ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปรึกษา เพราะถ้าเขาตัดสินใจเอง เวลาเขาทำอะไรด้วย
ตัวเอง เขาจะรู้สึกไม่เหมือนกับถูกบังคับ เพราะเด็ก
สมัยใหม่นี้ไม่เหมือนกับยุคเราเด็กสมัยนี้ถูกสอนให้กล้าคิด
กล้าทำ กล้าแสดงออก จะไม่ยอมให้ถูกบังคับ ถ้าบังคับก็
จะต่อต้าน แต่ถ้าทำให้เขาตัดสินใจเอง เขาก็จะทำสิ่งนั้น
อย่างมีความสุข แต่เราต้องเป็นที่ปรึกษาให้เขาด้วยนะ
เพื่อเขาจะได้ไม่รู้สึกว่าเราทอดทิ้งเขา
& หลักในที่นี้คือหลักอะไรคะ ?
คุณพ่อ : อย่างครอบครัวเรา เราจะไม่ทิ้งหลักในพระ
พุทธศาสนาเลย เราจะสอนให้ลูกๆ มีหลักนี้อยู่ในใจ อยู่
ในการดำเนินชีวิต คือไม่ใช่มีอยู่ในเฉพาะทะเบียนบ้าน....
คุณแม่ : ตรงนี้คุณแม่ขออธิบายเพิ่ม แบบที่คุณพ่อบอกค่ะ
อย่างครอบครัวเราพาลูกมาวัดพระธรรมกาย คำสอนต่างๆ
ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสอน จะซึมซับเข้าไปที่ตัว
เด็ก ลูกจะรู้สึกเลยว่า เป้าหมายชีวิตของการเกิดมาคืออะไร
เราไม่ได้เกิดมาเรียน มีอาชีพ แต่งงาน แล้วก็ตายไปฟรีๆ
เมื่อไหร่ แต่เราเกิดมาสร้างบารมี คือคนเราจะอย่างไรก็ตาม
ต้องไม่ทิ้ง ไม่ละเลย การทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
เมื่อลูกมีหลักประจำใจตรงนี้ เราก็จะสอนลูกว่า “ชีวิตคน
เราต้องนั่งสมาธิ ต้องรักษาศีล แล้วก็ทำบุญมากๆ นะ แต่
ตอนนี้ลูกยังเรียนอยู่ ยังหาเงินเองไม่ได้ แต่ลูกจะทำได้ดี
ที่สุดในตอนนี้ก็คือ ต้องเรียนให้ดี ถ้าเรียนให้ดี อีกหน่อย
เราก็มีสิทธิ์เลือกอาชีพที่ดีได้ ทำงานหาเงินได้มาก จะได้
เอามาทำบุญได้มากๆ” พอเราพูดอย่างนี้สังเกตได้เลยว่า เรา
ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญลูกเรื่องเรียนเลย ไม่ต้องบังคับให้เขา
เครียดด้วย เขาจะตั้งใจเรียนเอง เหมือนกับว่าเขามีจุด
มุ่งหมายแล้วว่าเขาจะเรียนไปทำไม
มิโ การปลูกฝังตรงนี้ใช้เวลานานไหม ?
คุณพ่อ : ครอบครัวเราเข้าวัดตอนปี พ.ศ.๒๕๔๐ มาตอน
นี้ก็เกือบ ๕ ปีแล้ว คิดว่าต้องอาศัยระยะเวลาเหมือนกัน
อาศัยความเป็นประจำสม่ำเสมอ จะพาเขามาวัดวันอาทิตย์
แต่ก็มีบางอาทิตย์ที่ติดธุระ แต่อาทิตย์ต้นเดือนเราไม่เคย
ขาดเลย เราถือว่าวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว ลูกทุกคนก็
จะไม่นัดเพื่อน เราจะเคลียร์เวลาว่างเอาไว้
& ลูกเบื่อไหมที่มาวัด..? บางคนเข้าใจว่า ไม่ใช่วัยของ
เขาที่จะเข้าวัด
คุณแม่ : แรกๆ ก็กลัวลูกจะเบื่อ แต่พอพามาวัดนี้มีกิจกรรม
ที่เหมาะสมกับวัยของเขา มีเพื่อนที่เป็นวัยเดียวกับเขา
อย่างน้องจา น้องนัทตอนนี้ ก็เข้าร่วมกิจกรรม “ยุว
กัลยาณมิตร” มีการฝึกความเป็นผู้นำ มีออกค่าย มีนั่งสมาธิ
ตามภาษาเด็กๆ ซึ่งตัวเราเองก็ไว้ใจว่า กลุ่มเพื่อนๆ ของ
ลูกเราเป็นเด็กดี ไม่พาลูกเราไปเสียคน เพราะพอเราได้
คุยกับครอบครัวอื่น ที่พาลูกมาวัดเหมือนกัน รู้สึกได้เลยว่า
ลูกเขาดี ตอนหลังลูกๆ ก็เลยติดวัด ถ้าขาดไปสัก ๒ อาทิตย์
ก็จะบ่นเลยว่านานจัง เหมือนไม่ได้มาวัดนานมาก..
(หัวเราะ)...
& ย้อนมาดูตรงที่ น้องนัทได้เกรด ๔.๐๐ มีเทคนิคอะไร
เป็นพิเศษหรือเปล่า ?
น้องนัท : ผมเอาการฝึกสมาธิมาใช้ครับ อย่างมาวัดครั้ง
แรก คุณพ่อคุณแม่พามาทำบุญถวายปัจจัยสร้างองค์พระ
วันนั้นเอง ก็ได้ฟังพระเดชพระคุณหลวงพ่อท่านสอน
สมาธิในสภา ผมนั่งเองแล้วรู้สึกชอบ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ผมก็นั่งเองมาโดยตลอด โดยเฉพาะในช่วงเวลาก่อนสอบ
ตอนที่ ๔ ก็จะตื่นขึ้นมานั่งสมาธิเลย แล้วอ่านหนังสือใน
ตอนเช้าซึ่งจะทำให้ผมจำได้ดีมาก และก็เรียนดีขึ้นเรื่อยๆ
& คุณพ่อคุณแม่เป็นแรงบันดาลใจอะไรให้เราเรียนดีหรือ
เปล่า ?
น้องนัท : คุณพ่อคุณแม่ของผมจะเอาใจลูกมาก จะถามจะ
คุยกันทุกเรื่อง จะรู้จักเพื่อนผม และกิจกรรมของโรงเรียน
ก็ไปร่วมด้วยทุกครั้ง ซ้ำยังเป็นที่ปรึกษาที่ดีให้กับผมมา
โดยตลอด อย่างวิชาเลขนี่ ถ้าไม่เข้าใจก็จะถามคุณแม่
ส่วนวิชาภาษาอังกฤษก็จะถามคุณพ่อ คือผมรู้สึกว่า
เหมือนมีกำลังใจ ที่พ่อแม่เขาสนใจและส่งเสริมลูกตลอด
โทราบว่าน้องนัทเป็นรองหัวหน้าด้วยหรือ..? ทำไมเพื่อน
ถึงเลือกเราละคะ ?
คุณแม่ : คือที่สังเกตลูก และคุยกับอาจารย์ของเขาด้วย นัท
จะเป็นคนเสียสละมาก อย่างงานกลุ่มนี้ จะรับมาทำหมด
หอบมาให้คุณแม่มาช่วยทำที่บ้านด้วย (หัวเราะ) งานห้อง
พัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. เซ* ^๕
58