ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทําสั่งเจ้าคุณพ่อ
สมัยนั้นตอนไปพยาบาลหลวงพ่อ ลุงไม่เคยเจอ
แม่ชีจันทร์เลย เพราะท่านอยู่แต่ในโรงงาน มีหน้าที่ทำ
วิชชาอย่างเดียว มีครั้งหนึ่งที่หลวงพ่อป่วยมาก แล้วเรียก
แม่ชีจันทร์มาสั่งว่าหลังจากหลวงพ่อไม่อยู่ให้รออยู่ที่วัด
- ปากน้ำ ห้ามไปไหนให้รอคนที่จะมาสืบทอดวิชชา ให้รอ
ที่นี่ แต่คนอื่นเห็นเดินเข้าๆ ออกๆ เจอแม่ชีทองสุก คุณ
ยายปัก แม่ชีอะไรต่ออะไรมากมาย ที่มาหาหลวงพ่อบ่อย
ก็คือ คุณตรีธา ตอนนี้เป็นประธานมูลนิธิวัดปากน้ำ พอ
แม่เขายกให้เป็นลูกสาวหลวงพ่อตั้งแต่ยังเด็ก
การทำบุญสมัยหลวงพ่อ
ลุงหลอมเล่าถึงการทำบุญในสมัยหลวงพ่อวัด
ปากน้ำสมัยก่อนว่า ใครจะทำบุญต้องไปหานายประยูร
สมมติคุณจะถวายเงิน ๑๐๐ บาท ก็ต้องไปหานายประยูร
นายประยูรก็จะเขียนใบปวารณา นาย ก ถวายเงินหลวงพ่อ
๑๐๐ บาท ใบปวารณาที่ออกให้ คุณก็น่าไปถวายหลวงพ่อ
หลวงพ่อก็จะรู้ว่าคนนั้น คนนี้ ถวายเงินเท่านี้ เท่านั้น
แล้วท่านก็วางใบปวารณาซ้อนๆ กันไว้ ท่านจึงไม่รู้ว่าแบงก์นี้
แบงก์อะไร ท่านไม่จับเงิน แบงก์ 4 แบงก์ ๑๐ แบงก์ ๑๐๐
หลวงพ่อไม่รู้หรอก หลวงพ่อเคยถามนายประยูรว่าไอ้
แบงก์แดงๆ มันแบงก์อะไร นายประยูรบอกว่า แบงก์ละร้อย
แล้วไอ้แบงก์สีเขียวๆ นั่นใบเท่าไหร่ หลวงพ่อท่านไม่รู้เลย
มีอยู่ครั้งหนึ่งหลวงพ่อท่านเอาใบปวารณาให้ลุงเป็นปึก
ท่านบอกว่า “มึงจะได้เอาไว้ซื้ออะไรกิน” เราก็พยาบาล
ท่านมาตั้งนาน ท่านก็ถามว่ามีสตางค์ใช้หรือเปล่า เราก็
บอกท่านว่ามีครับ เราจะบอกว่าไม่มีก็กตัวท่านเป็นทุกข์
บอกให้ท่านหายห่วงเพราะท่านป่วยอยู่ ท่านเองก็คงจะรู้
วันหนึ่งท่านก็เอาใบปวารณาให้อีกหนึ่ง แล้วก็บอกว่าเอา
ไว้ซื้ออะไรกิน เราก็ว่าหลวงลุงถ้าจะหลง เอากระดาษมา
จะให้ไปหาซื้ออะไรกิน มันจะไปซื้ออะไรได้ กระดาษก็มี
แต่เขียนว่า คนนั้น ๒๐๐ บาท คนนี้ ๕๐๐ บาท คนนั้น
๒,๐๐๐ บาท ๔,๐๐๐ บาท ก็ยังมีที่ถวายหลวงพ่อสมัยนั้น
ท่านให้ปีกใหญ่ เราก็เอาไปเหวี่ยงทั้งหมด ก็กระดาษจะ
เอาไปซื้ออะไร เดินไปก็โปรยไปเรื่อย ทีละใบสองใบ ก็ไม่รู้
พอไปคุยกับมหามนต์เข้าถึงรู้ มหามนต์บอกว่าตายแล้ว
เอาไปทิ้งที่ไหน ลุงก็บอกว่าเดินโปรยไปเรื่อยตามวัด ถ้า
รู้ว่าเอาไปขึ้นเงินกับนายประยูรได้ จะไม่เอาไปทิ้ง ปีกนั้น
ร่วมสองสามหมื่นกว่าบาท เพราะเราไม่รู้จักใบปวารณา
จึงคิดว่าหลวงพ่อหลง แต่ที่ไหนได้ เราคนดีๆ หลงเอง
สามารถ ศรแดง
ตอนที่ลุงหลอมมาพยาบาลหลวงพ่อ ลุงอายุ ๓๐
กว่าปี มีเย็นวันหนึ่งประมาณ ๕ โมงเย็น มีนักมวยชื่อ
สามารถ ศรแดง มันจะไปนอก ไปต่อยชิงแชมป์ต่างประเทศ
ช่วงนั้นเขาห้ามรับแขก หลวงพ่อกำลังป่วยหนัก ห้าม
รับแขกเด็ดขาด มันก็ยกมือไหว้บอกพี่ขอให้ผมไปกราบ
หลวงพ่อลัก ๓ ครั้ง ผมรับรองไม่พูดอะไรจริงๆ ถ้าผม
พูดพี่ซ้อมผมได้เลย ลุงก็บอกไม่ได้ พอใกล้ๆ ค่ำ ลุงเปิด
ประตูออกมา ไอ้สามารถมันก็ยังนั่งคุกเข่าอยู่ ไม่ยอมกลับ
ฟ้าก็มืดแล้ว ไอ้เราก็ใจอ่อน มันก็ยกมือไหว้บอกพี่ขอเข้า
สักหน่อย มันบอกว่าไม่พูดอะไรจริงๆ ทุกทีเวลาจะไป
ต่อยต้องมาหาหลวงพ่อทุกที ให้ท่านเปาหัว พอดีหลวง
พ่อท่านออกมาพอดี ไอ้สามารถก็เข้าไปกราบหลวงพ่อ
บอกหลวงพ่อขอช่วยเป่าหัวให้หน่อยครับ หลวงพ่อก็คลำ
ศีรษะแล้วก็เปาหัวให้ แล้วมันก็กราบลากลับ ขากลับไปก็
โดนลูกน้องของไอ้สมเดช ยนตรกิจ มันดักอยู่ ๓ คน ไอ้
สามารถเป็นคู่อริกับไอ้สมเดช ลูกน้องไอ้สมเดชดักเอาที่
วัดขุนจันทร์ มันเอาใบมีดปาดเข้าที่คอไอ้สามารถ แต่ไม่
เข้า เป็นแค่ยางบอน ไอ้สามารถเลยต่อยพับไป ๒ คน
อีกคนวิ่งหนีไป หลังจากนั้นก็บินไปต่อยที่ต่างประเทศ
ขึ้นต่อยยกแรกก็ต่อยคู่ต่อสู้พับไปเลย ชนะตั้งแต่ยกแรก
กลับมาเมืองไทยก็มากราบหลวงพ่อวัดปากน้ำเอาผล
หมากรากไม้มาถวายท่าน
ปัจจุบันลุงหลอมมีอายุ ๘๐ ปีแล้ว ลุงได้เปิด
ใจถึงเป้าหมายในช่วงบั้นปลายชีวิตว่ามีความตั้งใจจะ
สร้างบารมีร่วมกับหลวงพ่อวัดพระธรรมกาย (หลวงพ่อ
ธัมมชโย) ไปตลอดจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม ตั้งใจ
ทำบุญให้เต็มที่ ตั้งใจทำสมาธิให้ดีที่สุด และจะทำนุบำรุง
พระพุทธศาสนา และวิชชาธรรมกายตลอดไป