ข้อความต้นฉบับในหน้า
เก่งมีวิชชาดี เห็นเขาเล่าให้ฟัง ผมก็อยากมาขอความ
กรุณาหลวงพ่อ เรื่องก็มีอยู่ว่าบิดาของผมเสียชีวิตมานาน
เป็น ๒๐ ปีแล้ว จะไปเหนือไปใต้ผมก็ไม่รู้ แล้วก็ไม่เคยมา
เข้าฝันหรือมาให้เห็นเลย อยากจะให้หลวงพ่อดูให้สักหน่อย
ว่าไปอยู่ที่ไหนจะไปลำบากลำบนหรือเปล่า ถ้าแกไป
ลำบากผมก็จะมาขอบารมีหลวงพ่อให้ช่วย หลวงพ่อท่าน
ก็เลยเรียกแม่ชีในโรงงานทำวิชชามา แล้วก็สั่งว่า เอาไปดู
ให้เขาที ขึ้นไปข้างบนก่อนนะ เพราะตายไปหลายปีแล้ว
แม่ชีก็หลับตาไปพักใหญ่ แล้วก็บอกว่าไม่เห็นมีเลยหลวงพ่อ
ท่านก็บอกเจ้างั้นลงไปดูข้างล่างซิมีไหม แม่ชีก็หลับตาไป
อีกสักพัก แล้วก็บอกหลวงพ่อว่าไม่มี หลวงพ่อก็บอกว่า
ไม่มีได้ยังไง ช้างบนก็ไม่มี ข้างล่างก็ไม่มี มันต้องมีสิ ลง
ไปดูให้ลึกกว่านี้อีก จี้ให้มันลึกลงไปอีก ลูซิมันจะอยู่ยังไง
แม่ซีก็หดับตาไปอีกพักใหญ่แล้วก็บอกว่าเจอแล้ว หลวงพ่อ
ท่านก็ถามว่าไปอยู่ลึกมากไหม แม่ชีก็ตอบว่าอยู่ลึกมาก
ค่ะหลวงพ่อ แล้วถามเขารึเปล่าว่าท่าอะไรจึงได้ลงไปอยู่ลึก
ขนาดนั้น เขาบอกว่าฆ่าวัว ฆ่าควาย เชือดวัว เชือดควาย
ขายเป็นประจำ วันละ ๓-๕ ตัว แล้วถามเขาหรือเปล่าว่า
ชื่ออะไร แม่ชีก็ตอบว่าถามค่ะ เขาบอกว่าชื่อโต๊ะลู พอ
บอกชื่อเท่านั้น หลวงจบฯ ก็ร้องไห้ คลานเช้าไปกราบ
หลวงพ่อหลังตีนเลย ตั้งแต่นั้นมาหลวงจบฯ นับถือหลวงพ่อ
วัดปากน้ำเรื่อยมา เลิกนับถือแขก แล้วก็หันมานับถือ
พุทธศาสนาแทน หลวงจบฯ 1 มีน้องชายอยู่คนหนึ่งชื่ออาหมัด
มีอาชีพเชือดวัวขายเหมือนกัน หลวงจบฯ ก็เรียกอาหมัด
มาคุยว่า ให้เลิกซะ บอกว่ามันบาปหนัก ยื่นคำขาดว่าถ้า
กูบอกมึง แล้วไม่เชื่อ ถึงกับกูก็เลิกกัน ไม่ต้องมาเรียกพี่
เรียกน้องกันอีก อาหมัดก็เลิกขายวัวจริงๆ ตามค่า
ของหลวงจบฯ เพราะกลัวบาป
ไอ้เสือจุน
อีกเรื่องหนึ่งคือ มีครั้งหนึ่ง ไอ้เสือชื่อเสือจุน อยู่
ปากน้ำโพ ไอ้เสือนี่พอใช้ได้คือใส่ทองคำ ๙ บาท ๑๐ บาท
เวลาเมามา ไม่เดินเข้าบ้านชอบนอนอยู่กลางทาง ไม่มี
ใครกล้าไปยุ่งเลย ไอ้เสือนี่ก็มาบวชกับหลวงพ่อวัดปากน้ำ
พวกจากจังหวัดสิงห์บุรีมาเล่าประวัติไอ้เสือจุนให้หลวงพ่อฟัง
หลวงพ่อก็ให้ไปเรียกไอ้เสือจนมาหา ตอนนั้นลุงยังหนุ่ม
อายุราว ๒๐ กว่าๆ เมื่อจุนมาบวชกับหลวงพ่อ เช้าๆ ก็
เที่ยวเดินกวาดอะไรที่มักรกตามถนนหนทาง ตามโบสถ์
พระเณรเห็นก็หัวร่อ หลวงตาจุน แล้วก็บอกว่าหลวงตาจุน
กวาดขี้หมา หลวงตาจุนก็มาบ่นที่บ้านปูนะ (ปูของลุงหลอม)
อยู่ภายในวัด บอกว่า “โยม ฉันถ้าจะทนไม่ไหว เกิดมาไม่
เคยมีใครมาหัวเราะเยาะฉัน หาว่าฉันกวาดขี้หมา ฉันชัก
จะทนไม่ไหวแล้วนะ” ปูก็ให้กำลังใจไปว่า เรามาบวชแล้ว
ไหนๆ ก็ละความชั่วแล้ว จะสึกออกไปหากรรมทำไมล่ะ
เขาว่าอย่างงั้นก็เข้าตัวเขา เราตั้งหน้าตั้งตาทำความดีก็
แล้วกัน พอต่อมาวันหนึ่งหลวงตาจุน กำลังกวาดโบสถ์อยู่
หลวงพ่อวัดปากน้ำเดินมาหา แล้วก็ขี้หน้าว่า “มันต้องอย่าง
นี้ ถึงจะใช้ได้ กวาดเอาบุญเอากุศล ไปข้างหน้า บ้านเราก็
สะอาด ใจคอเราก็สะอาดด้วย แล้วมีใครได้กวาดอย่างนี้
อย่างเราบ้างล่ะ ใครว่าอะไรเราไม่ต้องกลัว เราทำความดี
ของเราแล้ว อย่าไปคิดอะไรทั้งหมด” หลวงตาจุนได้ยิน ดีใจ
หลวงพ่อชมเชย จึงบวชอยู่ตลอดไม่คิดสึกอีกต่อไป
เมื่อหลวงพ่ออาพาธ
ลุงหลอมเล่าว่าขณะที่ไปพยาบาลหลวงพ่อวัด
ปากน้ำ ในช่วงที่ท่านอาพาธ มีสิ่งอัศจรรย์เกิดขึ้นคือ
ตอนนั้นท่านเริ่มป่วยมาก ก็จะมีหลานๆ มาช่วยกันดูแล
ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน เป็นเวรคอยมาดูแลท่าน ก็มีไอ้จอง
อาผง อาแบน อาแกละ อาเทพ พี่เริง และลุงหลอม รวม
๗ คนเห็นจะได้ พวกเราอุปัฏฐาก จะกินอาหารที่เหลือ
จากหลวงพ่อทุกวัน แต่แปลกคือกินคนละคำสองคำ ๖-๗ คน
ก็อิ่มได้ ไม่หิวอีก ตอนแรกคิดว่าถ้าไม่อิ่มจะไปหาซื้อกิน
ข้างนอก แต่ปรากฏว่าอิ่ม ก็เลยไม่ได้ไปซื้อช้างนอกกิน
บางครั้งนายประยูร แม่ชีท้วมก็ยังมาร่วมกินด้วย กินข้าว
ที่เหลือของหลวงพ่อเป็นแรมปี ก็ไม่หิว น้ำหนักก็ไม่ลดด้วย
มาคุยกัน ถามคนนั้น ถามคนนี้ ทุกคนก็ยืนยันว่าอิ่ม นี่
เป็นเรื่องอัศจรรย์ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ เพราะมันเป็นเรื่องจริง
หลวงพ่อท่านจะฉันน้ำข้าวเป็นประจำทุกวัน ท่าน
บอกว่าข้าวมีสรรพคุณมหาศาลดีกว่ากาแฟ แต่พอหลัง
เพลไปแล้ว ปานะอะไรท่านก็ไม่ฉัน หลวงพ่อท่านเป็นคน