ข้อความต้นฉบับในหน้า
หนึ่งมาฝากตัวเป็นลูกศิษย์เพื่อขอเรียนปฏิบัติธรรมกับท่าน
หนุ่มน้อยผู้นั้นปัจจุบันคือ หลวงพ่อธัมมชโย หรือพระ
ราชภาวนาวิสุทธิ์นั่นเอง ครั้งแรกที่ไปกราบคุณยายอาจารย์
ดวย
ท่านทักหลวงพ่อธัมมชโยสมัยยังเป็นเด็กหนุ่ม
ประโยคที่ไม่อาจเข้าใจความหมายในตอนนั้นได้ว่า
“คุณนะ หลวงพ่อวัดปากน้ำ ให้ยายไปตามมาเกิด
ในสมัยสงครามโลก”
หลวงพ่อธัมมชโย ครั้งยังเป็นนิสิตมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์มีผลการนั่งสมาธิดีเยี่ยมในเวลาอันรวดเร็ว
คุณยายอาจารย์ยิ่งมั่นใจว่าเด็กหนุ่มผู้นี้แหละคือผู้ที่จะมา
สืบทอดปณิธานของหลวงพ่อวัดปากน้ำภาษีเจริญ ให้
ลุล่วงไปได้ หลวงพ่อธัมมชโยก็ได้ไปตามเพื่อนๆ พี่น้อง
มหาวิทยาลัยเดียวกันมานั่งสมาธิกับคุณยายอาจารย์อีก
หลายสิบคน หนึ่งในนั้นก็คือนิสิตรุ่นพี่ที่ชื่อว่า เผด็จ ผ่อง
สวัสด (ปัจจุบันคือพระภาวนาวิริยคุณ รองเจ้าอาวาสวัด
พระธรรมกาย) และได้กลายเป็นกำลังสำคัญในการสร้าง
วัดพระธรรมกายในเวลาต่อมา
เมื่อมีผู้มาปฏิบัติธรรมที่บ้านธรรมประสิทธิภายใน
บริเวณวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ มากขึ้น จนล้นออกมาถึง
ชานบ้าน บริเวณสนามหญ้าตลอดจนทางเดินมาถึงประตูรั้ว
- กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕
05
คุณยายอาจารย์จึงได้ปรึกษากับหมู่คณะว่าควรจะหาสถาน
ที่สร้างวัด เพื่อรองรับการปฏิบัติธรรมของหมู่คณะ และ
รองรับการเผยแผ่วิชชาธรรมกาย ท่านได้เห็นในญาณ
ทัสสนะว่าพื้นที่เหมาะสมสำหรับการสร้างวัดนั้นอยู่ที่
จังหวัดปทุมธานี จึงได้มอบหมายให้หลวงพ่อทัตตชีโว
(สมัยยังเป็นฆราวาส) อุบาสิกาถวิล วัติรางกูล เป็น
ตัวแทนไปติดต่อขอซื้อที่ดินจำนวน ๕๐ ไร่ จากเศรษฐีผู้
ใจบุญ คุณหญิงประหยัด แพทย์พงศาวิสุทธาธิบดี แต่เมื่อ
เห็นความตั้งใจของหมู่คณะ คุณหญิงได้ยกที่ดินให้หมด
ทั้งแปลง คือ ๑๗๖ ไร่ ๙ ตารางวา ณ ตำบลคลองสาม
อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
วันที่ ๒๗ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๑๒ ซึ่งตรงกับวันขึ้น
๑๕ ค่ำ เดือน ๘ หลวงพ่อธัมมชโย ซึ่งสำเร็จการศึกษา
ขั้นปริญญาตรี จากคณะเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย
เกษตรศาสตร์แล้ว ได้บวชอุทิศชีวิตในพระพุทธศาสนา ณ
พัทธสีมา วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ โดยมีพระเทพวรเวที
(สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่ หนเหนือ
เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ องค์ปัจจุบัน) เป็นพระ
อุปัชฌาย์ มีฉายาว่า “ธัมมชโย” แปลว่า ผู้มีชัยชนะด้วย
ธรรมกาย