การเข้าถึงดวงวิมุตติและกายธรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 2 หน้า 173
หน้าที่ 173 / 204

สรุปเนื้อหา

ก็จะเคลื่อนผ่านเข้ากลางไปพบกับ “ดวงวิมุตติ” ที่ใส ละเอียดหนักยิ่งขึ้น ...เมื่อใจหยุดถูกส่วนตรงจุดศูนย์กลางดวงปัญญา ที่ได้เข้าถึง ตางๆ ...เป็นศูนย์รวมแห่งความสำเร็จด้วยอำนาจแห่ง บุญบารมีทั้งปวง ...เป็นศูนย์รวมความรู้อันไม่มีประมาณ ทั้งใน ทางโลกและทางธรรม ซึ่งเป็นความรู้ที่ไม่ถูกจำกัดด้วย กาลเวลา สามารถรู้เห็นทุกสิ่งแม้เป็นอดีต ปัจจุบัน หรือ ในอนาคตก็ตาม ...เมื่อใจหยุดถูกส่วนตรงจุดศูนย์กลางดวงวิมุตติ ก็จะเคลื่อนผ่านเข้ากลางไปพบกับ “ดวงวิมุตติญาณทัสนะ" ที่ใสละเอียดหนักยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ :- หากเราทําใจหยุดใจนิ่งเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ “ก็จะ เคลื่อนเข้ากลางผ่านเข้าไปพบกับกายภายในต่างๆ ครบทั้ง ๑๘ กายอันเป็นเบื้องต้น" โดยเฉพาะกายที่สำคัญที่สุด ะ ก็คือ “กายธรรม” หรือ “ธรรมกาย” จากนั้น จึงปฏิบัติต่อ

หัวข้อประเด็น

- การเข้าถึงดวงวิมุตติและกายธรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ก็จะเคลื่อนผ่านเข้ากลางไปพบกับ “ดวงวิมุตติ” ที่ใส ละเอียดหนักยิ่งขึ้น ...เมื่อใจหยุดถูกส่วนตรงจุดศูนย์กลางดวงปัญญา ที่ได้เข้าถึง ตางๆ ...เป็นศูนย์รวมแห่งความสำเร็จด้วยอำนาจแห่ง บุญบารมีทั้งปวง ...เป็นศูนย์รวมความรู้อันไม่มีประมาณ ทั้งใน ทางโลกและทางธรรม ซึ่งเป็นความรู้ที่ไม่ถูกจำกัดด้วย กาลเวลา สามารถรู้เห็นทุกสิ่งแม้เป็นอดีต ปัจจุบัน หรือ ในอนาคตก็ตาม ...เมื่อใจหยุดถูกส่วนตรงจุดศูนย์กลางดวงวิมุตติ ก็จะเคลื่อนผ่านเข้ากลางไปพบกับ “ดวงวิมุตติญาณทัสนะ" ที่ใสละเอียดหนักยิ่งขึ้นไปอีก นอกจากนี้ :- หากเราทําใจหยุดใจนิ่งเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ “ก็จะ เคลื่อนเข้ากลางผ่านเข้าไปพบกับกายภายในต่างๆ ครบทั้ง ๑๘ กายอันเป็นเบื้องต้น" โดยเฉพาะกายที่สำคัญที่สุด ะ ก็คือ “กายธรรม” หรือ “ธรรมกาย” จากนั้น จึงปฏิบัติต่อโดยอาศัยกายธรรมเป็นกายพิจารณา “ปัญญาที่เกิดขึ้นจะแจ่มแจ้งชัดเจนละเอียดถี่ถ้วน....ทั้งรู้ทั้ง เห็นโดยถูกต้องตรงตามความเป็นจริง" เป็นปัญญาในระดับ “ภาวนามยปัญญาอันบริสุทธิ์... สามารถทำผู้ปฏิบดีให้ บรรลุมรรคผลและเข้าถึงพระนิพพานได้” ! ดังนั้น ะ- ณ จุดศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ของคนเรานี้ "จึง เป็นจุดที่สำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับทุกผู้คน" เพราะจะยัง ประโยชน์ให้เกิดขึ้น “ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า... ไม่ว่าจะ เวียนว่ายตายเกิดในภพไหนภูมิใดก็ตาม” เกษม” โดยเฉพาะประโยชน์อย่างยิ่งคือ ... หยุดเวียนว่ายตายเกิด “ได้เข้าสู่แดนนิพพานอัน ซึ่งเราอาจกล่าวถึงคุณสมป์ดีของศูนย์กลางกาย ฐานที่ ๗ ออกมาเป็นข้อๆ ได้มากมาย ดังนี้เช่น : ...เป็นฐานที่ตั้งที่อยู่ของใจ (ใจจะมีลักษณะเป็น ๗ ดวงกลมใสบริสุทธิ์) ...เป็นศูนย์รวมแห่งบุญบารมี ที่ได้สั่งสมมานับ ภพนับชาติไม่ถ้วน (บุญนี้จะติดตามเราไปตลอดไม่หายไป ไหน จะคอยสร้างกายดีๆ ขึ้นรองรับใจรวมทั้งสมบัติทั้งปวง ไม่ว่าจะไปเกิดเป็นมนุษย์ เทวดา พรหมหรืออรูปพรหม ก็ตาม) ...เป็นศูนย์รวมแห่งความสุข ตามสภาวะธรรม ...เป้นศูนย์รวมความรู้ที่ไม่ถูกจ่ากัดด้วยสถานที่ สามารถรู้เห็นทุกที่ทุกแห่งทั่วโลก หรือทั่วทั้งจักรวาล และแม้แต่จะเป็นภพภูมิต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนรก สวรรค์ หรือกระทั่งนิพพานก็ตาม ฯลฯ ณ จุดศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ นี้:- ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ได้กล่าวเอาไว้ว่า ... “ตรงจุด ๒ นิ้วมือเหนือสะดือ! จะตรงกับจุดที่มีพลังจิต วิ่งเข้าวิ่งออก นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดลองมาหลายคน โดยมี ดร.หิเลิปป์และเดอลาวาร์ ที่ประเทศฮอลแลนด์และ ประเทศอังกฤษ ได้ใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์วัด พบว่า ตามจุดเหล่านี้จะมีพลังวิ่งเช้าวิ่งออก เมื่อเราเพ่งไปที่จุด เหล่านี้จะกระตุ้นให้ช่องเปิดสำหรับพลังจิต ซึ่งจะทำให้เรา สามารถรับพลังที่ละเอียดอ่อนเช้ามา"... และท่านยังได้กล่าวอีกว่า :- ... . “ที่จุดเหนือสะดือประมาณ ๒ นิ้วมือ! ซึ่งเป็น จุดที่ใช้กันมากในการทำสมาธิ ในการเพ่งซิกพลังจิต ใน การชิกกำลังภายในเขาก็ใช้จุดนี้กัน ...พบว่ามีพลังงาน จำนวนมาก พุ่งออกมาจากบริเวณนี้ เมื่อเราส่งพลังออก ไปจากตัวเรา พลังจะต้องผ่านร่างกายของเราออกไปข้าง นอก และถ้าหากเราส่งพลังที่เย็นสบายออกไป เราก็จะ สบายไปด้วย แม้เราจะมีโรคภัยบางอย่าง แต่เมื่อ เราแผ่เมตตามากๆ เราก็จะรักษาตัวเองให้หายได้ ทว่าใน ทางตรงกันข้าม หากเราส่งพลังงานด้านลบออกไป เช่น พลอยสบาย แช่งด่าผู้อื่น พลังแห่งการแช่งด่านั้น ก็จะผ่านร่างกาย ของเราเพื่อออกไปข้างนอก ดังนั้น ก็เท่ากับเราแช่งตัว เองก่อน ความคิดทุกชนิดล้วนมีพลังงาน ที่สามารถส่ง ออกจากร่างกายของเราได้เช่นเดียวกัน"... กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ ๒๕๕๕ ©®
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More