การสัมภาษณ์คุณพัชรี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 2 หน้า 101
หน้าที่ 101 / 204

สรุปเนื้อหา

ด้วยภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย เล่าถึงการปฏิบัติธรรมซึ่ง ผู้เขียนซึ่งสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัว แม้ว่าจะมี ภาระหน้าที่หลายด้าน ทั้งต้องดูแลธุรกิจการงาน ในขณะ เดียวกันก็ต้องทำหน้าที่ของคุณแม่ ที่ต้องดูแลลูกๆ ถึง ๕ คน นับเป็นความโชคดีที่ได้ทำหน้าที่สัมภาษณ์ เจ้าของผลงาน “ไม่มีเวลาไม่มีในโลก” คุณพัชรี พ็ญจวิลาส ผู้ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดคุณยายอาจารย์มาตั้งแต่เริ่มสร้างวัด และเป็นไปไม่ได้เลยหากกล่าวถึงคุณพัชรี เบ็ญจวิลาสแล้ว ไม่เอ่ยถึงกัลยาณมิตรอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชักชวนคุณพัชรี ให้ได้มาพบและฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณยายอาจารย์ กัลยาณมิตรท่านนั้นคือ คุณสุดา เบญจรงคกุล น้องสาว ของคุณพัชรีเอง ปัจจุบันคุณสุดา เบญจรงคกุล เป็นกรรมการ รองผู้จัดการบริษัท ปอ/ 13761 567126ส่วนคุณพัชรี เบ็ญจวิลาส มีตําแหน่

หัวข้อประเด็น

- การสัมภาษณ์คุณพัชรี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ด้วยภาษาที่อ่านง่าย เข้าใจง่าย เล่าถึงการปฏิบัติธรรมซึ่ง ผู้เขียนซึ่งสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างลงตัว แม้ว่าจะมี ภาระหน้าที่หลายด้าน ทั้งต้องดูแลธุรกิจการงาน ในขณะ เดียวกันก็ต้องทำหน้าที่ของคุณแม่ ที่ต้องดูแลลูกๆ ถึง ๕ คน นับเป็นความโชคดีที่ได้ทำหน้าที่สัมภาษณ์ เจ้าของผลงาน “ไม่มีเวลาไม่มีในโลก” คุณพัชรี พ็ญจวิลาส ผู้ที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดคุณยายอาจารย์มาตั้งแต่เริ่มสร้างวัด และเป็นไปไม่ได้เลยหากกล่าวถึงคุณพัชรี เบ็ญจวิลาสแล้ว ไม่เอ่ยถึงกัลยาณมิตรอีกท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ชักชวนคุณพัชรี ให้ได้มาพบและฝากตัวเป็นศิษย์ของคุณยายอาจารย์ กัลยาณมิตรท่านนั้นคือ คุณสุดา เบญจรงคกุล น้องสาว ของคุณพัชรีเอง ปัจจุบันคุณสุดา เบญจรงคกุล เป็นกรรมการ รองผู้จัดการบริษัท ปอ/ 13761 567126ส่วนคุณพัชรี เบ็ญจวิลาส มีตําแหน่งผู้จัดการทั่วไปในบริษัทเดียวกัน คำว่า “คุณเหมียว-คุณพัช” เป็นค่าเรียกขานที่ คุณยายอาจารย์เรียกหลานทั้งสองอย่างติดปากพร้อมกัน ทุกครั้ง คุณเหมียว หมายถึง คุณสุดา ส่วน คุณพัช หมายถึง คุณพัชรี * ขอให้พี่ทั้งสองเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้พบคุณยายอาจารย์ เป็นครั้งแรก คุณสุดา : พี่ได้มาวัดครั้งแรกก็เพราะคุณอัปสร สิงคาลวณิช เป็นกัลยาณมิตรชวนพี่มาวัด ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่พี่กำลัง มีความทุกข์เพราะสามีเพิ่งเสียไป ไม่มีที่ยึดเหนี่ยว มีแต่ เศร้าโคกตลอดเวลา จนกระทั้งวันหนึ่ง พบพี่อัปสร ซึ่ง เป็นเพื่อนกับพี่สาวคนโต ก็ชวนมาวัด พี่อัปสรอุตส่าห์เอา รถมารับที่บ้าน มาวัดครั้งแรกวัดยังไม่ได้ก่อสร้างอะไร มากนัก จำได้ว่าไปกราบคุณยาย หลวงพ่อ ที่เรือนไม้ ศาลาจาตุมหาราชิกายังไม่ได้สร้างเลย หลังจากได้พบ คุณยายแล้ว พี่รู้สึกอบอุ่นใจ เล่าทุกเรื่องให้คุณยายฟัง คุณยายกับหลวงพ่อก็สอนให้นั่งสมาธิ คุณพัชรี : ปีนั้น พ.ศ.๒๕๒๒ ค่ะ ก็เป็นปีเดียวกับที่พี่เหมียว มาวัด เขาได้มาก่อน ๒-๓ ครั้งแล้วจึงมาชวนพี่พัช ถาม ว่าไปวัดด้วยกันไหม พี่ก็คิดว่าดีเหมือนกันได้ไปเป็นเพื่อน เหมียวเขาด้วย ไปถึงวัดแล้วก็รู้สึกดีมาก เพราะวัดสะอาด สะอ้านมาก ตอนนั้นรู้สึกว่าไกลไปหน่อย แต่ตอนนี้รู้สึกว่าดี จะได้เงียบสงบ ไม่จอแจ ไปถึงวัดครั้งแรกก็ได้เข้าไปกราบ คุณยาย ประทับใจคุณยายมาก ท่านเมตตาเรามาก พบคุณยายครั้งแรก ไม่ได้คุยอะไรกับท่าน เป็นการส่วนตัว เพราะช่วงนั้นเหมียวกำลังไม่สบายใจ รู้สึกว่าคุณยายท่านดีใจที่เราไปวัด หลังจากนั้นก็รู้สึก คุ้นเคยกับท่านมากขึ้น ท่านให้ความเป็นกันเองมาก จน รู้สึกเหมือนเราได้มาหาคุณยายของตัวเอง * หลังจากนั้นก็ไปวัดทุกอาทิตย์หรือคะ คุณสุดา : แต่ก่อนนี้ไม่ใช่ไปวัดเฉพาะวันอาทิตย์นะ เราไป วัดกันอาทิตย์ละหลายๆ ครั้งเลย ๕ คน เหมียว ๒ คุณพัชรี: เมื่อก่อนเราไปวัดกันบ่อยๆ พี่มีลูก มี ๒ คน วันเกิดใคร เราก็จะไปทำบุญกันที่วัด ครอบครัวก็เกือบสิบคนเข้าไปแล้ว เดี๋ยววันเกิดคนนั้นวัน เกิดคนนี้ เมื่อถึงวันเกิดใคร ครอบครัวเราก็จะพากันไป กราบคุณยาย ท่านก็จะชวนนั่งสมาธิ คุมบุญให้แล้วก็ ปล่อยปลาด้วยกัน เราเดินทางไปต่างประเทศกันบ่อยๆ ก่อน เดินทางก็จะไปกราบหลวงพ่อ กราบคุณยายทุกครั้ง กลับจากเดินทางก็ไปกราบอีก เพราะอย่างนี้เลยทำให้ลูกๆ ได้มีโอกาสใกล้ชิดคุณยายด้วย คุณสุดา : เราสองคนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน เวลา ไปไหนก็ไปด้วยกัน แล้วเวลาไปกราบคุณยาย ท่านก็จะ สอนเด็กๆ ลูกๆ ของเราด้วย คุณยายท่านว่า อย่าดื้อ กับแม่เค้านะ ถ้าดื้อ ถ้าชน ยายจะให้แม่เค้าเงี่ยน โยนนะ คุณพัชรี : ตอนนั้นเด็กๆ ก็อายุไล่ๆ กันคนสุดท้องอายุ ประมาณ ๗-๘ ขวบเอง ยังเล็กอยู่เลย คุณยายท่าน เมตตาเด็กๆ เวลามากราบท่าน ท่านก็จะจับมือคนโน้นที คนนี้ที เลขา.....: กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More