ตำนานการเกิดสุริยคราสและจันทรคราส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2545 ฉบับที่ 2 หน้า 157
หน้าที่ 157 / 204

สรุปเนื้อหา

อสูรตนหนึ่งชื่อ “ราหู” ไม่ยอมหลงกลแอบมาดื่มน้ำอมฤต ไปได้อีกหนึ่ง พระอาทิตย์กับพระจันทร์โคจรมาเห็นเข้าจึง ไปฟ้องพระนารายณ์ พระนารายณ์ได้ขว้างจักรตัดราหู ขาดเป็น ๒ ท่อน ทำให้ราหูผูกโกรธพระอาทิตย์กับ พระจันทร์มาแต่ครั้งนั้น ครั้นพบพระอาทิตย์และ พระจันทร์โคจรผ่านมาจึงจับกลืนกินเข้าไปในปาก แต่กิน ทีไรก็หลุดออกมาทางท้องที่ขาดทุกที นี้คือที่มาของ ตำนานการเกิดสุริยคราสและจันทรคราส ให้พวกเราหลง เคาะบีบเคาะกะละมังจนบุบไปหลายใบ โถ...ถึงยังไงก็ต้อง คายออกมาอยู่ดี ไม่รู้จะโง่เคาะไล่กันไปทำไม อันที่จริงตั้งใจจะพูดถึงเรื่องก่าเนิดของอัปสรา เพียงสั้นๆ แต่มันบังเอิญไปเกี่ยวพันกับเรื่องของเทพและ อสูรเข้าด้วย ก็เลยยังอิรุงตุงนังอย่างนี้แหละ คิดเสียว่ารู้ เอาไว้ไปเล่าให้ลูกหลานฟังก็แล้วกัน ภาพขยายให้เห็นว่าทหาร

หัวข้อประเด็น

- ตำนานการเกิดสุริยคราสและจันทรคราส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อสูรตนหนึ่งชื่อ “ราหู” ไม่ยอมหลงกลแอบมาดื่มน้ำอมฤต ไปได้อีกหนึ่ง พระอาทิตย์กับพระจันทร์โคจรมาเห็นเข้าจึง ไปฟ้องพระนารายณ์ พระนารายณ์ได้ขว้างจักรตัดราหู ขาดเป็น ๒ ท่อน ทำให้ราหูผูกโกรธพระอาทิตย์กับ พระจันทร์มาแต่ครั้งนั้น ครั้นพบพระอาทิตย์และ พระจันทร์โคจรผ่านมาจึงจับกลืนกินเข้าไปในปาก แต่กิน ทีไรก็หลุดออกมาทางท้องที่ขาดทุกที นี้คือที่มาของ ตำนานการเกิดสุริยคราสและจันทรคราส ให้พวกเราหลง เคาะบีบเคาะกะละมังจนบุบไปหลายใบ โถ...ถึงยังไงก็ต้อง คายออกมาอยู่ดี ไม่รู้จะโง่เคาะไล่กันไปทำไม อันที่จริงตั้งใจจะพูดถึงเรื่องก่าเนิดของอัปสรา เพียงสั้นๆ แต่มันบังเอิญไปเกี่ยวพันกับเรื่องของเทพและ อสูรเข้าด้วย ก็เลยยังอิรุงตุงนังอย่างนี้แหละ คิดเสียว่ารู้ เอาไว้ไปเล่าให้ลูกหลานฟังก็แล้วกัน ภาพขยายให้เห็นว่าทหารสยามเดินทัพไปทันหน้ามาหุยกันไป ซีเรียสนี่ย่อมแสดงให้เห็นชัดว่ากองทัพไทยยกมาช่วยใน ฐานะพันธมิตร มิใช่กองทัพเมืองขึ้นจึงเดินไปคุยกันไปใคร จะทำไม ใช่แล้ว....บรรพบุรุษไทย ในบรรดารูปจำหลักมากมายที่นครวัดนี้มีอยู่ ๒ รูป ที่ผมตั้งใจไว้ล่วงหน้าว่าจะมาดูให้เห็นกับตา คือรูปจำหลัก กองทัพจากสยามกับรูปจำหลักอัปสรายิ้มเห็นฟัน สาหรับ รูปจำหลักกองทัพจากสยามหรือ “เลียมกุก” นั้น หาไม่ยาก อยู่ที่ระเบียงทางด้านทิศใต้ เป็นภาพที่คนไทยส่วนใหญ่ เมื่อมาถึงแล้วมักจะถามหา คงอยากมาดูให้รู้ให้เห็นว่า บรรพบุรุษของเราเมื่อราวพันปีก่อนนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็น อย่างไร ผมเชื่อฝีมือช่างของเขาว่าคงถอดแบบมาได้ ใกล้เคียงความจริง เพราะเทียบลูกับรูปจำหลักทหารจีน แล้วเห็นว่าเขาแกะสลักได้เหมือนมาก ดูปุบก็รู้เลยว่า หน้าตาแบบนี้ต้องจีนแน่ๆ บางคนมาเห็นภาพจำหลักกองทัพสยามแล้วไป วิจารณ์ให้เสียหายว่าเป็นกองทัพที่ไร้ระเบียบ เพราะเห็น ภาพทหารบางคนเดินทัพไปก็ยังหันหน้ามาคุยกัน อันนี้ ผมว่าเป็นการมองอะไรในแง่ร้ายเกินไปสักหน่อยผมเองดู แล้วยังภูมิใจที่เห็นทหารไทยเดินทัพอย่างสบายๆ ไม่ การได้มาพบเห็นภาพเลียมทุกที่นครวัดนี้ มัน ทำให้ผมเกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเราได้ดั้นด้น มาตามหาบรรพบุรุษจนพบกระนั้น ท่านรอพวกเราอยู่ ตรงนั้นนานแล้ว รอให้ลูกหลานไทยตามมาดูให้เห็นกับตา ว่าครั้งหนึ่งกองทัพสยามอันเกรียงไกรเคยยาตรามาแสดง แสนยานุภาพ ณ แผ่นดินนี้ ยิ้มอย่างนี้สิ...ใช่เลย หลังจากตามหาบรรพบุรุษไทยพบสมประสงค์ไป ส่วนหนึ่งแล้วทีนี้ก็เหลือแต่ภารกิจในการตามหาอัปสรา ยิ้มเห็นฟันอีกรูปหนึ่ง ก็อย่างที่บอกไว้แล้วว่ารูปนี้ผมเดิน หาดูจนตาลาย หาจนอ่อนใจหาเท่าไรก็ไม่เจอจนกระทั่ง ใกล้เวลาจะกลับ บังเอิญไปพบนักท่องเที่ยวจากเมืองไทย กลุ่มหนึ่งจึงเข้าไปทักทายไต่ถามได้ความว่ามาจากโคราช เพิ่งมาเที่ยวนครวัดเป็นครั้งแรกและแสดงควา ความชนชม ว่าที่นี่ใหญ่โตเหลือเกิน เดินดูตั้งนานก็ยังลูได้ไม่ทั่วเขา ย้อนถามผมว่าลทั่วแล้วหรือยัง ผมตอบว่ายังไม่ทั่ว เหมือนกันพร้อมกับปรารภกับเขาว่าผมกำลังเดินตามหา กัลยาณมิตร กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๕ ๑๕๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More