ข้อความต้นฉบับในหน้า
โจรก่อการร้าย และปัญหากลุ่มก่อการร้ายระหว่าง
ประเทศไม่มีแนวโน้มที่น่าเป็นห่วงมากนัก
ปัญหายาเสพติดรุนแรงสุด
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่กระทบต่อ
ศีลธรรม และความสงบเรียบร้อยในสังคมต่อไปในปี
พ.ศ.๒๕๔๕ เพราะถึงแม้มาตรการเข้มงวดของรัฐบาล ใน
ปีที่ผ่านมาทำให้ปริมาณยาเสพติดที่หลั่งไหลเข้าไทยลดลง
แต่ปริมาณความต้องการยังคงอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะ
ในกลุ่มเยาวชนที่ไม่ตระหนักถึงผลกระทบจากยาเสพติด
ดังกล่าว
ยาเสพติดที่เป็นปัญหาสำคัญต่อไป ในปี พ.ศ.
๒๕๕๕ คือ “ยาบ้า" ซึ่งในปี พ.ศ.๒๕๔๔ หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องสามารถจับยึดได้กว่า 40 ล้านเม็ด ขณะที่ “ยาอี”
(5051357) มีแนวโน้มเป็นปัญหามากขึ้น เนื่องจากเป็นที่
ต้องการของผู้เสพ และในช่วง ๒ - ๓ เดือนที่ผ่านมา มี
การตรวจพบแหล่งผลิตในไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้ยาอี
มีราคาลดลง และแพร่หลายมากขึ้น ส่วนปืนและเฮโรอีน
อยู่ในสภาพทรงตัว
และด้วยเทคโนโลยีที่มีก้าวหน้าอยู่ในปัจจุบัน คน
กลุ่มหนึ่งได้ใช้ไปในการ “แปรรูปยาเสพติด” เพื่อให้ทาง
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองตรวจจับได้ยากขึ้น อาทิ ช่วงต้นเดือน
มกราคม มีข่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่เรือนจำแห่งหนึ่งตรวจ
พบว่า มีการนำยาบ้ามาทำเป็น “พระผง” ตบตาผู้คุมเพื่อ
ลงไปให้นักโทษที่อยู่ในเรือนจำ โชคดีที่มีการตรวจพบขึ้น
แต่ไม่แน่ว่า มีการกระทำเช่นนี้มานานมากน้อยเพียงใด
หรืออีกกรณีหนึ่งพบว่า ขณะนี้ปัญหาร้ายแรง
ตามจังหวัดชายแดนภาคใต้มิใช่เรื่องโจรก่อการร้ายหรือ
ขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่ต้องสังเวยชีวิตตำรวจ ทหาร
ครู และประชาชนไปเป็นจำนวนมาก เพราะข้อเท็จจริง
ระบุว่า ปัญหายาเสพติดที่แพร่ระบาดในจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ยิ่งใหญ่กว่าปัญหาโจรก่อการร้ายมากมายนัก
เพราะนอกจากเฮโรอีน ยาบ้า ยาเค และยาอี ที่
ถูกส่งมาจากต่างประเทศแล้ว ปัจจุบันได้มียาเสพติดรูป
แบบใหม่ที่มาในรูปของ “ยาแก้ไอ” ที่มียาเสพติดเป็น
ส่วนผสม ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้เกิดการเสพติด สารออกฤทธิ์ที่
เป็นส่วนประกอบสำคัญ ได้แก่ โคเดอิน (006105) และ
1.ป! ณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ ๒๕๕๕
ปีนยา(โ!ก01 โธ 021บ๓) เป็นต้น สำหรับชนิดของยาแก้
ไอที่กลุ่มวัยรุ่นนิยมนำาไปใช้ดื่มเพื่อความสนุกสนาน เป็น
ปัญหาการแพร่ระบาดในปัจจุบัน คือ ยาแก้ไอที่มี โคเดอีน
เป็นส่วนผสม เวลาใช้ผสมกับเครื่องดื่มน้ำอัดลม หลังยา
ออกฤทธิ์ผู้เสพจะมีอาการเซื่องซึม เคลิบเคลิ้มไปกับ
อารมณ์ฝัน และมีฤทธิ์ทำลายไม่แพ้ยาเสพติดประเภทอื่น
เลยทีเดียว
“ธรรมะและความเข้าใจ”
ผลิตภัณฑ์ส่งเสริมคุณธรรมเยาวชน
เมื่อพบว่าเด็กติดยา ส่วนใหญ่พ่อแม่มักจะ
ฟูมฟายดื่นตระหนกและเลียขวัญไปพอๆ กับเด็ก เมื่อไป
โรงเรียนก็มักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเด็กเกเรเด็กมีปัญหา เด็ก
กลุ่มนี้จะกลายเป็น “เด็กไม่รักดี" ในสายตาเพื่อนและครู
แม้บางครั้งถึงขั้นบังคับ
ขู่เข็ญ และคาดโทษ แต่ “เด็กติด
ยา" ก็ไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรม
เมื่อสังเกตพฤติกรรมและสาเหตุการใช้ยาเสพ
ติดแล้ว พบว่ามีอยู่ ๒ สาเหตุใหญ่ คือ ๑. เพื่อความ
เพลิดเพลิน เข้ากลุ่มเพื่อนได้ และอยากลอง ๒. เพื่อ
“แก้เหงา"ใช้ยาทดแทนความอบอุ่นจากครอบครัวที่ตนขาด
และอันที่จริงแล้ว วิธีแก้ไขง่ายๆ คือ ๑. สร้างกำลังใจ ๒.
ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
ในเรื่องนี้เอง ทางภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือกัน
แก้ไขกันอยู่ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข ที่ส่งเสริมให้
ครอบครัวและเยาวชน มีส่วนร่วมในการออกกำลังกาย
เพื่อสุขภาพ และป้องกันปัญหายาเสพติดได้จัด “โครงการ
รณรงค์สุขบัญญัติแห่งชาติ" ขึ้นทั่วประเทศ มีกิจกรรมที่
น่าสนใจ เช่น การแข่งขันกีฬา การจัดนิทรรศการ การ
ตรวจสุขภาพ ตลาดนัดสินค้า เป็นต้น
ในทางพระพุทธศาสนานั้น เป็นสถาบันที่เป็น
ที่พึ่งทางจิตใจที่สูงสุดและสำคัญที่สุดของชาติ ควรมี
บทบาทในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างมาก แต่มิใช่ด้วยวิธีการเดิมๆ
อาทิ โรงเรียนสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ หรือบรรจุ
หลักสูตรพุทธศาสนาในสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์ หรือ
นิมนต์พระไปเทศน์ให้เด็กที่ไม่ตั้งใจฟัง เพราะบรรยากาศ
ไม่เอื้อหรือหัวข้อไม่น่าฟัง นี้ก็ไม่ชื่อว่าเป็นการแก้ปัญหาได้