null บรรพชิตมหาพิจารณา หน้า 112
หน้าที่ 112 / 183

ข้อความต้นฉบับในหน้า

บรรพชีพพิจารณาเนื่อง ๆ ว่า เราต้องมัดพลังจากของรักของชอบในสิ่งนั้น ข้อ 3 ของรักของชอบหมายถึง ๑) คน ๒) สัตว์ และ ๓) สิ่งของ ทั้ง ๓ สิ่งนี้รวมเรียกว่า วัตถุ ภูมิ เพราะเป็นสิ่งที่สัมผัสต้องได้ ที่เรียกว่า วัตถุ เพราะเป็นที่มาของรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส ส่วนคำว่า กาม แปลว่าน่าใคร่ น่าชอบใจ กิเลส เป็นสิ่งที่สรรมาก ฝังลึกอยู่ในใจตั้งแต่เราเกิด เป็นเหตุให้ใจขุ่นหมอง ทำให้รู้วัตถุมาก คือ รู้รูป รู้เสียง รู้กลิ่น รู้รส รู้สัมผัสไม่ตรงตามจริง แล้วกิเลสรอบำใจให้ตอบใจในวัตถุกามนั้น ๆ คือชอบของไม่จริงอยู่รำไป สาเหตุที่เป็นของรักก็เพราะเกิดความชอบ รู้สึกพอใจ ต้องการได้มาครอบครองด้วยอำนาจกิเลสตาม เมื่อได้ครอบครองสมใจแล้วก็ยึดมั่นถือมั่นเอาว่านี่เป็นของเราอย่างเหี้ยมแน่น เมื่อสิ่งนั้นเปลี่ยนไป พลัดพรากไปจึงเกิดทุกข์ เศร้าโศกเสียใจ เมื่อพลัดพรากสิ่งใดอีกก็เป็นทุกข์อย่างนี้อยู่รำไป การยึดถือก็มีความพลัดพรากเป็นที่สุด ดังที่พระพุทธองค์ตรัสกับพระอานนทเถระ ไว้ ๓ เดือนก่อนเสด็จดับขันธปรินิพพานว่า "เราได้บอกก่อนแล้วไม่ใช่หรือว่า ความเป็นต่าง ๆ กัน ความพลัดพราก ความเป็นอย่างอื่น จากสิ่งของและบุคคลนั้นเป็นที่รักและ ที่ชอบใจหมดนั้นแล้ว ย่อมจะหาได้ในสิ่งของและบุคคลนั้น แต่ที่ไหน สิ่งใดเกิดแล้ว เป็นแล้ว ปรวดแต่งแล้ว มีความทำลาย เป็นธรรมดา ความปรารถนาว่าอะไรสิ่งนี้อย่าทำลายไปเลย นั่นไม่เป็นฐานที่จะมีได้ ก็สิ่งใดตกคตสละแล้ว คายแล้ว พันแล้ว ละแล้ว วางแล้ว อายุสังขารตกสละแล้ว วาสนาที่ตกคตกล่าวไว้แล้วโดยส่วนเดียวว่า ไม่ชาตตกสักปรินิพพาน จากนี้จึงไปสม www.dattajeewo.com
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More