ข้อความต้นฉบับในหน้า
ด้วยภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย เล่าถึงการปฏิบัติธรรมซึ่ง
ผู้เขียนซึ่งสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัว แม้ว่าจะมี
ภาระหน้าที่หลายด้าน ทั้งต้องดูแลธุรกิจการงาน ในขณะ
เดียวกันก็ต้องทำหน้าที่ของคุณแม่ ที่ต้องดูแลลูกๆ ถึง ๕
คน
นับเป็นความโชคดีที่ได้ทำหน้าที่สัมภาษณ์
เจ้าของผลงาน “ไม่มีเวลาไม่มีในโลก” คุณพัชรี พ็ญจวิลาส
ผู้ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดคุณยายอาจารย์มาตั้งแต่เริ่มสร้างวัด
และเป็นไปไม่ได้เลยหากกล่าวถึงคุณพัชรี เบ็ญจวิลาสแล้ว
ไม่เอ่ยถึงกัลยาณมิตรอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชักชวนคุณพัชรี
ให้ได้มาพบและฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณยายอาจารย์
กัลยาณมิตรท่านนั้นคือ คุณสุดา เบญจรงคกุล น้องสาว
ของคุณพัชรีเอง
ปัจจุบันคุณสุดา เบญจรงคกุล เป็นกรรมการ
รองผู้จัดการบริษัท ปอ/ 13761 567126ส่วนคุณพัชรี
เบ็ญจวิลาส มีตําแหน่งผู้จัดการทั่วไปในบริษัทเดียวกัน
คำว่า “คุณเหมียว-คุณพัช” เป็นค่าเรียกขานที่
คุณยายอาจารย์เรียกหลานทั้งสองอย่างติดปากพร้อมกัน
ทุกครั้ง คุณเหมียว หมายถึง คุณสุดา ส่วน คุณพัช หมายถึง
คุณพัชรี
* ขอให้พี่ทั้งสองเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้พบคุณยายอาจารย์
เป็นครั้งแรก
คุณสุดา : พี่ได้มาวัดครั้งแรกก็เพราะคุณอัปสร สิงคาลวณิช
เป็นกัลยาณมิตรชวนพี่มาวัด ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่พี่กำลัง
มีความทุกข์เพราะสามีเพิ่งเสียไป ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว มีแต่
เศร้าโคกตลอดเวลา จนกระทั้งวันหนึ่ง พบพี่อัปสร ซึ่ง
เป็นเพื่อนกับพี่สาวคนโต ก็ชวนมาวัด พี่อัปสรอุตส่าห์เอา
รถมารับที่บ้าน มาวัดครั้งแรกวัดยังไม่ได้ก่อสร้างอะไร
มากนัก จำได้ว่าไปกราบคุณยาย หลวงพ่อ ที่เรือนไม้
ศาลาจาตุมหาราชิกายังไม่ได้สร้างเลย หลังจากได้พบ
คุณยายแล้ว พี่รู้สึกอบอุ่นใจ เล่าทุกเรื่องให้คุณยายฟัง
คุณยายกับหลวงพ่อก็สอนให้นั่งสมาธิ
คุณพัชรี : ปีนั้น พ.ศ.๒๕๒๒ ค่ะ ก็เป็นปีเดียวกับที่พี่เหมียว
มาวัด เขาได้มาก่อน ๒-๓ ครั้งแล้วจึงมาชวนพี่พัช ถาม
ว่าไปวัดด้วยกันไหม พี่ก็คิดว่าดีเหมือนกันได้ไปเป็นเพื่อน
เหมียวเขาด้วย ไปถึงวัดแล้วก็รู้สึกดีมาก เพราะวัดสะอาด
สะอ้านมาก ตอนนั้นรู้สึกว่าไกลไปหน่อย แต่ตอนนี้รู้สึกว่าดี
จะได้เงียบสงบ ไม่จอแจ ไปถึงวัดครั้งแรกก็ได้เข้าไปกราบ
คุณยาย ประทับใจคุณยายมาก ท่านเมตตาเรามาก
พบคุณยายครั้งแรก ไม่ได้คุยอะไรกับท่าน
เป็นการส่วนตัว เพราะช่วงนั้นเหมียวกำลังไม่สบายใจ
รู้สึกว่าคุณยายท่านดีใจที่เราไปวัด หลังจากนั้นก็รู้สึก
คุ้นเคยกับท่านมากขึ้น ท่านให้ความเป็นกันเองมาก จน
รู้สึกเหมือนเราได้มาหาคุณยายของตัวเอง
* หลังจากนั้นก็ไปวัดทุกอาทิตย์หรือคะ
คุณสุดา : แต่ก่อนนี้ไม่ใช่ไปวัดเฉพาะวันอาทิตย์นะ เราไป
วัดกันอาทิตย์ละหลายๆ ครั้งเลย
๕ คน เหมียว
๒
คุณพัชรี: เมื่อก่อนเราไปวัดกันบ่อยๆ พี่มีลูก
มี ๒ คน วันเกิดใคร เราก็จะไปทำบุญกันที่วัด
ครอบครัวก็เกือบสิบคนเข้าไปแล้ว เดี๋ยววันเกิดคนนั้นวัน
เกิดคนนี้ เมื่อถึงวันเกิดใคร ครอบครัวเราก็จะพากันไป
กราบคุณยาย ท่านก็จะชวนนั่งสมาธิ คุมบุญให้แล้วก็
ปล่อยปลาด้วยกัน
เราเดินทางไปต่างประเทศกันบ่อยๆ ก่อน
เดินทางก็จะไปกราบหลวงพ่อ กราบคุณยายทุกครั้ง
กลับจากเดินทางก็ไปกราบอีก เพราะอย่างนี้เลยทำให้ลูกๆ
ได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณยายด้วย
คุณสุดา : เราสองคนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เวลา
ไปไหนก็ไปด้วยกัน แล้วเวลาไปกราบคุณยาย ท่านก็จะ
สอนเด็กๆ ลูกๆ ของเราด้วย คุณยายท่านว่า อย่าดื้อ
กับแม่เค้านะ ถ้าดื้อ ถ้าชน ยายจะให้แม่เค้าเงี่ยน
โยนนะ
คุณพัชรี : ตอนนั้นเด็กๆ ก็อายุไล่ๆ กันคนสุดท้องอายุ
ประมาณ ๗-๘ ขวบเอง ยังเล็กอยู่เลย คุณยายท่าน
เมตตาเด็กๆ เวลามากราบท่าน ท่านก็จะจับมือคนโน้นที
คนนี้ที
เลขา.....: กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕