุยงอาจารย์ว่า อหิงสกกุมารคิด
ร้ายต่ออาจารย์ ครั้งแรกอาจารย์ก็ไม่เชื่อ แต่พอถูก
ลูกศิษย์ยุยงบ่อยเช้าก็คล้อยตาม จึงคิดที่จะฆ่าอหิงสก
กุมารเสีย แต่แล้วกลับคิดได้ว่า ถ้าเราฆ่าอหิงสกกุมาร
คนทั้งหลายก็จะเล่าลือกันว่าอาจารย์ทิศาปาโมกข์ฆ่าลูกศิษย์
ต่อไปก็คงไม่มีใครมาศึกษาในสำนักของเรา จึงบอกอหิง
สกกุมารว่า “เธอเรียนศิลปะใกล้จะสำเร็จแล้ว เธอจงไปฆ่า
คนอื่นมาให้ได้หนึ่งพันก่อน เธอจึงจะสำเร็จเป็นเจ้าโลก"
อหิงสกกุมารแม้เป็นคนฉลาดแต่ไม่ได้เฉลียวใจ
คิดว่าเมื่อราเรียนวิชาการใดแล้ว ก็ต้องไปให้สุดสายของ
วิชานั้นๆ จึงจะใช้งานได้ รับคำอาจารย์แล้วก็เดินทางเข้า
ป่าพร้อมด้วยอาวุธครบมือ เพื่อดักฆ่าคนที่จะเข้ามาในป่า
แต่เมื่อฆ่าคนแล้ว ก็มิได้ทำอะไรเป็นเครื่องหมาย ได้แต่
จำไว้ว่าฆ่าไปแล้วกี่คน ครั้นนานไปก็หลงลืม จำไม่ได้
จึงใช้วิธีตัดเอานิ้วมือของคนที่ถูกฆ่าไว้คนละ ๑ นิ้ว ร้อยเป็น
พวงมาลัยคล้องคอ ชาวบ้านได้ขนานนามให้ใหม่ว่าองคุสึ
มาลโจร แปลว่า โจรผู้มีนิ้วมือเป็นพวงมาลัย พวกชาวบ้าน
หวาดกลัวกันมาก พากันหนีเข้าไปอยู่ในตัวเมือง กราบทูล
ร้องทุกข์ต่อพระราชาปเสนทิโกศล ฝ่ายนางพราหมณีผู้
มารดา รู้ว่ามหาโจรนั้นก็คือลูกชายสุดที่รักของนางเอง
ด้วยความเกรงกลัวภัยที่จะมาถึงลูก นางจึงตัดสินใจออก
เดินทางออกนอกเมืองตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อไปบอกข่าวให้
ลูกชายหนีไป
ขณะเดียวกันนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดู
สัตว์โลก ได้เห็นองคุลีมาลปรากฏในข่ายพระญาณ ทรง
ทราบว่า “เมื่อเราเสด็จไป ความสวัสดีจักมีแก่องคุลีมาล
โจร เมื่อเขาได้ฟังคำของเราแล้วจักออกบวชในสำนักของ
เราแล้วจักได้อภิญญา ๖ แต่ถ้าเราไม่ไปเขาจักฆ่ามารดา
แล้วไปสู่อเวจีมหานรก” เช้าวันนั้น พระพุทธองค์เสด็จไป
ตามที่องคุลีมาลซุ่มอยู่ พวกคนเลี้ยงโคที่เดินสวนมาได้
กราบทูลให้พระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จผ่านไปทางนั้น “ช้า
แต่สมณะ พวกบุรุษรวมกันมากถึง ๔๐ คน เดินไปทางนี้
ก็ยังถูกองคุลีมาลโจรฆ่าตายหมด ท่านอย่าได้ไปทางนั้นเลย”
แม้จะทูลห้ามถึง ๓ ครั้ง พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ทรงนิ่งเสีย
แล้วเสด็จดำเนินต่อไปโดยมีได้หวั่นหวาดแม้เพียงน้อยนิด
ขณะนั้น องคุลีมาลโจรได้เห็นมารดาของตัวเอง
เดินเข้ามาหาแต่ไกล เนื่องจากอกุศลเข้าสิงจิต ในใจว่า
วันนี้จะได้นิ้วมือของหญิงคนนี้เป็นนิ้วที่หนึ่งพันพอดี แล้ว
1 ป..แป กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ Obm