null บรรพชิตมหาพิจารณา หน้า 31
หน้าที่ 31 / 183

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อย่างไรก็ดีตาม คนบางกลุ่มมีความเชื่อว่า การมีพระศรีโลโสนันเป็นกาลกิณี ไม่มีจริงนะ ดังตัวอย่างในสม ยพุทธกาล อัดกิจกา ร ทวชพราม ผู้ถืออภิสิทธิพราหมณ์บุชาไฟและนับถือพระพรหมว่า เป็นผู้ประเสริฐสุด พระมหณ นี้ได้พระยาวาสและถือว่าพวกคนหัวโลน เป็นคนถ่อย คนชั้นต่ำ คนที่ไม่บริสุทธิ์ เป็นคนที่น่ารังเกียจ จะห้าม ไม่ให้เข้าดู or ฟังการสาธยายพระวาทและมนตรำ ต่าง ๆ ในเขตะที่ พวกตนทำการบูชาไฟหรือพระพรหม เพราะมีความเชื่อว่าหากให้คน หัวโลนเข้ามาดูหรือฟัง มตรองค์พระวาทจะทำให้ตนมีมลทิน ไปด้วย ต่อมาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเพื่อ ให้เห็น ความจริงว่า คนถ่อยคือคนเช่นใด มีความประพฤติที่น่ารังเกียจ อย่างไรเบื้องต้นปรปาย ในที่สุดอดีตกษัตรา ทรงเข้าใจถูกว่า คนถ่อยไม่ได้ขึ้นอยู่ว่า มีศีละโลโสน หรือไม่ แต่อย่างไรก็ดีความประพฤติ ทางกาย วาจา และใจที่น่ารังเกียจต่างหาก ผู้ที่มีศีละโลโสนแต่เป็นบุคคลที่ประเสริฐก็เป็นบุคคลที่ มนุษย์ เทวดา มาร พรหม และสรรพสัตว์ทั้งหลาย นอนบูชา สรรเสริญ เช่น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกโพธิ์ พระภิษุ ผูเป็นอริยสาวกทั้งหลาย รวมถึงพระภิษุอุปฺชฺชที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติ ชอบ ปฏิบัติตรงต่อพระธรรมวินัย ท่านเหล่านี้คือผู้ที่มีศีละโลโสน แต่มีความประพฤติสะอาด เป็นผู้ที่สรรพสัตว์ทั้งหลายควรนอบน้อม กราบไหว้บูชาทุกเมื่อ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More