ข้อความต้นฉบับในหน้า
๗. เมตตาบารมี
“ธรรมดาน้ำย่อมแผ่ความเย็นไปให้ทั้งคนดีและคน
เลวอย่างเสมอหน้ากันฉันใด เราจะเจริญเมตตาให้
สม่ำเสมอทั้งคนเกื้อกูลและไม่เกื้อกูลฉันนั้น"
เมตตาธรรมของคุณยายมีมากล้น จนเป็นที่
ประจักษ์แก่สาธารณชน คุณยายท่านเมตตาทั้งคนทั้งสัตว์
ทั้งคนใกล้ชิดคนห่างตัว คนมาวัดนานแล้ว คนมาวัดครั้ง
แรกท่านก็มีเมตตาเสมอเหมือนถ้วนหน้ากัน
เมื่อคุณยายนั่งสามล้อตรวจวัด ฝูงไก่จะวิ่งมา
หาคุณยาย เพื่อรอรับเศษข้าวสารที่คุณยายเก็บทีละเม็ด
จากพื้นครัว ใส่ถุงเอาไว้มาเป็นอาหารไก่
เมื่อเด็กๆ มาวัด มากราบคุณยายท่านจะเอ็นดู
จับไม้จับมือ ลูบศีรษะเด็กแล้วสอนว่า “ชนได้นะแต่อย่าดื้อ
ยายเป็นเด็กยายก็ซนแต่ยายไม่ดื้อ"
กิจวัตรช่วงเช้ามืดกับช่วงเช้าของคุณยายจะนั่ง
สมาธิติดต่อกันหลายชั่วโมง พอช่วงบ่ายก็จะตรวจวัด
หรือออกรับแขก แม้ท่านจะป่วยก็ยังอุตส่าห์ออกรับแขก
เป็นปกติเพราะเห็นว่าแขกเดินทางไกลมาด้วยความยาก
ลำบาก โดยคุณยายไม่เคยคิดถึงความลำบากของตนเองเลย
เวลาคุณยายรับแขก คุณยายจะไหว้เขาก่อน
ใครมากราบคุณยายท่านจะก้มแล้วก้มอีก การก้มมากๆ
ของผู้สูงอายุ ร่างกายจะเมื่อยมาก แต่คุณยายก็ทำ เพราะ
เกรงว่าเขาจะนึกตำหนิว่ายายถือตัว การตำหนิผู้มี
คุณธรรมอาจทําให้ผู้นั้นตกนรกได้ คุณยายจึงแสดงออก
อย่างนั้น แม้ตัวเองจะเหนื่อยจะเมื่อยจะยากลำบากเพียง
ใดก็ตาม นับเป็นความเมตตาของคุณยายอย่างสูงที่มีต่อ
ศิษย์ถ้วนทั่วหน้าเป็นล้นพ้น
๐๐. อุเบกขาบารมี
“ธรรมดาแผ่นดินแม้มีคนทิ้งของสะอาดบ้างไม่
สะอาดบ้าง ย่อมทำตนเป็นกลาง ฉันใด เราจะทำใจ
เป็นกลางแม้กระทบสุขหรือทุกข์ฉันนั้น"
ชีวิตที่ทำงานใหญ่ย่อมเจอะเจออุปสรรคมากมาย
หากจิตใจไม่ตั้งมั่นไม่ปล่อยวางบ้าง ก็ยากจะประสบความ
สำเร็จได้ คุณยายท่านเป็นคนหนึ่งที่สามารถผ่านพ้นสิ่ง
เหล่านี้มาได้อย่างสวยงาม
๑๑๘
เ^ขาณ / กุมภาพันธ์ พ.ศ. 10๕**
เคยมีคนไม่เข้าใจคุณยายคนหนึ่ง มายืนด่าคุณ
ยายนานเป็นชั่วโมง คุณยายไม่ด่าตอบเขาแม้สักคำ มีแต่
บอกว่า “หน้าที่คุณ คุณค่าไป หน้าที่ฉันจะนั่งเข้าที่ (ท่า
สมาธิ)” คุณยายไม่มีอาการกระฟัดกระเฟียด ฉุนเฉียว
หรือไม่พอใจ มีดวงตาและสีหน้าเป็นปกติ แล้วท่านก็นั่ง
สมาธิไปฟังคำด่าไปด้วยความสงบ ในที่สุดคนด่าก็ล่าทัพ
กลับไปประสบความพ่ายแพ้จากอุเบกขาบารมีของคุณยาย
เรื่องที่คุณยายสอนให้มีอุเบกขามากๆ คือเรื่องเพศตรงข้าม
ท่านได้สอนไว้ว่า “ยายอยากให้ทุกคนสร้างบารมีไปได้
ตลอดรอดฝั่ง จะไปได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา ที่ต้อง
ระวังก็คือเรื่องผู้หญิง เรื่องนี้สำคัญมาก อย่าเอาความ
สงสารเดินหน้าต้องเอาปัญญาเอาอุเบกขาเดินหน้า ถ้าเอา
ความสงสารเดินหน้าแล้วเราจะตกกระป๋อง เรื่องนี้ยาย
เห็นมาหลายคนแล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องระวังใจของเราให้ดี
อย่าเชื่อมสะพาน อย่าทอดสะพานให้เขาเป็นอันขาด
เพราะถ้าใกล้ชิดกันแล้วจะเลิกได้ยาก เราอย่าทอดสะพาน
ให้เขาก็หมดเรื่อง ถ้าเราไม่ทอดให้เขาก็ข้ามมาไม่ได้"
เหตุผลที่คุณยายมีอุเบกขาได้มากในทุกเรื่องเป็น
เพราะ “ตลอดชีวิตยายนี่ ยายมีวิธีตัดสินใจง่ายๆ คือยาย
ไม่เอาใจใครเลย ยายตามใจอยู่ท่านเดียวคือพระพุทธเจ้า
เพราะท่านแยกได้ชัดเจนแล้วว่าอะไรผิดอะไรถูก อะไรดี
อะไรชั่ว อะไรบุญอะไรบาป อะไรควรอะไรไม่ควร
เพราะฉะนั้นยายท่าตามที่พระพุทธเจ้าท่านว่าเอาไว้ แล้ว
ใครเขาจะด่า จะนิยายทั้งเมือง ยายก็เฉยๆ ยายเอาใจคน
เดียวคือพระพุทธเจ้า"
บารมี ๑๐
ประการนี้เองทำให้คุณยายดำเนิน
ชีวิตได้ถูกต้อง เป็นการฝึกฝนตนให้กล้าแกร่ง เป็นการ
ฝึกฝนใจให้สูงลงจนสามารถนำพาหมู่คณะให้สามารถ
สร้างงานที่สำคัญยิ่ง คือการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่ว
โลกได้
โลกจะอยู่เป็นสุขได้อย่างไร ถ้าไร้ธรรมะของ
พระพุทธองค์
คุณยายอาจารย์มหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง
จึงเป็นต้นแบบของนักสร้างบารมีผู้ควรแก่การเทิดทูนไว้
ตลอดไป