ข้อความต้นฉบับในหน้า
บอดสนิท ภรรยาและลูกๆ ต่างช่วยกันปรนนิบัติดูแลป้อน
ข้าวป้อนน้ำให้เป็นอย่างดี เพราะในยามที่แข็งแรงนั้นพ่อ
ใหญ่สุขเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อครอบครัวเป็น
เสาหลักของบ้าน ขยันขันแข็ง มีชีวิตอยู่กับท้องไร่ท้องนา
ดังนั้นในยามเจ็บไข้ทุกคนจึงช่วยกันดูแล รักษาทุกทาง
ใครแนะนำมาว่ามียาดีหมอดีก็พาไป ด้วยความอยากให้ผู้
เป็นพ่อหายป่วยมีดวงตาสุกใสสว่างกลับมองเห็นโลกอีกครั้ง
แต่ดูเหมือนว่าแรงปรารถนาดีของทุกคนในบ้าน
ในขณะที่ข้าเสานาอยู่ในตอนเย็น ขาดักปลาได้
ปลาช่อนมาสองตัว ปั่นอ้วนท้องขาว ขาตั้งใจว่ารุ่งเช้าจะ
นำกลับมาบ้านให้แม่เจ้าแก้วต้มส้มซะหน่อย เพราะอยาก
กินมานานแล้ว ข้าจึงนำไปขังไว้ในไปดักแช่น้ำไว้ก่อน
แล้วก็เข้านอนคิดว่าวแพรุ่งนี้ขอกินให้อร่อยหายอยาก
เช้าขึ้นมาก็เตรียมตัวออกเดินทางกลับบ้านแต่
พอไปถึงที่ขังปลาเลืเดมันขึ้นหน้าทันทีเพราะไอ้ซ่อนสอง
ตัวบัดนี้เหลือแต่ก้าง ไซที่ขังปลาถูกดะกรุยจนเป็นช่องโหว่
โกรธทั้งแค้น เจ็บใจจริงๆ วันนั้นทั้งวันคิดแต่จะแก้แค้น
แมวตัวนั้น พอตกเย็นแค้นที่ต้องรอชำระก็มาถึงเพราะข้า
โชคดีดักปลาได้มาอี ข้าก็ทำแบบเดิมคือนำปลาไปขังไว้
ที่จุดเดิม แต่คืนนี้ว่าได้ทำบ่วงเอาไว้ใกล้ๆ ปลา ข้าจะ
จะไม่สัมฤทธิผล เพราะในเวลาต่อมาดวงตาที่มืดบอดนั้น ข้ารู้ว่า ต้องมีเจ้าแมงมาขโมยกินปลาของข้าแน่ๆ ขาทั้ง
เริ่มมีน้ำหนองไหลเยิ้มออกมา พ่อใหญ่สุขนอนร้อง
ครวญครางด้วยความเจ็บปาดนานนับปี อาการกลับ
รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่ง... สองวันที่ผ่านมาอาการ
ของพ่อใหญ่สุขมีแด่ทรงกับทรุด!! แต่สิ่งที่ภรรยาและลูกๆ
กลัวจนขนหัวลุก ก็คือ ในเวลากลางคืนพ่อใหญ่สุขมักจะมี
อาการทุรนทุรายร้องดิ้นพรวดพราดพยายามที่จะลุกเดิน
ออกไปตรงบันไดบ้านที่สูงชัน ปากก็พร่ำบอกว่า แมว...
มีเสียงแมวมาเรียก ข้าจะต้องไปแล้ว ทั้งๆ ที่ทุกคนในบ้าน
ไม่มีใครได้ยินเสียงแมวร้องหรือเห็นแมวเลยสักตัวเดียว!
ในคืนนี้ก็เช่นกันขณะที่หมู่ญาติและเพื่อนบ้านขึ้น
ไปเยี่ยม พ่อใหญ่สุขกำลังมีอาการทุรนทุรายใช้มือปิดตา
ทั้งสองข้างนอนกลิ้งไปมาด้วยความเจ็บปวด
“โอ๊ย...ทนไม่ไหวแล้วโอ๊ยเจ็บ..! แมว..! เสียงแมว
มันมาเรียกข้าไปอีกแล้ว” พร้อมกลับลุกพรวดขึ้น ทุกคน
ต่างตกใจช่วยกันจับตัวเอาไว้
“พ่อใหญ่....พ่อใหญ่ทำใจดีๆ เอาไว้ ฉันไม่เห็นมี
แมวที่ไหนสักตัว พ่อใหญ่อย่าคิดมาก พ่อเป็นคนดี ดูแล
ฉันและลูกมาตลอด พ่อทนเอาหน่อยนะเดี๋ยวเราก็พบ
หมอดีๆ มารักษาพ่อให้หายได้” ภรรยาพูดปลอบโยนให้
กำลังใจพร้อมกับยกขันน้ำให้สามีดื่ม สีหน้าของพ่อใหญ่
สุขค่อยดีขึ้นพร้อมกับนอนลงอย่างสงบและพูดขึ้นมาอย่าง
ช้าๆ
“ในวันนี้รู้ว่าทุกคนมาเยี่ยมช้า ช้าขอขอบใจทุกคน
ที่เป็นห่วงช้าแต่ช้ารู้ดีว่าเวลาของข้าใกล้จะหมดแล้ว
เพราะขณะนี้ในหูของช้ามีแต่เสียงของเจ้าแมวตัวนั้นมัน
ร้องเรียกข้าตลอดเวลา เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อ
ช้าทำไปเช่นนั้นก็เพราะแรงโทสะมันครอบงำ
๓
ปีก่อน
ต้องจับเจ้าหัวขโมยต้นเสบให้ได้
แล้วข้าก็เช้าแอนตามปกติ แต่ไม่ยอมหลับ รอเวลา
ชำระแค้นอยู่ด้วยความโกรธ กระท่อมปลายนาคืนนั้นช่าง
เงียบสงบนานๆ ถึงจะได้ยินเสียงเขียดร้องที่ปลายนา...ผิด
กับใจของข้าที่เร่าร้อนด้วยความแค้น
ขวบ!!! มันมาแล้วเสียงเจ้าหัวขโมยกระโดดออกมา
จากนาข้าว มือของข้ากระชับเหล็กหลาวปลายแหลมไว้มั่น
มันย่องเข้ามาเบาๆ หากขยับตัวเบาๆ เช่นกัน
ในความมืด ไข่แล้ว... ดวงตาเพชรของมันส่อง
ประกายแวววาว เย่องเข้าไป..ย่องเข้าไปใกล้ปลา ข้า
กนั้นใจรอเวลา
ควับ!!!! เที่ยว...เมี้ยว..ยว..!? บ่วงที่ขาดักไว้
ทำงานแล้ว ข้าออกจากที่กำบังถือเหล็กหลาววิ่งไปที่
ดวงตาเพชรนั้นทันที พร้อมกับจับคอมันเอาไว้ เสียงร้อง
ของมันยิ่งทำให้แระ โทสะที่มีอยู่ในใจข้าพุ่งพล่านขึ้นมา
ในความมืดข้ามองอะไรไม่เห็นนอกจากตาของมัน ข้าใช้
ปลายเหล็กแหลมจิ้มควักไปที่ดวงตาของมันจนกระทั่งแสง
ประกายในดวงตานั้นตับวูบลงแก้วตาหลุดจากเบ้า แต่ตา
อีกข้างของมันยังอยู่ สิ่งที่ข้าทำไปไม่รู้ผีห่าซาตานที่ไหน
มาดลใจของข้าให้หาเช่นนั้น ข้าดับประกายดาอีกข้างของ
มันลงอย่างง่ายดาย ความโมโหจึงได้คลายตัวลงไป ข้าไม่
กล้าหาร้ายมันอีกต่อไป ค่อยๆ ปลดเชือกที่รัดตัวมันออก
มันวิ่งเตลิดหนีหายไปในพงหญ้า เมี้ยว....เมี้ยว..ยว.. มัน
เสย ณ. บท กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๑๒๓