ข้อความต้นฉบับในหน้า
ทากแม่ๆ ในหมู่บ้านเคาซาโก
หว่านเมล็ดพืชลงในนาแล้ง
ด้วยความหวังว่า
ฝนจะตกลงมาสักวันหนึ่ง
เด็กๆ ทาจิก
แม้จะต้องกินแต่ขนมปังกับน้ำขา
เทราะฝนไม่ตกมา เข ปีแล้ว
แต่ก็ยังมีความสุขตามประสาเด็กๆ
(ภาทจาก 8ลกฎ^0^ 8031,
เกนเ3ฝ8/, 0000กก 25, 2001)
๑๓๔ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. (๒๕๕๕
สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๕ อันเป็นวันเปิดพิพิธภัณฑ์ฉลองครบรอบทาจิกิสถานเป็น
ประเทศใหม่แยกจากรัสเซียครบ 90ปี พระพุทธรูปโขลตัน จะเป็นจุดเด่นของ
งาน ข่าวนี้ ทำให้ผมตื่นเต้นมาก
ดร.ชาอิดมูรัดยังบอกอีกด้วยว่า การเอาพระพุทธรูปขนาดใหญ่ที่
รัสเซียหั่นเป็นท่อนๆร้อยกว่าท่อนมาประกอบกันเหมือนต่อภาพจิกซอว์ขนาดใหญ่
เป็นงานที่หนักมากและต้องแข่งกับเวลาราวภูตพรายไม่หยุดมือตลอด ๒๔ ชั่วโมง
รวมเวลา
โดยจ้างนักโบราณคดีจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก รัสเซียมาช่วยประกอบ ๓ เดือน
๖ เดือนจึงเสร็จสมบูรณ์ ข่าวตาลีบันทำลายพระพุทธรูป
อัฟกานิสถานที่หน้าผาบามิยันเมื่อต้นปี ๒๕๔๔ ทำให้เขานอนไม่หลับทั้งคืน
ด้วยความเป็นห่วง "พระพุทธรูปของเรา” แต่ข่าวนี้ เป็นแรงกระตุ้นให้พวกเขา
ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อรักษาวัฒนธรรมและศาสนาเก่าแก่ของบรรพบุรุษ
ของชาวทาจิกทุกคน ถือเป็นหน้าที่สำคัญในชีวิตทีเดียว เขาจะไม่ยอมให้ใครมา
ปิดบังความรู้ก่อนหน้าที่ชาวทาจิกจะกลายเป็นมุสลิมเป็นอันขาดเพราะชาวทา
จิกเป็นชนชาติที่เก่าแก่ที่สุดในเอเชียกลาง ผลก็คือ คณะทำงานได้เห็นพระ
พักตร์งามสงบนิ่งทำให้มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ฟังแล้ว ผมอยากมาทา
กิสถานอีกครั้งหนึ่งวันที่ ๒๒ สิงหาคมปีนี้อีกครั้งครับ
ประโยคสุดท้ายของดร.ซาอิดมูรัดที่ผมจำได้ไม่ลืม คือ “การเอา
พระพุทธรูปบรรทมก่อนปรินิพพานมาประกอบใหม่ให้สมบูรณ์ เป็นสุดยอด
ความฝันในชีวิตของผมทีเดียว”
มื้อเที่ยงเราแวะร้านอาหารชื่อวัสโตอิชนีหลังโรงแรมทาจิกิสถาน รา
ชิดบอกให้ผมลองมันตี้ เป็นบะหมี่เส้นใหญ่ใส่เนื้อ ซาโมซ่า และชิบูเรคกิซึ่งเป็น
ขนมเค้กทาจิกิสถานอบจนเป็นสีเข้ม ส่วนเขาสั่งซอร์ปุระ เป็นซุปใส่เนื้อและผัก
ลัคมัน คล้ายชอร์ปุระแต่ใส่บะหมี่ลงไปด้วย ผลไม้ของทาจิกิสถานที่มีชื่อเสียง
ทั่วรัสเซีย คือ องุ่นกับแตงโม ในตลาดมีผลไม้ เช่น ทับทีมสีแดงสดอมส้ม เอ
ปริคอต ลูกพลัมเหมือนลูกไหน มะเดื่อและเพอร์ซัมมอนหรือลูกพลับ ถ้าพี่ได้
มาคงซื้อกลับไปหลายกิโลแน่ๆ แล้วก็ยังมีเครื่องเย็บปักถักร้อยพื้นเมืองขาย
ผมซื้อพรมทอด้วยมือฝากพี่ด้วย
ตอนบ่ายโชคดี เราได้พบนายเฟวเดอริค รูสเซล ชาวฝรั่งเศสจากองค์กร
พัฒนาทาจิกิสถานด้านต่างๆ เช่น ทำถนน แจกข้าวสาลี และจ้างนักโบราณคดี
จากรัสเซียมาบูรณะพระพุทธรูปในดูชันเบ ๓ เดือน เขารู้สึกว่าตาลีบันจะทนลู
พระพุทธรูปที่หน้าผาบามิยันได้ไม่นานเดี๋ยวจะต้องทำลายแล้วก็เป็นความจริง
พอรูสเซลได้เห็นพระพุทธรูปของทาจิกิสถานพระพักตร์สงบนิ่งอยู่ในกล่อง เขา
ก็ตั้งใจว่าจะต้องประกอบให้เป็นพระพุทธรูปที่สมบูรณ์ให้จงได้
เมื่อรัสเซียพบพระพุทธรูปองค์นี้บนเส้นทางสายไหมในทาจิกิสถาน
แล้วไม่ยอมเอามาแสดงให้คนชม กลับเอาไปซุกไว้ใต้ถุนพิพิธภัณฑ์แล้วเอา
ข้าวของของชนชั้นกรรมาชีพมาแสดงแทนเช่น รถแทรกเตอร์คันแรกของทา