ข้อความต้นฉบับในหน้า
มิรอช้า รีบกระโดดลงไปในน้ำตรง
จุดที่เขาทำเครื่องหมายไว้ เพื่องม
หาดาบ แต่งมหาอย่างไร
จนแล้วจนรอดก็ไม่พบดาบเล่มนั้น
ชายคนเดิมยังคงยืนอยู่มองดู
การกระทำของเขา พลางหัวเราะ
ไปด้วย เมื่อเขาเห็นดังนั้นจึง
ตะโกนถามชายคนที่ยืนอยู่ว่า
“ท่านหัวเราะขาทำไม มีอะไรน่า
หัวเราะมากนักหรือ” “ก็จะไม่ให้ข้า
หัวเราะเจ้าได้อย่างไร เจ้านี่มันโง่
เห็นเข้า ก็รู้สึกแปลกใจ จึงเข้าไปถามเขาว่า “ท่าน
เหตุไฉนท่านจึงสลักเครื่องหมายไว้ตรงนี้ล่ะ"
เขามองหน้าชายคนนั้นแล้วตอบไปว่า “ช้า
จำเป็นต้องสลักเครื่องหมายไว้ตรงนั้น เพราะว่าดาบ
ของข้ามันหล่นลงไปตรงจุดที่ช้าทำเครื่องหมายไว้พอดี"
“แล้วท่านจะลงไปงมหาดาบของท่านตรงจุด
ที่ท่านทำเครื่องหมายไว้หรือ” ชายคนเดิมถามเขา
“ใช่” เขาตอบ “ท่านคิดดีแล้วหรือ ท่าน
แน่ใจหรือว่า ดาบของท่านอยู่ตรงจุดที่ท่านท่า
เครื่องหมายไว้” ชายคนนั้นถามเขาอีกครั้งหนึ่งด้วย
ความแปลกใจ เขาพยักหน้า แล้วตอบกลับไปว่า “ข้า
มั่นใจ”
ลักพักใหญ่ เมื่อเรือเทียบฝั่งแล้ว ชายผู้นั้น
อะไรไม่ออกอีกเลย
จริงๆ ดาบของเจ้ามันจมอยู่กลาง
แม่น้ำโน่น แต่เจ้ากลับมางมหา
ดาบอยู่ตรงริมฝั่ง ตรงที่เจ้าทำ
เครื่องหมายไว้บนเรือ ดาบของเจ้า
มันหาได้เคลื่อนที่ตามเรือมาไม่
ฉะนั้น ไอ้การทำเครื่องหมายไว้ที่
แคมเรือของเจ้า มันจึงเป็นการ
กระทำที่โง่เขลาเบาปัญญาจริงๆ อ้า
อ้าๆๆๆ"
เขาได้ฟังดังนั้น ถึงกับอึ้ง พูด
สลักแคมเรือเพื่องมดาบ จึงเป็นนิทานที่ให้
ข้อคิดว่า การแก้ไขปัญหาทุกอย่างจะต้องกระทำ
อย่างถูกจุด “หันท่วงที” และด้วย “วิธีการที่ถูกต้อง
เหมาะสม” มิฉะนั้นแล้วคงยากที่จะบรรลุผลได้ ที่
สำคัญควรรับฟังเสียงทักท้วงจากคนรอบข้างด้วย
ไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อม หากขึ้นดันทุรังแก้
ปัญหาด้วยวิธีที่ผิดๆ ต่อไป นอกจากจะแก้ปัญหาไม่
ได้แล้ว ยังเป็นการแสดงความโง่เขลาให้คนเขา
หัวเราะเยาะเอาอีกด้วย
©๙๒ พัทยา ณ น กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๒๕