การเลี้ยงลูกให้เรียนดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 2 หน้า 61
หน้าที่ 61 / 204

สรุปเนื้อหา

14นังสือพิมพ์สเตรทไทม์ได้ทำการสำรวจเด็ก สิงคโปร์ที่มีอายุระหว่าง ๑๐-๒๐ ปีจำนวน ๓,๗๔๒ คน พบว่า เด็ก จำนวน ๑ ใน ๓ บอกว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก ความกดดันในการนั่งทำข้อสอบ และกังวลว่าจะได้คะแนนไม่ดีเพียงพออย่างที่ผู้ปกครอง ต้องการ ดังกรณีตัวอย่าง ที่เด็ก 5 ขวบรายหนึ่ง ที่ พยายามจะกระโดดลงมาจากอาคารเรียนชั้น ๓ เนื่องจาก อาการเครียดที่เรียนได้ไม่ดี.. จากการที่พ่อแม่หลายคน อยากให้ลูกเรียนดี เพราะเป็นห่วงอนาคตของลูก แต่ทราบหรือไม่ว่าการ กระทำเช่นนั้น บ่อยครั้งที่ทำให้พ่อแม่กดดันลูกโดยไม่รู้ตัว แต่ครอบครัวเจียมประภา มีทางเลือกที่ทำให้พวกเขา สามารถเลี้ยงลูก ให้เรียนดี เรียนเก่ง โดยไม่สร้างภาวะ กดดันใดๆ ให้กับลูก และลูกๆ สามารถเรียนดีได้อย่างมี ความสุขอีกด้วย ..น้องจา (ธีรกานต์) ป

หัวข้อประเด็น

- การเลี้ยงลูกให้เรียนดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

14นังสือพิมพ์สเตรทไทม์ได้ทำการสำรวจเด็ก สิงคโปร์ที่มีอายุระหว่าง ๑๐-๒๐ ปีจำนวน ๓,๗๔๒ คน พบว่า เด็ก จำนวน ๑ ใน ๓ บอกว่า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป สาเหตุส่วนใหญ่มาจาก ความกดดันในการนั่งทำข้อสอบ และกังวลว่าจะได้คะแนนไม่ดีเพียงพออย่างที่ผู้ปกครอง ต้องการ ดังกรณีตัวอย่าง ที่เด็ก 5 ขวบรายหนึ่ง ที่ พยายามจะกระโดดลงมาจากอาคารเรียนชั้น ๓ เนื่องจาก อาการเครียดที่เรียนได้ไม่ดี.. จากการที่พ่อแม่หลายคน อยากให้ลูกเรียนดี เพราะเป็นห่วงอนาคตของลูก แต่ทราบหรือไม่ว่าการ กระทำเช่นนั้น บ่อยครั้งที่ทำให้พ่อแม่กดดันลูกโดยไม่รู้ตัว แต่ครอบครัวเจียมประภา มีทางเลือกที่ทำให้พวกเขา สามารถเลี้ยงลูก ให้เรียนดี เรียนเก่ง โดยไม่สร้างภาวะ กดดันใดๆ ให้กับลูก และลูกๆ สามารถเรียนดีได้อย่างมี ความสุขอีกด้วย ..น้องจา (ธีรกานต์) ปัจจุบันเรียนที่ โรงเรียน มาแตร์เดอีวิทยาลัย สอบได้ทุน AFS และกำลังจะไป เรียนที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วน น้องนัท (มณฑณ) ปัจจุบันเรียนอยู่ โรงเรียน เทพสิรินทร์ สอบได้เกรด ๔.๐๐ มีความตั้งใจเรียนและ ความประพฤติดี จนคุณแม่ของเด็กๆ ได้รับรางวัล ยกให้ เป็นคุณแม่ตัวอย่าง ไม่ธรรมดานัก กับการไม่ดี ไม่ดุด่า หรือนำมา เปรียบเทียบกันในหมู่พี่น้อง แต่กลับทำให้ลูกมีผลการ เรียนอยู่ในระดับแนวหน้า และที่สำคัญยังมีอุปนิสัยที่ดี มี ศีลธรรม จนเพื่อนๆ ในห้องยอมรับ และเลือกเขาให้ เป็นรองหัวหน้าห้องอีกด้วย และด้วยเหตุผลนี้เอง ทางทีมงาน จึงขอสัมภาษณ์ คุณพ่อธนากร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัทซีแฟคจำกัด และ คุณแม่ศรัณย์ธร ซึ่งทำงานอยู่ฝ่าย การเงิน บริษัทเดียวกัน เพื่อสอบถามถึงวิธีการเลี้ยงลูก ของทั้งสองท่าน ซึ่งน่าที่จะเป็นประโยชน์ต่อคุณพ่อ คุณ แม่หลายๆ ท่านที่ได้มีโอกาสอ่านคอลัมน์นี้ ริโ ทราบมาว่าลูกทั้ง ๒ คนเรียนเก่งมาก...ตั้งแต่ลูกเล็กๆ ได้ตั้งกฎเกณฑ์อะไรไว้กับเขารึเปล่า ? คุณพ่อ : ไม่นะครับ ..คือ ลูกจะเรียนอะไรก็ได้ ที่ลูกเรียน โรงเรียนเทพศิรินทร์ เซียรติบัตรบับนี้ให้ไว้เพื่อว่า ขนมาแทนครับศรีรัตนตรัย แต่สนับขายให้ท่าน เจริญด้วยนายวรรณะ สุขะ พละ 14 แล้วมีความสุข ถ้าเขามีความสุขกับสิ่งที่เรียน หรือสิ่งที่ทำ เขาก็จะทำในสิ่งนั้นได้ดี แต่สิ่งหนึ่งที่ผมหวังไว้กับลูกทั้ง คนมากๆ ก็คืออยากให้เขาเป็นคนดี มีอาชีพที่ดี เป็นที่พึ่ง ให้กับตัวเองและคนอื่นได้ ... ๒ โ แสดงว่า.. คุณพ่อ-คุณแม่ ไม่ได้บังคับลูกเรื่องการเรียน แต่หาวิธีที่ท่านให้ลูกมีความสุขในการเรียนอย่างนั้นหรือคะ? คุณแม่ : ค่ะ อย่างน้องนัทนี่ ขยันเรียนมาก ขอคุณแม่ เรียนพิเศษที่โน่นที่นี่ เหมือนกับได้เรียนแล้วมีความสุข หรืออย่างลูกสาวคนโต น้องจา ตอนปิดเทอมก็จะบ่นว่าเบื่อๆ อยากให้เปิดเทอมเร็วๆ อยากไปเรียน อยากเจอเพื่อนๆ..คือ เราเลี้ยงลูกนี่จะใช้วิธีถามความเห็นกัน มาปรึกษากัน ตลอดในพ่อแม่ลูก ว่า...ลูกจะเรียนอะไร จะทำอย่างไร อย่างตอนที่น้องจาสอบติดที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาจริงๆ โดยส่วนตัวเราอยากให้เขาเรียนที่โรงเรียนเตรียมฯ นะ แต่พอมาคุยกันแล้ว น้องจาอยากเรียนที่โรงเรียนมาแตร์ เดอมากกว่า เราก็ตามใจเขา หรืออย่างน้องนัทตอนเลือก สอบเข้า ระหว่างโรงเรียนสวนกุหลาบกับเทพศิรินทร์ เราก็ให้เขาตัดสินใจเลือกเอง จนในที่สุดก็เลือกโรงเรียน เทพสิรินทร์แล้วก็สอบติดที่นี่ ริมิโ “ใช้วิธีตามใจ” ถ้าอย่างบางครอบครัวลูกเกิดไม่อยาก เรียน หรือเลือกเรียนอะไรที่ไม่เข้าท่า แล้วจะมีวิธีการ แนะนำเขาอย่างไรคะ ? คุณแม่ : (หัวเราะ) คือ...ตามใจในที่นี้ เราต้องทำให้ลูกมี หลักก่อน ตรงนี้สำคัญมาก เพราะลูกจะสามารถตัดสินใจ ได้เอง และเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องด้วย โดยมีเราเป็นที่ กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๕5
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More